ค่าจ้างทำบัญชีรายเดือนและค่าปิดงบ ราคาเท่าไร ครอบคลุมอะไรบ้าง

คำตอบสั้น ๆ
ค่าทำบัญชีรายเดือนคิดจากจำนวนเอกสารต่อเดือน การจดภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวนพนักงานในระบบประกันสังคม และความซับซ้อนของธุรกิจ บริษัทตั้งใหม่ที่เอกสารไม่มากมักอยู่ในช่วงหลักพันต้นต่อเดือน ส่วนค่าปิดงบประจำปีและค่าสอบบัญชีคิดแยกเป็นรายปี บริษัทที่จดทะเบียนแล้วต้องยื่นงบการเงินทุกปีแม้ไม่มีรายได้ และการยื่นล่าช้ามีค่าปรับทั้งฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร
ตารางช่วงราคาและระยะเวลา
| รายการ | ช่วงค่าบริการ (ประมาณการ) | ระยะเวลา | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ทำบัญชีรายเดือน บริษัทเล็ก ไม่จด VAT | 1,500–3,500 บาท/เดือน | ปิดรอบภายในเดือนถัดไป | เอกสารไม่เกินประมาณ 30 รายการต่อเดือน |
| ทำบัญชีรายเดือน บริษัทจด VAT | 3,000–8,000 บาท/เดือน | ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน | รวมจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย |
| งานเงินเดือนและประกันสังคม | เริ่มต้นตามจำนวนพนักงาน | ยื่นรายเดือน | รวมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายของพนักงาน |
| ปิดงบการเงินประจำปี | 8,000–25,000 บาท/ปี | 3–6 สัปดาห์หลังได้เอกสารครบ | ขึ้นกับปริมาณรายการทั้งปี |
| ค่าสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต | คิดแยกตามขนาดกิจการ | ต้องเสร็จก่อนกำหนดยื่นงบ | บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปี |
| จัดทำบัญชีย้อนหลัง/แก้ไขงบที่ค้าง | ประเมินเป็นรายกรณี | 1–3 เดือน | ต้องดูค่าปรับและเบี้ยปรับที่ค้างประกอบ |
ตัวเลขข้างต้นเป็นการประมาณการเพื่อวางงบประมาณ ไม่ใช่ราคาผูกพัน ค่าธรรมเนียมราชการแยกจากค่าบริการ และราคาจริงยืนยันในใบเสนอราคาหลังประเมินเอกสาร
อะไรทำให้ราคาต่างกัน
ปริมาณเอกสารต่อเดือน
จำนวนใบกำกับภาษีซื้อ ใบแจ้งหนี้ และรายการเดินบัญชีคือปัจจัยหลักของราคา ไม่ใช่ยอดขาย
สถานะจดภาษีมูลค่าเพิ่ม
กิจการที่จด VAT ต้องทำรายงานภาษีซื้อภาษีขายและยื่นทุกเดือน ทำให้ปริมาณงานประจำสูงกว่ากิจการที่ยังไม่จด
จำนวนพนักงานและสวัสดิการ
ยิ่งมีพนักงานมาก งานคำนวณเงินเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และประกันสังคมยิ่งเพิ่มขึ้นทุกเดือน
ความเรียบร้อยของเอกสารต้นทาง
หากเอกสารส่งช้า ไม่ครบ หรือใช้บัญชีส่วนตัวปนกับบัญชีบริษัท ต้องใช้เวลาไล่รายการเพิ่มซึ่งสะท้อนในค่าบริการ
ขั้นตอนการทำงานจริง
1. ประเมินธุรกิจและจำนวนเอกสาร
ดูประเภทธุรกิจ สถานะ VAT จำนวนพนักงาน และปริมาณรายการต่อเดือน เพื่อออกใบเสนอราคาที่ตรงจริง
2. รับมอบงานและตั้งระบบ
จัดผังบัญชี วิธีส่งเอกสาร รอบตัดยอด และสิทธิ์เข้าถึงระบบยื่นภาษีออนไลน์
3. ส่งเอกสารรายเดือน
ลูกค้าส่งเอกสารภายในวันที่ตกลง เช่น ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป เพื่อให้ทันกำหนดยื่น
4. บันทึกบัญชีและกระทบยอด
บันทึกรายการ กระทบยอดธนาคาร และแจ้งกลับรายการที่เอกสารไม่ครบก่อนปิดรอบ
5. ยื่นภาษีและประกันสังคม
ยื่นแบบรายเดือนตามกำหนด พร้อมส่งหลักฐานการยื่นและใบเสร็จให้ลูกค้าเก็บไว้
6. ปิดงบและตรวจสอบบัญชีประจำปี
จัดทำงบการเงิน ส่งผู้สอบบัญชี จัดประชุมอนุมัติงบ แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรตามกำหนด
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ใบกำกับภาษีซื้อและใบกำกับภาษีขายทั้งหมดของเดือน
- ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ และสัญญาที่เกี่ยวข้องกับรายได้และค่าใช้จ่าย
- รายการเดินบัญชีธนาคารของบริษัททุกบัญชี
- ข้อมูลเงินเดือน พนักงานเข้าออก และเอกสารประกันสังคม
