
บริการรับรองเอกสารสถานทูต/กงสุล
Embassy & Consular Legalization
บริการรับรองเอกสารครบวงจรกับทุกสถานทูตในประเทศไทย กงสุลใหญ่ กงสุลกิตติมศักดิ์ และกระทรวงการต่างประเทศ (MFA) เพื่อให้เอกสารไทยสามารถใช้ในต่างประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ครอบคลุม 96+ ประเทศทั่วโลก รวมถึงบริการ Apostille สำหรับประเทศสมาชิกอนุสัญญากรุงเฮก (ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอย่างเป็นทางการเมื่อ 25 ธันวาคม 2568) ทีมงานที่มีประสบการณ์เข้ากระทรวงและสถานทูตกว่า 6 ปี รู้ขั้นตอนและเจ้าหน้าที่ประจำแต่ละแผนก ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้กระบวนการที่ซับซ้อน
MFA คืออะไร ทำไมต้องรับรองก่อนสถานทูต
กระทรวงการต่างประเทศ (Ministry of Foreign Affairs หรือ MFA) มีหน้าที่รับรองว่าเอกสารและตราประทับที่ปรากฏบนเอกสารเป็นของแท้ ออกโดยหน่วยงานราชการไทยที่มีอำนาจ หรือรับรองโดย Notary Public ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เอกสารทุกฉบับที่จะนำไปใช้ในต่างประเทศต้องผ่าน MFA ก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารราชการ เอกสารการศึกษา หรือเอกสารส่วนบุคคลที่ผ่าน Notary แล้ว
หลังจากผ่าน MFA แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรับรองที่สถานทูตปลายทางในประเทศไทย ซึ่งสถานทูตจะรับรองว่าตราประทับของ MFA เป็นของแท้ ทำให้เอกสารสามารถใช้ในประเทศปลายทางได้อย่างถูกต้อง ยกเว้นในกรณีของประเทศสมาชิกอนุสัญญากรุงเฮก (Hague Apostille Convention) ที่ประเทศไทยเพิ่งเข้าเป็นภาคีเมื่อ 25 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะรับรองเพียง Apostille ครั้งเดียวก็ใช้ได้กับประเทศสมาชิก 120+ ประเทศ
Apostille — การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศไทย
การที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วย Apostille เมื่อ 25 ธันวาคม 2568 เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการรับรองเอกสารระหว่างประเทศอย่างมาก แทนที่จะต้องผ่าน 4 ขั้นตอน (Notary → MFA → Embassy → หน่วยงานปลายทาง) เอกสารสามารถผ่านเพียง Apostille ครั้งเดียวก็ใช้ได้ทันทีในประเทศสมาชิก
อย่างไรก็ตาม Apostille ใช้ได้เฉพาะกับประเทศสมาชิกอนุสัญญาเท่านั้น (120+ ประเทศ) ประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ ไต้หวัน และบางประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา ยังคงต้องใช้กระบวนการ Embassy Legalization แบบเดิม NYC มีระบบตรวจสอบสถานะภาคีของแต่ละประเทศแบบอัตโนมัติ ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าเลือกใช้กระบวนการที่ถูกต้อง
รายละเอียดกระบวนการ MFA และเวลาที่ใช้จริง
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งอยู่ที่ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร มีศูนย์บริการรับรองเอกสารเปิดให้บริการวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8:30-15:30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ ในแต่ละวันมีเอกสารเข้ารับการรับรองหลายพันฉบับ ทำให้เวลารอตามปกติคือ 2-3 วันทำการสำหรับบริการปกติ ในช่วงเทศกาลหรือช่วงที่มีการยื่นวีซ่ามากอาจใช้เวลา 4-5 วัน สำหรับบริการเร่งด่วน (Express) สามารถรับเอกสารได้ในวันเดียว แต่ต้องเข้าคิวก่อน 11:00 น. และมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
