บัญชี ภาษี Audit และ Payroll
บริษัทในไทยต้องทำบัญชีและยื่นภาษีอะไรบ้าง?
บริษัทจำกัดต้องเริ่มทำบัญชีตั้งแต่จดทะเบียนและจัดทำงบประจำปีที่ผ่านการตรวจสอบ งานภาษีขึ้นกับประเภทนิติบุคคล รอบบัญชี การจ่ายเงิน และสถานะ VAT ไม่ใช่ทุกบริษัทต้องยื่นทุกแบบทุกเดือน ตรวจหน้าที่และกำหนดกับกรมสรรพากรและ DBD

แยกงานบันทึกบัญชี ยื่นภาษี เงินเดือน และการตรวจสอบงบโดยผู้สอบบัญชีอิสระให้ชัดเจนก่อนรับงาน บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือได้รับ BOI ต้องแจ้งเงื่อนไขและรายงานเพิ่มเติม ไม่ใช่ใช้ขอบเขตเดียวกันทุกกิจการ
เราบันทึกบัญชีจากเอกสารที่คุณส่งทุกเดือน กระทบยอดธนาคาร เตรียมแบบ ภ.พ.30 และ ภ.ง.ด.1/3/53 ให้ยื่นทันกำหนด แล้วสรุปกำไรขาดทุนให้ดูเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ ค่าบริการประเมินตามจำนวนรายการหลังดูเอกสารจริง
เราทบทวนตัวเลขก่อนครึ่งปีและก่อนปิดปี เพื่อประมาณการกำไรใน ภ.ง.ด.51 ให้สมเหตุสมผล ตรวจรายจ่ายต้องห้าม และเตรียม ภ.ง.ด.50 พร้อมเอกสารประกอบ การวางแผนทำภายในกรอบกฎหมายเท่านั้น
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่เป็นอิสระจากทีมทำบัญชีจะวางแผนงานตรวจ สุ่มทดสอบรายการ ยืนยันยอดธนาคาร และออกรายงานผู้สอบบัญชี จากนั้นเราช่วยจัดประชุมอนุมัติงบและนำส่งผ่าน DBD e-Filing ค่าบริการประเมินตามขนาดกิจการ
เราคำนวณเงินเดือน หักภาษีและเงินสมทบประกันสังคม ทำสลิป ยื่น ภ.ง.ด.1 และแบบประกันสังคมรายเดือน ออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้พนักงานปลายปี และแจ้งเข้า–ออกพนักงานตามกำหนด
หน้าที่ทางบัญชีของนิติบุคคลไทยเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียน ไม่ใช่วันมีรายได้
พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ซึ่งรวมถึงบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ต้องจัดทำบัญชีนับแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียน และต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่าบริษัทที่ยังไม่มีรายได้ไม่ต้องทำบัญชี สำหรับบริษัทจำกัดที่ไม่มีการเคลื่อนไหวยังต้องปิดงบ ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และนำส่งงบตามกำหนดทุกปี ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนอาจมีเงื่อนไขผู้สอบบัญชีต่างกัน ต้องตรวจประเภทกิจการและข้อยกเว้นก่อน
หน้าที่ทางภาษีเป็นอีกชั้นหนึ่งที่แยกจากหน้าที่ทางบัญชี บริษัทต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีและประจำปี ตรวจหน้าที่ภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้และผู้รับเมื่อมีการจ่าย และยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนเมื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว แม้เดือนนั้นไม่มีรายการก็ต้องยื่นแบบเปล่า
ผลของการละเลยไม่ใช่เพียงค่าปรับ แต่รวมถึงการถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ปัญหาการขอสินเชื่อเพราะงบการเงินไม่น่าเชื่อถือ และอุปสรรคเมื่อผู้ถือหุ้นต้องการขายกิจการ เพราะผู้ซื้อจะตรวจสอบสถานะย้อนหลัง
