จดทะเบียนบริษัทไม่ผ่าน ชื่อถูกปฏิเสธ หรือเอกสารถูกตีกลับ แก้อย่างไร

คำตอบสั้น ๆ
ปัญหาการจดทะเบียนบริษัทที่พบมากที่สุดเกิดในสามจุด คือ ชื่อที่จองไม่ผ่านเพราะคล้ายกับชื่อที่มีอยู่แล้วหรือใช้คำต้องห้าม เอกสารประกอบไม่สอดคล้องกัน เช่น ลายมือชื่อในคำขอไม่ตรงกับบัตรประชาชน และหลักฐานที่ตั้งสำนักงานไม่ครบ วิธีแก้คือแยกให้ออกว่าปัญหาเป็นเรื่องชื่อ เอกสาร หรือโครงสร้าง แล้วแก้เฉพาะจุดนั้น การจองชื่อสำรองสองถึงสามชื่อไว้ล่วงหน้าช่วยลดเวลารอได้มาก ส่วนใหญ่แก้เอกสารแล้วยื่นใหม่ได้ภายใน 1–5 วันทำการ
สาเหตุที่พบบ่อย
ชื่อคล้ายกับนิติบุคคลที่มีอยู่
เกณฑ์การพิจารณาดูทั้งการสะกด การออกเสียง และความหมาย ชื่อที่ต่างกันเพียงคำนำหน้าหรือเครื่องหมายมักถือว่าคล้ายและไม่ผ่าน
ใช้คำที่ต้องขออนุญาตหรือสื่อถึงหน่วยงานรัฐ
คำที่สื่อถึงกิจการควบคุม สถาบันการเงิน หรือหน่วยงานราชการ ต้องมีเอกสารอนุญาตประกอบ หากไม่มีจะถูกปฏิเสธตั้งแต่ขั้นจองชื่อ
วัตถุประสงค์ไม่ครอบคลุมธุรกิจที่จะทำ
หากวัตถุประสงค์ไม่ระบุกิจกรรมที่จะประกอบจริง จะมีผลต่อการจด VAT การเปิดบัญชีธนาคาร และการทำสัญญาในภายหลัง ควรตรวจตั้งแต่ต้นแทนการแก้ไขภายหลัง
เอกสารลงนามไม่สอดคล้องกัน
ลายมือชื่อในคำขอ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และหนังสือบริคณห์สนธิ ต้องเป็นลายมือชื่อเดียวกันและตรงกับบัตรประชาชน จุดนี้เป็นเหตุตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
หลักฐานที่ตั้งสำนักงานไม่ครบ
ต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หลักฐานสิทธิของผู้ให้ความยินยอม และแผนที่ หากใช้ที่อยู่คอนโดควรตรวจข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดก่อน
โครงสร้างผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่สอดคล้องกับกิจการ
บางประเภทธุรกิจมีข้อจำกัดสำหรับคนต่างด้าว หากสัดส่วนหุ้นหรือสิทธิออกเสียงไม่สอดคล้อง จะมีคำถามตั้งแต่ขั้นตรวจเอกสารและกระทบการขอใบอนุญาตภายหลัง
ลำดับการแก้ไขทีละขั้น
1. ขอรายละเอียดเหตุผลการตีกลับ
ระบุให้ได้ว่าเป็นเรื่องชื่อ เอกสาร หรือสาระของคำขอ เพราะทางแก้ของสามกลุ่มนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง
2. กรณีติดเรื่องชื่อ ให้จองชื่อสำรองพร้อมกัน
เตรียมชื่อทางเลือกที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่เปลี่ยนเพียงตัวสะกดเล็กน้อย และตรวจว่าไม่ชนกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น
3. ทบทวนวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมแผนธุรกิจ 3 ปีข้างหน้า
รวมกิจกรรมที่จะเริ่มในอนาคตอันใกล้ไว้ด้วย เพื่อลดการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิภายหลังซึ่งมีค่าธรรมเนียมและเวลาเพิ่ม
4. ตรวจชุดลายมือชื่อทั้งชุดในคราวเดียว
วางเอกสารทุกฉบับเรียงกันแล้วเทียบลายมือชื่อและการสะกดชื่อกับบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางทีละจุด
5. จัดหลักฐานที่ตั้งสำนักงานให้ครบสาย