NYC มีเจ้าหน้าที่ประจำเข้ากระทรวงทุกวันทำการ ทำให้เอกสารของลูกค้าเข้าสู่ระบบได้เร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเอง เจ้าหน้าที่ของเรารู้ขั้นตอนการกรอกฟอร์ม การเรียงเอกสาร และข้อกำหนดพิเศษของแต่ละประเภทเอกสาร ทำให้ลดโอกาสที่เอกสารจะถูกส่งกลับเพื่อแก้ไข ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ MFA ขอเอกสารเพิ่มเติมหรือสังเกตความผิดปกติ NYC สามารถประสานงานกลับได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าเดินทางมาแก้ไข
หลังจากได้รับการรับรอง MFA แล้ว เอกสารจะมีตราประทับสีแดงของกรมการกงสุลพร้อมลายเซ็นของเจ้าหน้าที่และเลขที่ทะเบียนที่สามารถตรวจสอบได้ผ่านระบบออนไลน์ของกระทรวง หากเป็นกรณี Apostille จะได้รับใบรับรอง Apostille แนบพร้อมเอกสารต้นฉบับ ทั้งสองรูปแบบมีความปลอดภัยด้วย QR Code ที่สามารถสแกนตรวจสอบความถูกต้องได้ ลดโอกาสการปลอมแปลงเอกสารในต่างประเทศ
รายชื่อสถานทูตหลักในไทยและเวลาดำเนินการ
สถานทูตในประเทศไทยมีระยะเวลาและกระบวนการรับรองเอกสารที่แตกต่างกันมาก สถานทูตสหรัฐอเมริกาใช้เวลา 5-7 วันทำการ ต้องนัดคิวออนไลน์ล่วงหน้า สถานทูตอังกฤษใช้เวลา 3-5 วัน มีบริการ Premium Same Day ในกรณีเร่งด่วน สถานทูตออสเตรเลียใช้เวลา 5-10 วัน ผ่านศูนย์ VFS สถานทูตแคนาดาใช้เวลา 5-7 วัน ยื่นที่ VFS Global สถานทูตกลุ่มเชงเก้น (เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ เบลเยียม ออสเตรีย โปรตุเกส) ใช้เวลา 3-7 วันขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอ
สถานทูตในเอเชียตะวันออก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง ใช้เวลา 3-5 วัน มีค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คเท่านั้น สถานทูตจีนใช้เวลา 4-7 วัน ต้องผ่านศูนย์ Chinese Visa Application Service Center สถานทูตในตะวันออกกลาง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ใช้เวลา 7-14 วัน มีข้อกำหนดพิเศษเรื่องรูปถ่ายและการรับรองเพิ่มเติมจากหอการค้า สถานทูตในอเมริกาใต้ บราซิล อาร์เจนตินา ชิลี ใช้เวลา 10-14 วัน ต้องยื่นผ่านผู้ประสานงานที่กรุงเทพ
NYC สร้างระบบฐานข้อมูลของทุกสถานทูต ครอบคลุมเวลาทำการ ค่าธรรมเนียม เอกสารที่ต้องยื่น รูปแบบการรับรอง และเจ้าหน้าที่ประจำแผนก ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาศึกษาข้อมูลเอง เรารู้ว่าสถานทูตใดต้องนัดคิวออนไลน์ สถานทูตใดรับ Walk-in สถานทูตใดต้องเตรียมเอกสารต้นฉบับเพิ่ม สถานทูตใดยอมรับสำเนา ทำให้กระบวนการเดินหน้าโดยไม่มีอุปสรรค
Apostille หลัง 25 ธันวาคม 2568: ข้อควรรู้เชิงลึก
การที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille ตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2568 เปลี่ยนภูมิทัศน์การรับรองเอกสารระหว่างประเทศของไทยอย่างมีนัยสำคัญ แต่มีรายละเอียดที่ผู้ใช้บริการต้องเข้าใจ ประการแรกคือ Apostille ครอบคลุมเฉพาะเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการหรือเอกสารที่ผ่าน Notary Public เท่านั้น เอกสารเชิงพาณิชย์บางประเภทเช่น Certificate of Origin, Invoice ยังต้องผ่านการรับรองของหอการค้าและสถานทูตแยกต่างหาก ประการที่สองคือ Apostille ไม่ได้รับรองเนื้อหาเอกสาร แต่รับรองเพียงว่าตราประทับและลายเซ็นบนเอกสารเป็นของแท้