ปฏิทินภาษีและงานบัญชีที่บริษัทไทยต้องทำในหนึ่งรอบปี
ตารางนี้เป็นกรอบทั่วไป กำหนดเวลาที่ใช้จริงอาจต่างไปตามรอบบัญชีของแต่ละบริษัทและประกาศขยายเวลาของกรมสรรพากร เราจึงจัดทำปฏิทินเฉพาะรายบริษัทและแจ้งเตือนล่วงหน้าทุกเดือน
| งาน | รอบเวลา | กำหนดยื่นโดยทั่วไป | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, 3, 53) | รายเดือน | ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป | ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตอาจมีการขยายเวลาตามประกาศที่ใช้กับแบบและรอบนั้น |
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) | รายเดือน | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป | ต้องยื่นแม้ไม่มีรายการ |
| เงินสมทบประกันสังคม | รายเดือน | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป | นายจ้างสมทบในอัตราตามกฎหมายและมีเพดานฐานค่าจ้าง |
| ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) | ครึ่งรอบบัญชี | ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรก | ประมาณการต่ำกว่าเกณฑ์อาจมีเงินเพิ่ม |
| ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี (ภ.ง.ด.50) | รายปี | ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี | ยื่นพร้อมงบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว |
| นำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า | รายปี | ตามกำหนดหลังที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ | ต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นภายในกำหนด |
ขอบเขตงานบัญชีที่เรารับผิดชอบ
- บันทึกบัญชีรายเดือนตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ
- จัดทำและยื่นแบบภาษีรายเดือน ได้แก่ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และเงินสมทบประกันสังคม
- จัดทำเงินเดือน สลิปเงินเดือน และรายงานภาษีของพนักงาน
- ปิดงบประจำปีและประสานผู้สอบบัญชีอิสระตามขอบเขตที่ตกลง ไม่รับประกันผลการตรวจสอบ
- วางแผนภาษีล่วงหน้าโดยอิงค่าใช้จ่ายที่มีเอกสารรองรับ ไม่ใช่การสร้างรายจ่ายที่ไม่มีอยู่จริง
- จัดทำเอกสารประกอบการตรวจสอบเมื่อกรมสรรพากรขอข้อมูลเพิ่มเติม
- ตั้งระบบเอกสารตั้งต้นสำหรับบริษัทเปิดใหม่ ทั้งผังบัญชี แบบฟอร์ม และกระบวนการอนุมัติ
ลำดับการรับงานและการส่งมอบรายเดือน
- ตรวจสถานะตั้งต้น: ทบทวนงบการเงินปีก่อน แบบภาษีที่ยื่นแล้ว และรายการค้างในระบบ เพื่อประเมินความเสี่ยงย้อนหลัง
- วางผังบัญชีและรอบเอกสาร: กำหนดวันส่งเอกสารประจำเดือน รูปแบบไฟล์ และผู้รับผิดชอบทั้งสองฝ่าย
- บันทึกบัญชีและกระทบยอด: กระทบยอดธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และภาษีซื้อ-ภาษีขายทุกเดือน
- ยื่นแบบภาษีและประกันสังคม: ยื่นตามกำหนดพร้อมส่งหลักฐานการยื่นและใบเสร็จให้ลูกค้าเก็บไว้
- ส่งรายงานผู้บริหาร: งบทดลอง งบกำไรขาดทุนย่อ และประเด็นที่ควรตัดสินใจ เช่น ภาษีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
