Est. 2019 · Khon Kaen · Bangkok · Udon · Nong Khai

รับรองเอกสารสถานทูตญี่ปุ่นในไทย vs. รับรองที่สถานทูตไทยในโตเกียว/โอซาก้า

เผยแพร่ อัปเดต

เปรียบเทียบการรับรองเอกสารสำหรับใช้ในญี่ปุ่น: ทำในไทยหรือทำที่สถานทูตไทยในโตเกียว/โอซาก้า แบบไหนเร็วและประหยัดกว่า

สองเส้นทางการรับรองเอกสารสำหรับใช้ในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille — คนไทยสามารถขอ Apostille ที่ MFA ไทยแล้วใช้ในญี่ปุ่นได้เลย ไม่ต้องผ่านสถานทูต ตั้งแต่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567

อย่างไรก็ตาม บางหน่วยงานในญี่ปุ่น (เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือมหาวิทยาลัยบางแห่ง) ยังคงระบุให้ผ่านสถานทูตไทยในโตเกียวหรือโอซาก้าตามธรรมเนียมเดิม

เส้นทางที่ 1: ทำในประเทศไทย (Apostille)

  • แปลเอกสารเป็นภาษาญี่ปุ่นหรืออังกฤษ
  • Notary Public
  • รับรอง Apostille ที่ MFA ไทย
  • ระยะเวลารวม 5–10 วันทำการ

เส้นทางที่ 2: ทำที่สถานทูตไทยในญี่ปุ่น

  • สถานทูตไทย ณ กรุงโตเกียว (สำหรับผู้พำนักในภาคตะวันออก)
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า (ภาคตะวันตก)
  • ค่าธรรมเนียมประมาณ 5,000–8,000 เยน/ชุด
  • ระยะเวลารอ 5–7 วันทำการ

คำแนะนำจากทีมงาน

หากคุณอยู่ในไทย เส้นทาง Apostille เร็วและถูกกว่ามาก และเป็นที่ยอมรับสากลตามอนุสัญญา Hague — สำหรับคนไทยที่พำนักในญี่ปุ่นและไม่สามารถกลับมาไทยได้ ให้ใช้สถานทูตไทยประจำญี่ปุ่นแทน แล้วส่งเอกสารเข้าไทยเพื่อทำ Apostille ผ่าน NYC Visa & Translation ได้เช่นกัน

สนใจใช้บริการที่เกี่ยวข้อง?

ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาฟรี ตอบกลับภายใน 15 นาทีในเวลาทำการ

อ่านเพิ่มเติม

บริการที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้อยู่ในหมวด รับรองสถานทูต — คลิกเพื่อดูรายละเอียดบริการ

คำถามที่พบบ่อย

ประเทศไทยเข้า Apostille แล้ว ต้องผ่านสถานทูตญี่ปุ่นอีกไหม?

ไม่ต้องแล้วครับ — สำหรับเอกสารที่รับ Apostille แล้ว ญี่ปุ่นในฐานะภาคี Hague ยอมรับได้เลย ไม่ต้องผ่านสถานทูตญี่ปุ่นในไทยหรือสถานทูตไทยในญี่ปุ่นอีก

อยู่ญี่ปุ่นแล้ว จะขอเอกสารไทยไปใช้ในญี่ปุ่นทำอย่างไร?

ให้มอบอำนาจญาติในไทยไปขอต้นฉบับจากหน่วยงานที่ออก (เช่น อำเภอ) แล้วส่งให้ NYC Visa & Translation ดำเนินการแปล + Apostille และส่งกลับให้คุณผ่าน DHL

LINE @NYC168083-249-4999