หนังสือยินยอม สำเนาบัตรผู้ให้ความยินยอม หลักฐานสิทธิในสถานที่ และแผนที่ ควรอยู่ในชุดเดียวกันและชื่อที่อยู่ต้องสะกดตรงกันทุกฉบับ
6. ยื่นใหม่และติดตามผลอย่างมีกำหนด
ยื่นผ่านระบบออนไลน์หรือที่สำนักงานพาณิชย์ พร้อมบันทึกวันที่ยื่นและช่องทางติดต่อ เพื่อตอบข้อสอบถามของนายทะเบียนได้ทันที
7. วางแผนงานหลังจดให้ต่อเนื่อง
เมื่อจดผ่านแล้วให้เดินเรื่องเปิดบัญชีธนาคาร ขึ้นทะเบียนนายจ้าง จด VAT และจัดระบบบัญชีทันที เพื่อไม่ให้หน้าที่ตามกฎหมายเริ่มเดินโดยยังไม่มีระบบรองรับ
กรอบเวลาที่ควรเผื่อ
| ขั้นตอน | ระยะเวลาโดยประมาณ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| จองชื่อใหม่ | ปกติทราบผลภายใน 1–3 วันทำการ | ควรเตรียมชื่อสำรอง 2–3 ชื่อ |
| แก้ไขชุดเอกสารและลายมือชื่อ | 1–3 วันทำการ | ขึ้นกับจำนวนผู้ถือหุ้นที่ต้องลงนามใหม่ |
| ขอเอกสารที่ตั้งสำนักงานเพิ่ม | 2–7 วันทำการ | หากต้องรอเจ้าของสถานที่ |
| ยื่นจดทะเบียนรอบใหม่ | 1 วันทำการ | ค่าธรรมเนียมเป็นไปตามอัตราของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า |
| งานต่อเนื่องหลังจดทะเบียน | 1–3 สัปดาห์ | เปิดบัญชี จด VAT ขึ้นทะเบียนประกันสังคม |
ระยะเวลาข้างต้นเป็นการประมาณการจากงานที่เอกสารครบตั้งแต่รอบแรก ขั้นตอนที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานภายนอกเป็นไปตามคิวและดุลพินิจของหน่วยงานนั้น
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับรอบแก้ไข
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้นทุกคน พร้อมลงนามรับรองสำเนา
- สำเนาหนังสือเดินทางและหลักฐานการเข้าเมือง กรณีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นชาวต่างชาติ
- รายการชื่อบริษัทที่ต้องการ พร้อมชื่อสำรองอย่างน้อย 2 ชื่อ
- รายละเอียดวัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน และสัดส่วนการถือหุ้น
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมหลักฐานสิทธิของผู้ให้ความยินยอมและแผนที่
- ตัวอย่างตราประทับ หากบริษัทจะใช้ตราประทับ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกปฏิเสธซ้ำ
เปลี่ยนชื่อเพียงเล็กน้อยแล้วยื่นใหม่
ชื่อที่ต่างกันแค่ตัวสะกดหรือคำเชื่อมมักถูกพิจารณาว่าคล้ายเดิม ควรเปลี่ยนคำหลักให้ต่างชัดเจน
ระบุวัตถุประสงค์แคบเกินไป
ทำให้ต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิภายหลัง ซึ่งเสียทั้งค่าธรรมเนียมและเวลารออนุมัติรอบใหม่
ใช้ที่อยู่ที่นิติบุคคลอาคารชุดห้ามใช้เชิงพาณิชย์
แม้จดผ่านก็อาจมีปัญหาตอนขอจด VAT หรือเมื่อมีการตรวจสถานที่
ตั้งทุนจดทะเบียนโดยไม่ดูเงื่อนไขปลายทาง
งานขอใบอนุญาตบางประเภท การขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน มีเงื่อนไขเรื่องทุนและอัตราส่วนพนักงาน ควรตรวจก่อนตั้งตัวเลข
คำถามที่พบบ่อย
- ชื่อบริษัทถูกปฏิเสธเพราะคล้ายของเดิม ต้องเปลี่ยนมากแค่ไหน