- ปิดงบและตรวจสอบประจำปี: จัดทำงบการเงิน ประสานผู้สอบบัญชี จัดประชุมผู้ถือหุ้น และนำส่งหน่วยงาน
เลือกจ้างสำนักงานบัญชีหรือจ้างพนักงานบัญชีประจำ
หลายบริษัทใช้รูปแบบผสม คือมีพนักงานธุรการการเงินภายในเพื่อจัดเก็บเอกสารและวางบิล แล้วให้สำนักงานบัญชีรับผิดชอบการบันทึกบัญชี การยื่นภาษี และการปิดงบ วิธีนี้ควบคุมต้นทุนได้และยังมีผู้รับผิดชอบทางวิชาชีพชัดเจน
| ประเด็น | จ้างสำนักงานบัญชี | จ้างพนักงานประจำ |
|---|---|---|
| ต้นทุนรวม | จ่ายตามปริมาณงานจริง | เงินเดือน ประกันสังคม สวัสดิการ และค่าโปรแกรม |
| ความต่อเนื่อง | ตรวจผู้รับช่วงและการเข้าถึงเอกสารในข้อตกลง | ต้องวางแผนผู้รับช่วงเมื่อพนักงานลาออก |
| ความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง | ตรวจผู้รับผิดชอบแต่ละวิชาชีพและความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี | ขึ้นกับประสบการณ์ของบุคคลนั้น |
| ความเหมาะสม | ธุรกิจที่รายการไม่มากหรือกำลังเติบโต | ธุรกิจที่มีรายการจำนวนมากและต้องการควบคุมภายในเข้มข้น |
การวางแผนภาษีที่ทำได้จริงและไม่ขัดกฎหมาย
สิ่งที่เราไม่ทำคือการสร้างรายจ่ายที่ไม่มีอยู่จริง การใช้ใบกำกับภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการบันทึกรายการที่ไม่มีเอกสารรองรับ วิธีเหล่านี้ทำให้กรรมการมีความรับผิดส่วนบุคคลและมีโทษตามกฎหมาย การวางแผนภาษีที่ยั่งยืนอยู่ที่การจัดเก็บเอกสารให้ครบและเลือกใช้สิทธิที่กฎหมายให้ไว้
- ใช้สิทธิหักรายจ่ายที่มีเอกสารครบถ้วนและเกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรง
- จัดโครงสร้างค่าตอบแทนกรรมการและพนักงานให้สอดคล้องกับหน้าที่จริง
- บริหารรอบการรับรู้รายได้และรายจ่ายตามเกณฑ์คงค้างอย่างถูกต้อง
- ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกฎหมายที่บริษัทเข้าเงื่อนไข เช่น รายจ่ายเพื่อการลงทุนบางประเภท
- ประมาณการภาษีครึ่งปีอย่างสมเหตุสมผลเพื่อลดความเสี่ยงเงินเพิ่มจากการประมาณการต่ำเกินไป
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และวิธีที่เราป้องกันให้
คำถามเพิ่มเติมที่ลูกค้าถามบ่อย
- บริษัทเพิ่งจดทะเบียนต้องเริ่มทำบัญชีเมื่อไร
- ต้องจัดทำบัญชีนับแต่วันที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย แม้ยังไม่มีรายได้ก็ต้องปิดงบและนำส่งงบการเงินประจำปี
- บริษัทที่ไม่มีการเคลื่อนไหวต้องตรวจสอบบัญชีหรือไม่
- ต้อง งบการเงินของบริษัทจำกัดต้องผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกปี แม้ไม่มีรายการค้าในรอบปีนั้น
- ค่าบริการทำบัญชีคิดอย่างไร
- คิดตามปริมาณรายการต่อเดือน จำนวนพนักงานในระบบเงินเดือน สถานะการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม และความซับซ้อนของธุรกิจ เช่น การนำเข้าส่งออกหรือหลายสาขา เราออกใบเสนอราคาเป็นรายกรณีหลังดูเอกสารตัวอย่างหนึ่งเดือน
- ต้องส่งเอกสารให้เมื่อไรในแต่ละเดือน
- โดยทั่วไปกำหนดวันส่งไว้ช่วงต้นเดือนถัดไป เพื่อให้มีเวลาบันทึกบัญชีและยื่นภาษีทัน หากส่งช้ากว่ากำหนด ความเสี่ยงยื่นเกินกำหนดจะตกอยู่กับบริษัท เราจึงตั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้าทุกเดือน