ประเทศสมาชิกอนุสัญญา 120+ ประเทศครอบคลุมทวีปยุโรปเกือบทั้งหมด สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บราซิล อาร์เจนตินา และประเทศส่วนใหญ่ในละตินอเมริกา ประเทศที่ยังไม่เข้าเป็นสมาชิกและต้องใช้กระบวนการ Embassy Legalization แบบเดิม ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ อียิปต์ ไต้หวัน มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า จีนแผ่นดินใหญ่ (เฉพาะเอกสารบางประเภท) และบางประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา
ข้อควรระวังคือ แม้ประเทศปลายทางจะเป็นสมาชิกอนุสัญญา แต่หน่วยงานปลายทางบางแห่ง (เช่น กระทรวงการศึกษาบางประเทศ กรมตรวจคนเข้าเมืองบางประเทศ) อาจยังขอ Embassy Legalization ควบคู่ไปด้วยตามระเบียบภายในของหน่วยงาน NYC มีข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากลูกค้าและเครือข่ายพันธมิตรในต่างประเทศ ทำให้แนะนำลูกค้าได้อย่างถูกต้องว่าเอกสารประเภทใดของประเทศใดใช้ Apostille เพียงพอหรือต้องผ่าน Embassy เพิ่มเติม
Reverse Legalization: เอกสารต่างประเทศเพื่อใช้ในไทย
นอกจากการรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ต่างประเทศแล้ว NYC ยังให้บริการ Reverse Legalization รับรองเอกสารต่างประเทศเพื่อใช้ในประเทศไทยด้วย กระบวนการเริ่มจากเอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองในประเทศต้นทางแล้ว (Apostille หรือ Legalization ตามกรณี) นำมารับรองที่สถานทูตไทยในประเทศนั้น หรือกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาค แล้วนำกลับมารับรองที่กรมการกงสุล MFA ของไทยเพื่อยืนยันความถูกต้องอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงแปลเป็นภาษาไทยโดยนักแปลรับรองและรับรอง Notary Public ไทย
เอกสารต่างประเทศที่มักต้องการ Reverse Legalization ได้แก่ ทะเบียนสมรสที่จดในต่างประเทศเพื่อใช้จดในไทย ทะเบียนหย่าเพื่อใช้เปลี่ยนสถานะในทะเบียนราษฎร ใบเกิดของบุตรที่คลอดในต่างประเทศเพื่อยื่นขอสัญชาติไทย พินัยกรรมของคนต่างชาติเพื่อจัดการมรดกในไทย หนังสือมอบอำนาจของบริษัทต่างประเทศเพื่อทำนิติกรรมในไทย และเอกสารการศึกษาต่างประเทศเพื่อยื่นเทียบวุฒิที่กระทรวงศึกษาธิการหรือ ก.พ.
กระบวนการ Reverse Legalization ซับซ้อนกว่าการรับรองเอกสารไทยไปต่างประเทศ เพราะต้องประสานงานกับสถานทูตไทยในต่างประเทศ (ต่างโซนเวลา) ระบบราชการของประเทศต้นทาง และการแปลภาษาที่หายาก NYC มีเครือข่ายพันธมิตรใน 40+ ประเทศ ทำให้สามารถให้บริการ End-to-End โดยลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเอง เพียงส่งข้อมูลเอกสารและมอบอำนาจให้ทีมงานดำเนินการ

“ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Apostille แล้ว — เอกสารไปใช้ 124 ประเทศ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายกว่าเดิม 30-50%”— ทีมประสานงานสถานทูต NYC
บริการย่อยภายใต้ บริการรับรองเอกสารสถานทูต/กงสุล
MFA Legalization
รับรองเอกสารกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
Embassy Legalization
รับรองกับสถานทูตปลายทางในประเทศไทย 96+ ประเทศ
Consulate General
รับรองกับสถานกงสุลใหญ่ในกรุงเทพและต่างจังหวัด
Honorary Consulate
รับรองกับกงสุลกิตติมศักดิ์
Apostille (Hague)
รับรอง Apostille สำหรับ 120+ ประเทศสมาชิกอนุสัญญากรุงเฮก