- ควรเปลี่ยนคำหลักที่ทำให้เกิดความคล้าย ไม่ใช่เพียงเพิ่มคำว่า กรุ๊ป อินเตอร์ หรือเปลี่ยนตัวสะกด เพราะการพิจารณาดูทั้งรูปคำ เสียงอ่าน และความหมายประกอบกัน วิธีที่ปลอดภัยคือคิดชื่อที่มีคำเฉพาะซึ่งไม่ใช่คำทั่วไป แล้วตรวจกับฐานข้อมูลนิติบุคคลและฐานเครื่องหมายการค้าก่อนยื่น เพื่อไม่ให้ชนกับสิทธิของผู้อื่นในภายหลัง
- จดทะเบียนที่บ้านตัวเองได้หรือไม่
- ทำได้หากเจ้าบ้านยินยอมและสถานที่นั้นใช้ประกอบกิจการได้จริง โดยต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าบ้าน ข้อควรพิจารณาคือที่อยู่จะปรากฏในเอกสารสาธารณะ และเมื่อขอจด VAT เจ้าหน้าที่อาจเข้าตรวจสถานที่ หากไม่สะดวกทั้งสองเรื่อง การใช้ที่อยู่สำนักงานที่รองรับการตรวจจะเหมาะกว่า
- ทุนจดทะเบียนควรตั้งเท่าไร
- กฎหมายกำหนดว่าต้องชำระค่าหุ้นแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนที่จดทะเบียน ดังนั้นตัวเลขที่ตั้งควรสอดคล้องกับเงินที่มีจริง นอกจากนี้ควรดูเงื่อนไขปลายทางประกอบ เช่น การประมูลงาน การขอใบอนุญาตเฉพาะ และการขอใบอนุญาตทำงานให้ชาวต่างชาติ ซึ่งมีเกณฑ์ทุนและอัตราส่วนพนักงานที่ต้องรักษาไว้
- ลายมือชื่อไม่ตรงทำให้ตีกลับจริงหรือ
- จริง และเป็นสาเหตุที่พบบ่อยมาก เพราะนายทะเบียนต้องเทียบลายมือชื่อในคำขอกับสำเนาบัตรประชาชนและเอกสารประกอบทุกฉบับ หากผู้ลงนามเซ็นสองแบบสลับกันในชุดเดียว จะถือว่าเอกสารไม่สอดคล้องกัน วิธีป้องกันคือกำหนดรูปแบบลายมือชื่อหนึ่งแบบ แล้วเซ็นเอกสารทั้งชุดในคราวเดียวกัน
- ต่างชาติถือหุ้นได้กี่เปอร์เซ็นต์
- ขึ้นกับประเภทธุรกิจ ธุรกิจทั่วไปที่ไม่อยู่ในบัญชีควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวสามารถมีผู้ถือหุ้นต่างชาติได้มาก แต่ธุรกิจที่อยู่ในบัญชีควบคุมต้องขอใบอนุญาตหรือใช้โครงสร้างอื่น เช่น การส่งเสริมการลงทุน การกำหนดสัดส่วนควรพิจารณาพร้อมกับสิทธิออกเสียงและอำนาจกรรมการ ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลขร้อยละ
- จดบริษัทแล้วต้องทำอะไรต่อทันที
- หลังได้หนังสือรับรอง ควรจัดทำตราประทับหากจะใช้ เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท ขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมเมื่อมีลูกจ้าง จัดระบบบัญชีและผู้ทำบัญชีตั้งแต่ใบแจ้งหนี้ใบแรก และประเมินว่าต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ การเริ่มช้าในส่วนบัญชีเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปีแรกมีเอกสารไม่ครบตอนปิดงบ
- ใช้เวลานานเท่าไรหากเอกสารครบ
- เมื่อชื่อผ่านและเอกสารครบถ้วน การจดทะเบียนจัดตั้งมักดำเนินการได้ภายในหนึ่งวันทำการที่ยื่น ส่วนงานที่กินเวลาจริงคือขั้นเตรียมก่อนยื่น ได้แก่ การรวบรวมลายมือชื่อผู้ถือหุ้นทุกคน การขอเอกสารที่ตั้งสำนักงาน และการตกลงโครงสร้างหุ้น จึงควรวางแผนช่วงเตรียมเอกสารไว้ประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์สำหรับกรณีที่มีผู้ถือหุ้นหลายคน
- ถ้ากรรมการอยู่ต่างประเทศจะลงนามอย่างไร