- รับโอนงานจากสำนักงานบัญชีเดิมได้หรือไม่
- ได้ เราเริ่มจากทบทวนงบปีก่อน แบบภาษีที่ยื่นแล้ว และรายการค้างในระบบ เพื่อประเมินความเสี่ยงย้อนหลังก่อน แล้วจึงวางแผนรับโอนโดยไม่ให้ขาดช่วงการยื่นแบบ
- ถ้ากรมสรรพากรเรียกตรวจสอบจะช่วยอย่างไร
- เราจัดเตรียมเอกสารตามรายการที่เจ้าหน้าที่ขอ อธิบายที่มาของรายการ และเข้าร่วมชี้แจงร่วมกับผู้มีอำนาจของบริษัท หากมีประเด็นข้อกฎหมาย ทีมทนายในเครือเข้าร่วมพิจารณาทางเลือกในการโต้แย้งได้
- ทำบัญชีให้บริษัทต่างชาติในไทยได้หรือไม่
- ได้ รวมถึงบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ สำนักงานผู้แทน และบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน เราจัดทำรายงานผู้บริหารเป็นภาษาอังกฤษควบคู่กับเอกสารภาษาไทยที่ใช้ยื่นหน่วยงาน
- e-Tax Invoice จำเป็นกับบริษัทขนาดเล็กหรือไม่
- ขึ้นกับเงื่อนไขที่ใช้บังคับกับขนาดรายได้และลักษณะธุรกิจในขณะนั้น รวมถึงความต้องการของคู่ค้า หลายบริษัทเลือกใช้เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและส่งมอบเอกสาร เราตรวจเงื่อนไขปัจจุบันให้ก่อนวางระบบ
- ประกันสังคมนายจ้างต้องจ่ายเท่าไร
- นายจ้างนำส่งเงินสมทบในอัตราตามกฎหมายโดยคำนวณจากค่าจ้างและมีเพดานฐานค่าจ้างที่กำหนด พร้อมเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนตามประเภทกิจการ อัตราอาจปรับตามประกาศ เราตรวจอัตราปัจจุบันทุกครั้งก่อนคำนวณ
- มีบริการวางระบบบัญชีสำหรับบริษัทเปิดใหม่หรือไม่
- มี ครอบคลุมการวางผังบัญชี แบบฟอร์มใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้ ขั้นตอนอนุมัติค่าใช้จ่าย และการจัดเก็บเอกสารดิจิทัล เพื่อให้ปีแรกมีหลักฐานครบสำหรับการตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
- จ้างสำนักงานบัญชีภายนอกหรือจ้างพนักงานบัญชีประจำ แบบไหนเหมาะกว่า?
- ธุรกิจที่รายการต่อเดือนยังไม่มาก ไม่มีระบบ ERP และต้องการผู้ดูแลกำหนดยื่นภาษีให้ มักเหมาะกับสำนักงานบัญชีภายนอก ส่วนธุรกิจที่มีรายการทุกวัน หลายสาขา หรือสต็อกซับซ้อน อาจต้องมีพนักงานบัญชีภายในทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีที่ตรวจทานและปิดงบ เราประเมินจากเอกสารตัวอย่างหนึ่งเดือนก่อนเสนอรูปแบบงาน
- บริษัทเพิ่งจดใหม่ต้องเริ่มทำบัญชีทันทีไหม?
- ต้องเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 แม้ยังไม่มีรายได้ก็ต้องปิดงบ ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจ และยื่นงบประจำปี ควรตรวจรายละเอียดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- นายจ้างต้องนำส่งประกันสังคมอย่างไร?
- นายจ้างหักเงินสมทบจากลูกจ้างและสมทบส่วนของนายจ้างในอัตราเท่ากัน โดยคำนวณจากค่าจ้างไม่เกินเพดานที่สำนักงานประกันสังคมประกาศ แล้วนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป อัตราและเพดานอาจเปลี่ยนตามประกาศ จึงควรตรวจกับสำนักงานประกันสังคมทุกปี
- ธุรกิจของเราต้องใช้ e-Tax Invoice หรือไม่?