Reverse Legalization
รับรองเอกสารต่างประเทศเพื่อใช้ในไทย
Urgent Same-Day
บริการเร่งด่วนกรณีต้องใช้ในวันเดียว
§ Why Choose NYC
ทำไมต้องเลือก NYC สำหรับบริการบริการรับรองเอกสารสถานทูต/กงสุล
รู้ขั้นตอนทุกสถานทูต
ประสานงานกับสถานทูต 94 แห่งประจำ รู้เอกสารที่ต้องใช้และค่าธรรมเนียมแบบ real-time
รับรอง MFA ด่วน 1 วัน
บริการ MFA Rush Service ลดเวลารอจาก 3-5 วัน เหลือ 1 วันทำการ
Apostille Route ประหยัดสุด
สำหรับประเทศภาคี Hague ไม่ต้องผ่านสถานทูต ลดเวลาและค่าใช้จ่ายลงครึ่งหนึ่ง
Apostille vs Legalization — เลือกอย่างไรให้ประหยัดที่สุด
ตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2567 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก 1961 อย่างเป็นทางการ ทำให้เอกสารไทยสามารถใช้ในประเทศภาคี 124 ประเทศได้โดยผ่านเพียงการรับรอง Apostille ที่กรมการกงสุลเท่านั้น ไม่ต้องนำไปรับรองที่สถานทูตปลายทางอีกต่อไป ประหยัดทั้งเวลา (จาก 10-21 วัน เหลือ 5-10 วัน) และค่าใช้จ่าย (ลด 30-50%)
ประเทศภาคี Apostille ที่คนไทยใช้บ่อย — สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรปทั้งหมด อินเดีย เม็กซิโก บราซิล อาร์เจนตินา ชิลี แอฟริกาใต้ ส่วนประเทศที่ยังไม่ใช่ภาคี ต้องใช้ Legalization ตามลำดับเดิม (MFA → สถานทูตปลายทาง) เช่น จีนแผ่นดินใหญ่ UAE ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ เวียดนาม ลาว พม่า อียิปต์
ข้อควรระวัง — แม้ประเทศปลายทางเป็นภาคี Hague บางหน่วยงานยังคงต้องการ Legalization แบบเดิม เช่น กระทรวงการต่างประเทศจีนเกาะไต้หวัน ที่ยังไม่ยอมรับ Apostille ต้องใช้รับรองสถานทูตแบบเดิม ทีมงาน NYC ตรวจสอบข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการเสมอ
เอกสารบริษัทและเอกสารกฎหมายสำหรับใช้ต่างประเทศ
การเปิดบริษัทลูก เปิดบัญชีธนาคาร ยื่นภาษี หรือลงนามสัญญาในต่างประเทศต้องใช้เอกสารบริษัทที่ผ่านการรับรองครบขั้นตอน ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 3 เดือน), หนังสือบริคณห์สนธิ, บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5), Board Resolution ระบุอำนาจกรรมการที่มอบให้, Corporate POA มอบอำนาจให้ตัวแทนดำเนินการ, สำเนาบัตรประชาชน/Passport กรรมการ
ขั้นตอน — (1) จัดทำเอกสาร 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ หรือภาษาปลายทาง) (2) กรรมการลงนามต่อหน้า Notary Public (3) แปลรับรองในกรณีที่ยังไม่ 2 ภาษา (4) MFA/Apostille (5) รับรองสถานทูตปลายทาง (ถ้าไม่ใช่ประเทศภาคี Hague) รวมเวลา 7-21 วันทำการ
ทีมงาน NYC มีทีมทนายและ Notary Public 6 ท่านประจำ พร้อมนักแปลผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการเงิน ทำงานร่วมกันเพื่อให้เอกสารบริษัทของคุณถูกต้องทั้งด้านภาษาและกระบวนการ ผ่านทุกด่านของสถานทูตในครั้งเดียว
ตัวอย่างงานบริการรับรองเอกสารสถานทูต/กงสุล



เอกสารที่ต้องเตรียม
- ต้นฉบับเอกสารที่จะรับรอง
- แปลรับรองโดยนักแปลของบริษัท
- Notary Public รับรอง (สำหรับเอกสารส่วนบุคคล)
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบให้ NYC ดำเนินการ)
- สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
- ค่าธรรมเนียมราชการ (แจ้งก่อน)
ขั้นตอนการดำเนินการ
- 1
ตรวจสอบสถานะประเทศปลายทาง
ระบุว่าใช้ Apostille หรือ Embassy Legalization
- 2