- สามารถลงนามในต่างประเทศแล้วให้มีการรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจ เช่น โนตารีพับลิกในประเทศนั้นและผ่านการรับรองต่อตามที่ปลายทางกำหนด จากนั้นจึงส่งเอกสารต้นฉบับกลับมาใช้ยื่น ควรเผื่อเวลาส่งเอกสารระหว่างประเทศไว้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์ และตรวจข้อความในเอกสารให้ครบก่อนส่งออก เพราะการแก้ไขภายหลังต้องเริ่มกระบวนการรับรองใหม่ทั้งหมด
- แก้วัตถุประสงค์ภายหลังได้หรือไม่
- ได้ โดยต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นและจดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิกับนายทะเบียน มีค่าธรรมเนียมและต้องใช้เวลาเตรียมเอกสารประชุมตามแบบ จึงคุ้มกว่าที่จะระบุวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมแผนธุรกิจในระยะสองถึงสามปีตั้งแต่ตอนจัดตั้ง โดยเฉพาะกิจกรรมที่จะกระทบการจด VAT หรือการขอใบอนุญาตเฉพาะทาง
- จำเป็นต้องมีตราประทับหรือไม่
- ปัจจุบันบริษัทไม่จำเป็นต้องมีตราประทับ แต่หากเลือกใช้ต้องจดแบบตราไว้และใช้ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขอำนาจกรรมการที่ระบุในหนังสือรับรอง ข้อควรระวังคือหนังสือรับรองระบุว่ากรรมการลงนามพร้อมประทับตราหรือไม่ หากระบุไว้แล้วลงนามโดยไม่ประทับตรา คู่สัญญาหรือหน่วยงานอาจไม่รับเอกสารฉบับนั้น
ให้ทีมงานตรวจเคสของคุณ
ส่งเอกสารที่ถูกตีกลับพร้อมเหตุผลที่ได้รับแจ้ง ทีมงานจะแจ้งขั้นที่ต้องแก้ เอกสารที่ต้องเพิ่ม และกรอบเวลาที่ควรเผื่อ · โทร 083-2494999 · LINE @NYC168 · contact@nyclegal.co.th · จันทร์–เสาร์ · 09:00–18:00
กรณีถูกปฏิเสธแบบอื่น
แหล่งอ้างอิงทางการ — จดทะเบียนธุรกิจและ BOI
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบจากหน่วยงานทางการด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนดำเนินการ
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — จดทะเบียนนิติบุคคล— Department of Business Development
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) / LTR Visa— Thailand Board of Investment
- กรมสรรพากร — ประมวลรัษฎากร ภาษีเงินได้ VAT— Revenue Department
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)— PDPC Thailand
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ฐานข้อมูลกฎหมายไทย— Office of the Council of State
บริการที่เกี่ยวข้อง
งานเอกสารส่วนใหญ่ต้องทำต่อเนื่องหลายขั้น — เลือกขั้นถัดไปที่คุณต้องใช้ได้เลย
- จดทะเบียนบริษัทและ BOI
- บัญชีและภาษี
- Notary Public (ทนายรับรองลายมือชื่อ)
- แปลเอกสารรับรอง
- ใบอนุญาตทำงาน
- ดัชนีบริการทั้งหมด
ต้องการใบเสนอราคาและระยะเวลาที่แน่นอน โทร / LINE / อีเมลหาเจ้าหน้าที่ได้ทุกวันทำการ
ทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ: เนื้อหาหน้านี้เขียนและตรวจทานโดยทีมที่ปฏิบัติงานจริง ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี อ้างอิงประกาศของหน่วยงานต้นทางโดยตรง และมีผู้ตรวจทานคนที่สองก่อนเผยแพร่ — ดูทีมงาน · นโยบายความถูกต้องของเนื้อหา