- ขึ้นกับประกาศกรมสรรพากรที่ใช้อยู่ ณ ขณะนั้น ผู้ประกอบการจำนวนมากเลือกใช้โดยสมัครใจ เราช่วยตรวจว่าระบบออกใบกำกับภาษีปัจจุบันรองรับหรือไม่ และควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนตัดสินใจ
เอกสารก่อนขอใบเสนอราคางานบัญชี
- หนังสือรับรองบริษัท วันสิ้นรอบบัญชี สถานะ VAT และจำนวนสาขา
- ตัวอย่างเอกสารซื้อขายหนึ่งเดือน รายการธนาคาร และจำนวนรายการโดยประมาณ
- จำนวนพนักงาน รูปแบบค่าจ้าง และการเปลี่ยนแปลงในรอบเงินเดือน
- งบปีก่อน แบบที่ยื่นแล้ว หลักฐานรับแบบ และรายการงานค้างจากผู้ทำบัญชีเดิม
แยกงานผู้ทำบัญชีออกจากผู้สอบบัญชีอิสระ และไม่ส่งรหัสผ่านบัญชีธนาคาร ตรวจปฏิทินภาษีที่ กรมสรรพากร การส่งงบที่ DBD และเงินสมทบที่ สำนักงานประกันสังคม
สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา
คลังความรู้ประกอบการตัดสินใจ
คำถาม-คำตอบ 3,057 ข้อ เขียนโดยทีมทนายและนักแปลของเรา แยกตามบริการ อ่านฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก
- Master Service Hub — แผนแม่บททุกบริการ
ศูนย์กลางคำค้นและคำถามของทุกสายบริการ ตั้งแต่แปลรับรอง ล่าม วีซ่า Work Permit BOI บัญชี-ภาษี-มรดก ไปจนถึงงานกฎหมายองค์กรข้ามชาติ M&A การบิน-เดินเรือ และโฮลดิ้งคอมพานี
649 คำถาม-คำตอบ
- แปลและรับรองเอกสารทุกภาษา
งานแปลรับรองครบทุกตระกูลเอกสาร ทะเบียนราษฎร์ การศึกษา นิติบุคคล สัญญา งบการเงิน เวชระเบียน เทคนิค และทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมสายรับรอง Notary → กรมการกงสุล → สถานทูต
500 คำถาม-คำตอบ
- รับรองนิติกรณ์กรมการกงสุล
ขั้นตอนรับรองเอกสารกรมการกงสุล ค่าธรรมเนียม ระยะเวลา สายเอกสารต่างประเทศเข้าไทย และการต่อเชื่อมกับ Apostille ของประเทศปลายทาง
500 คำถาม-คำตอบ
แหล่งอ้างอิงทางการ — บัญชี ภาษี และประกันสังคม
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบจากหน่วยงานทางการด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนดำเนินการ
- กรมสรรพากร — ประมวลรัษฎากร ภาษีเงินได้ VAT— Revenue Department
- สำนักงานประกันสังคม— Social Security Office
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — จดทะเบียนนิติบุคคล— Department of Business Development
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ฐานข้อมูลกฎหมายไทย— Office of the Council of State
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) / LTR Visa— Thailand Board of Investment
บริการที่เกี่ยวข้อง
งานเอกสารส่วนใหญ่ต้องทำต่อเนื่องหลายขั้น — เลือกขั้นถัดไปที่คุณต้องใช้ได้เลย
- บัญชีและภาษี
- จดทะเบียนบริษัทและ BOI
- แปลเอกสารรับรอง
- Notary Public (ทนายรับรองลายมือชื่อ)
- บริการ Expat / VIP
- ดัชนีคลังความรู้
สอบถามเบื้องต้นฟรีทางโทรศัพท์ / LINE / อีเมล เพื่อรับขอบเขตงานและใบเสนอราคาหลังตรวจเอกสาร ระยะเวลาขึ้นกับงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลทั่วไปก่อนดำเนินการ: โปรดตรวจข้อกำหนดปัจจุบันกับหน่วยงานผู้รับก่อนใช้เอกสาร เนื้อหานี้ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะราย — ดูทีมงาน · นโยบายความถูกต้องของเนื้อหา
ยังเลือกไม่ถูก? อ่านคู่มือแนะนำบริการ