เตรียมและแปลเอกสาร
แปลรับรองโดยนักแปลของบริษัท
- 3
Notary Public รับรอง
รับรองโดย Notarial Services Attorney
- 4
ยื่น MFA / Apostille
ส่งเอกสารเข้ากรมการกงสุล MFA ปกติ 3-5 วันทำการ
- 5
ยื่นสถานทูตปลายทาง
เฉพาะกรณี Embassy Legalization ใช้เวลา 3-14 วัน
- 6
รับเอกสารและตรวจสอบ
รับเอกสารที่รับรองแล้ว ตรวจสอบตราประทับก่อนส่งมอบลูกค้า
ราคาและระยะเวลาโดยประมาณ
ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้น (บาท) ไม่รวมค่าธรรมเนียมสถานทูตหรือหน่วยงานราชการ กรุณาปรึกษาเจ้าหน้าที่เพื่อรับใบเสนอราคาที่แม่นยำตามเคสของคุณ
| รายการบริการ | ราคาเริ่มต้น | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| MFA เท่านั้น | 1,000-2,000 บาท | 3-5 วัน |
| MFA + Embassy | 3,000-8,000 บาท | 5-14 วัน |
| Apostille | 2,500-4,500 บาท | 5-10 วัน |
| เร่งด่วน Same-Day | +100% บาท | 1 วัน |
เคสตัวอย่างที่เราเคยดำเนินการ
รับรองใบสมรสเพื่อจดต่อในต่างประเทศ
แปล → Notary → MFA → สถานทูตปลายทาง สำหรับใช้จดทะเบียนบุตร โอนสัญชาติ
รับรองสัญญาการค้าระหว่างประเทศ
รับรองสัญญาที่ลงนามในไทยเพื่อใช้ในต่างประเทศ พร้อม MFA และ Embassy
รับรองเอกสารบริษัทสำหรับเปิดสาขาต่างประเทศ
หนังสือรับรอง หนังสือบริคณห์สนธิ Board Resolution ครบชุด
Apostille เอกสารการศึกษา
รับรอง Apostille สำหรับใช้สมัครมหาวิทยาลัยในประเทศสมาชิก 120+ ประเทศ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน
ข้ามขั้นตอน MFA ไปที่สถานทูตเลย
สถานทูตจะไม่รับรองหากยังไม่ผ่าน MFA ก่อน ต้องทำตามลำดับที่ถูกต้อง
ใช้ Apostille กับประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก
Apostille ใช้ไม่ได้กับประเทศนอกอนุสัญญา ต้องใช้ Embassy Legalization แทน
แปลเอกสารไม่ครบทุกส่วน
ต้องแปลทุกตราประทับ ทุกลายเซ็น ทุกหมายเหตุ ห้ามข้าม
เอกสารต้นฉบับเกิดจากหน่วยงานที่ไม่มีตัวอย่างตราประทับใน MFA
ต้องยืนยันว่าหน่วยงานที่ออกเอกสารได้ส่งตัวอย่างตราประทับให้ MFA แล้ว
คำถามที่พบบ่อย — บริการรับรองเอกสารสถานทูต/กงสุล
รับรองสถานทูตประเทศไหนได้บ้าง?+
ทุกสถานทูตและกงสุลใหญ่ในประเทศไทย รวมถึงกงสุลกิตติมศักดิ์ ครอบคลุม 96+ ประเทศ
ขั้นตอนรับรองมีอะไรบ้าง?+
แปลเอกสาร → Notary Public รับรอง → MFA รับรอง → สถานทูตปลายทางรับรอง (หรือ Apostille สำหรับประเทศสมาชิกอนุสัญญากรุงเฮก)
MFA คืออะไร?+
กระทรวงการต่างประเทศ (Ministry of Foreign Affairs) รับรองว่าเอกสารที่ Notary Public รับรองนั้นถูกต้อง เป็นขั้นตอนบังคับก่อนนำไปรับรองสถานทูต
Apostille ใช้ได้กับประเทศไหนบ้าง?+
ใช้ได้กับ 120+ ประเทศสมาชิกอนุสัญญากรุงเฮก ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อ 25 ธันวาคม 2568 ประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกยังต้องใช้ Embassy Legalization
ใช้เวลานานแค่ไหน?+
MFA อย่างเดียว 3-5 วัน MFA + Embassy 5-14 วัน Apostille 5-10 วัน มีบริการเร่งด่วนภายในวันเดียว (คิดค่าบริการเพิ่ม)
รับรองเอกสารต่างประเทศเพื่อใช้ในไทยได้ไหม?+
ได้ เรียกว่า Reverse Legalization ต้องเริ่มจาก Notary ประเทศต้นทาง → MFA ประเทศต้นทาง → สถานทูตไทยในต่างประเทศ
พร้อมเริ่มต้น บริการรับรองเอกสารสถานทูต/กงสุล?
ปรึกษาฟรีกับผู้เชี่ยวชาญของเรา ไม่มีค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