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ได้รับและที่ออกให้ผู้อื่น
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเงินซ้ำ
คิดว่าบริษัทไม่มีรายได้จึงไม่ต้องยื่น
บริษัทที่จดทะเบียนแล้วต้องยื่นงบการเงินและแบบภาษีตามกำหนดทุกปี แม้ยังไม่เริ่มดำเนินกิจการ มิฉะนั้นมีค่าปรับสะสม
ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินของบริษัท
ทำให้แยกรายได้กิจการกับเงินส่วนตัวไม่ออก ตรวจสอบยาก และมีความเสี่ยงเมื่อถูกเรียกตรวจ
เก็บแต่สลิปโอนเงินโดยไม่มีใบกำกับภาษี
ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเอกสารตามหลักเกณฑ์อาจถูกปรับปรุงออกและทำให้ภาษีที่ต้องชำระเพิ่มขึ้น
ส่งเอกสารรวบยอดตอนสิ้นปี
ทำให้ยื่นแบบรายเดือนไม่ทัน เกิดเบี้ยปรับเงินเพิ่ม และเสียโอกาสแก้ไขรายการผิดตั้งแต่ต้น
คำถามที่พบบ่อย
- ค่าทำบัญชีรายเดือนคิดจากอะไร
- คิดจากปริมาณงานจริงเป็นหลัก ได้แก่ จำนวนเอกสารซื้อขายต่อเดือน สถานะจดภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวนบัญชีธนาคารที่ต้องกระทบยอด จำนวนพนักงานในระบบเงินเดือนและประกันสังคม รวมถึงความซับซ้อนของธุรกิจ เช่น มีสต็อกสินค้า มีรายได้จากต่างประเทศ หรือมีหลายสาขา ยอดขายสูงแต่เอกสารน้อยอาจมีค่าบริการต่ำกว่ากิจการที่ยอดขายน้อยแต่มีใบกำกับหลายร้อยใบต่อเดือน
- บริษัทเปิดใหม่ยังไม่มีรายได้ ต้องทำบัญชีไหม
- ต้องทำ เพราะหน้าที่ทางบัญชีและภาษีเริ่มนับตั้งแต่วันจดทะเบียน บริษัทต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชี จัดทำงบการเงินประจำปี ให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแม้เป็นงบเปล่า การละเลยทำให้เกิดค่าปรับที่สะสมทุกปีและเป็นอุปสรรคเมื่อจะขอสินเชื่อ เข้าประมูลงาน หรือปิดบริษัทในภายหลัง
- ต้องยื่นภาษีอะไรบ้างในแต่ละเดือน
- โดยทั่วไปกิจการที่มีพนักงานและจด VAT จะมีแบบรายเดือนหลัก ๆ คือ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินเดือนและของผู้รับจ้าง ภาษีมูลค่าเพิ่ม และเงินสมทบประกันสังคม ส่วนรายปีมีภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีและสิ้นปี พร้อมการนำส่งงบการเงิน กำหนดยื่นแต่ละแบบต่างกันและการยื่นออนไลน์มักได้ขยายเวลาเล็กน้อย จึงควรมีปฏิทินภาษีที่ตกลงกับสำนักงานบัญชีไว้ล่วงหน้า
- จ้างสำนักงานบัญชีกับจ้างพนักงานประจำ แบบไหนคุ้มกว่า
- ธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางที่เอกสารไม่เกินหลักร้อยรายการต่อเดือน การจ้างสำนักงานบัญชีมักคุ้มกว่า เพราะได้ทีมที่มีผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียนและรู้กำหนดยื่นโดยไม่ต้องรับภาระเงินเดือน สวัสดิการ และความเสี่ยงเมื่อพนักงานลาออกกะทันหัน ส่วนกิจการที่มีธุรกรรมจำนวนมากทุกวัน มีสต็อก หรือต้องการรายงานภายในแบบเรียลไทม์ การมีทีมบัญชีในบริษัทควบคู่กับผู้สอบบัญชีภายนอกจะตอบโจทย์กว่า
- ค่าปิดงบประจำปีรวมค่าสอบบัญชีหรือไม่
- ส่วนใหญ่แยกกัน ค่าปิดงบคือค่าจัดทำงบการเงินจากสมุดบัญชี ส่วนค่าสอบบัญชีเป็นค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ตรวจและแสดงความเห็นต่องบนั้น ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุทั้งสองรายการแยกบรรทัด พร้อมระบุว่ารวมการจัดประชุมผู้ถือหุ้น การนำส่งงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และการยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่
- ยื่นภาษีล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้น
- จะมีค่าปรับอาญาสำหรับการยื่นแบบล่าช้าและเงินเพิ่มคำนวณจากภาษีที่ต้องชำระ ยิ่งทิ้งไว้นานยิ่งเพิ่ม และการนำส่งงบการเงินล่าช้าก็มีค่าปรับแยกอีกส่วน กรณีที่ค้างหลายปีควรให้ผู้ทำบัญชีประเมินภาระทั้งหมดก่อนแล้วทยอยแก้ไขตามลำดับ ไม่ควรเว้นว่างต่อไปเพราะจำนวนเงินจะโตขึ้นทุกเดือน
- เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปีได้ไหม
- ได้ และทำกันเป็นปกติ สิ่งสำคัญคือการส่งมอบข้อมูล ได้แก่ สมุดบัญชีและงบทดลองล่าสุด แฟ้มเอกสารทั้งปี รายละเอียดลูกหนี้เจ้าหนี้และทรัพย์สิน รหัสเข้าระบบยื่นภาษีออนไลน์ และการแจ้งเปลี่ยนผู้ทำบัญชีในระบบให้เรียบร้อย ควรกำหนดวันตัดยอดให้ชัดเพื่อไม่ให้มีเดือนที่ไม่มีใครรับผิดชอบการยื่นแบบ
- ค่าใช้จ่ายแบบไหนที่มักถูกตัดออก
- ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐานตามหลักเกณฑ์ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการที่ไม่เกี่ยวกับกิจการ รายจ่ายที่ผู้รับเงินไม่ยอมให้หักภาษี ณ ที่จ่ายและไม่มีเอกสารยืนยัน รวมถึงรายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้ วิธีป้องกันคือกำหนดนโยบายภายในว่าทุกการเบิกต้องมีเอกสารประกอบ และจ่ายผ่านบัญชีบริษัทเพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
- e-Tax Invoice จำเป็นไหมสำหรับธุรกิจเล็ก
- ยังไม่ใช่ข้อบังคับกับทุกกิจการ แต่เป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนกระดาษ ลดเอกสารสูญหาย และทำให้การจัดเก็บเป็นระบบตรวจสอบได้ ธุรกิจที่ออกใบกำกับจำนวนมากหรือมีลูกค้าองค์กรที่ต้องการรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์จะได้ประโยชน์ชัดเจน ควรวางแผนร่วมกับผู้ทำบัญชีเรื่องรูปแบบไฟล์ การลงลายมือชื่อดิจิทัล และการเก็บรักษาข้อมูลตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
- ควรส่งเอกสารให้สำนักงานบัญชีเมื่อไร
- ควรกำหนดวันตายตัว เช่น ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป และส่งให้ครบทั้งเอกสารซื้อ ขาย ธนาคาร และเงินเดือนในคราวเดียว การส่งทยอยทีละใบทำให้ต้องเปิดงานซ้ำและเสี่ยงยื่นไม่ทัน หากเดือนใดเอกสารไม่ครบ ควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ทำบัญชีเลือกวิธีบันทึกที่ถูกต้องและขอเอกสารเพิ่มได้ทัน
ขอใบเสนอราคาสำหรับงานนี้
ส่งเอกสารที่มีและวันที่ต้องใช้ ทีมงานจะแจ้งขอบเขตงาน ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมราชการแยกบรรทัด · โทร 083-2494999 · LINE @NYC168 · contact@nyclegal.co.th · จันทร์–เสาร์ · 09:00–18:00
คู่มือค่าบริการหมวดอื่น
แหล่งอ้างอิงทางการ — บัญชี ภาษี และประกันสังคม
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบจากหน่วยงานทางการด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนดำเนินการ
- กรมสรรพากร — ประมวลรัษฎากร ภาษีเงินได้ VAT— Revenue Department
- สำนักงานประกันสังคม— Social Security Office
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — จดทะเบียนนิติบุคคล— Department of Business Development
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ฐานข้อมูลกฎหมายไทย— Office of the Council of State
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) / LTR Visa— Thailand Board of Investment
บริการที่เกี่ยวข้อง
งานเอกสารส่วนใหญ่ต้องทำต่อเนื่องหลายขั้น — เลือกขั้นถัดไปที่คุณต้องใช้ได้เลย
- บัญชีและภาษี
- จดทะเบียนบริษัทและ BOI
- แปลเอกสารรับรอง
- Notary Public (ทนายรับรองลายมือชื่อ)
- บริการ Expat / VIP
- ดัชนีคลังความรู้
ต้องการใบเสนอราคาและระยะเวลาที่แน่นอน โทร / LINE / อีเมลหาเจ้าหน้าที่ได้ทุกวันทำการ
ทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ: เนื้อหาหน้านี้เขียนและตรวจทานโดยทีมที่ปฏิบัติงานจริง ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี อ้างอิงประกาศของหน่วยงานต้นทางโดยตรง และมีผู้ตรวจทานคนที่สองก่อนเผยแพร่ — ดูทีมงาน · นโยบายความถูกต้องของเนื้อหา