คู่มือแต่ละหมวดเขียนแบบตอบก่อน-อธิบายทีหลัง มีเกณฑ์ตัดสินใจ ตารางเปรียบเทียบ ขั้นตอนจริง และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เพื่อให้เลือกบริการได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
- แนะนำร้านแปลเอกสารรับรอง
เกณฑ์เลือกผู้แปลให้ผ่านกงสุล สถานทูต และหน่วยงานปลายทาง
- แนะนำบริการสำหรับชาวต่างชาติในไทย
รับรองลายมือชื่อ เอกสารถิ่นที่อยู่ สมรส และงานราชการที่ใช้บ่อย
- แนะนำ Notary Public และนิติกรณ์กงสุล
ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องก่อนส่งเอกสารออกนอกประเทศ
- แนะนำการเลือกวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
เทียบเงื่อนไขแต่ละประเภทและเอกสารที่ต้องแปล
- แนะนำการแปลรายภาษา
อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ยุโรป อาหรับ รัสเซีย และข้อกำหนดรายสถานทูต
- แนะนำงานแปลเฉพาะทาง
สัญญา งบการเงิน MSDS ISO และเอกสารยื่น BOI
ปรึกษาก่อนตัดสินใจ: 083-2494999 · LINE @NYC168 · contact@nyclegal.co.th
คำถามที่พบบ่อย
- จดทะเบียนบริษัทจำกัดในไทยต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คน?
- ตั้งแต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 มีผลใช้บังคับ บริษัทจำกัดสามารถจัดตั้งได้โดยผู้เริ่มก่อการเพียง 2 คนขึ้นไป (เดิมกำหนด 3 คน) และต้องมีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ทุนจดทะเบียนไม่มีขั้นต่ำตามกฎหมายทั่วไป แต่จะมีเงื่อนไขขั้นต่ำเมื่อเกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าธุรกิจ
- ชาวต่างชาติถือหุ้นในบริษัทไทยได้กี่เปอร์เซ็นต์?
- ถือได้ไม่เกิน 49% หากบริษัทประกอบธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หากต้องการถือเกิน 49% ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business License) ขอหนังสือรับรองภายใต้สนธิสัญญา เช่น Treaty of Amity สำหรับผู้ถือสัญชาติอเมริกัน หรือได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งอนุญาตให้ถือหุ้นได้ 100% ในกิจการที่ได้รับส่งเสริม
- ใช้เวลาจดทะเบียนบริษัทกี่วัน?
- หากเอกสารครบและจองชื่อผ่านแล้ว การจดทะเบียนจัดตั้งที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเสร็จได้ภายใน 1 วันทำการ ส่วนขั้นตอนรวมตั้งแต่จองชื่อ จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ ลงนามเอกสาร และรับหนังสือรับรองพร้อมตรายาง ปกติ ตามคิวของหน่วยงาน (แจ้งกรอบเวลาหลังตรวจเอกสาร) การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและขึ้นทะเบียนประกันสังคมเป็นขั้นตอนแยกอีก ตามคิวของหน่วยงาน (แจ้งกรอบเวลาหลังตรวจเอกสาร)
- ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เมื่อไร?
- ต้องจดทะเบียนเมื่อรายรับจากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยยื่นคำขอภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ ผู้ประกอบการที่ยังไม่ถึงเกณฑ์สามารถขอจดทะเบียนโดยสมัครใจได้ ซึ่งมักจำเป็นเมื่อต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าองค์กร หรือเมื่อใช้ประกอบการขอใบอนุญาตทำงานให้พนักงานต่างชาติ
ดูคำถามหมวด จดทะเบียนธุรกิจ บัญชี ภาษี BOI ทั้งหมด →คลังคำถามทั้งหมด






