Est. 2019 · Khon Kaen · Bangkok · Udon · Nong KhaiTHEN
§ Notarial Services Attorney

ทนาย Notary Public 6 ท่าน

ทีมทนายความที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมใบอนุญาตรับรองลายมือชื่อและเอกสารเพื่อใช้ยื่นสถานทูต หน่วยงานราชการต่างประเทศ และการยื่นวีซ่าทั่วโลก

ดูใบอนุญาตทั้งหมด

Notarial Services Attorney · ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

หน้าแรก / คำถามที่พบบ่อย / Apostille & รับรองนิติกรณ์กรมการกงสุล (เจาะลึก)

Apostille & รับรองนิติกรณ์กรมการกงสุล (เจาะลึก)

สถานะ Apostille ของไทย ค่าธรรมเนียม 200/400 บาทต่อตรา จุดให้บริการ และการวางแผนเวลาเอกสารชุดใหญ่

คำตอบสั้น

ยังใช้ไม่ได้ ณ ขณะนี้ ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 ก.พ. 2570 ระหว่างนี้เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตประเทศปลายทางตามเดิมทุกประการ · ปรึกษาฟรี โทร 083-249-4999 · LINE @NYC168

ตอนนี้ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง?
ยังใช้ไม่ได้ ณ ขณะนี้ ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 ก.พ. 2570 ระหว่างนี้เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตประเทศปลายทางตามเดิมทุกประการ
Apostille คืออะไร และช่วยลดขั้นตอนอย่างไร?
Apostille คือใบรับรองมาตรฐานเดียวตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ที่หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทางออกให้ เพื่อยืนยันความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารราชการ เมื่อมีผลบังคับใช้ เอกสารที่ติด Apostille จะใช้ได้ทันทีในรัฐภาคีกว่า 130 ประเทศ โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทางอีก
เมื่อ Apostille มีผลแล้ว เอกสารที่รับรองแบบเดิมไว้จะใช้ไม่ได้หรือไม่?
ยังใช้ได้ตามปกติ เอกสารที่ผ่านการรับรองกงสุลและสถานทูตก่อนวันที่อนุสัญญามีผลบังคับใช้ ยังคงมีผลสมบูรณ์ตามอายุที่หน่วยงานปลายทางกำหนด การเปลี่ยนผ่านไม่มีผลย้อนหลัง แต่หลังวันที่มีผลบังคับใช้ เอกสารที่ออกใหม่ควรใช้ช่องทาง Apostille เพราะเร็วกว่าและค่าใช้จ่ายต่ำกว่า
รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลมีค่าธรรมเนียมเท่าไร?
ค่าธรรมเนียมแบบปกติ 200 บาทต่อตราประทับ ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ และแบบด่วน 400 บาทต่อตราประทับ รับคืนในวันทำการถัดไป ค่าธรรมเนียมคิดต่อ 'ตรา' ไม่ใช่ต่อชุด ดังนั้นเอกสาร 1 ฉบับที่มีทั้งต้นฉบับและคำแปลจะถูกนับเป็น 2 ตรา ควรคำนวณจำนวนตราก่อนวางงบประมาณ
ยื่นรับรองนิติกรณ์ได้ที่ไหนบ้าง?
ยื่นได้ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานสาขาที่ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศ และสำนักงานหนังสือเดินทางในภูมิภาค เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา ภูเก็ต อุบลราชธานี ทั้งนี้บางสาขาให้บริการเฉพาะแบบปกติและอาจใช้เวลาส่งกลับนานกว่า
ให้ผู้อื่นไปยื่นแทนได้ไหม ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจหรือไม่?
ยื่นแทนได้ โดยผู้รับมอบต้องนำหนังสือมอบอำนาจที่ผู้มอบลงนาม สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้มอบพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และบัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบไปแสดง กรณีนิติบุคคลต้องแนบหนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 6 เดือนและกรรมการผู้มีอำนาจต้องลงนามพร้อมประทับตรา
เอกสารประเภทใดที่กรมการกงสุลไม่รับรอง?
ไม่รับรองเอกสารที่ออกโดยเอกชนซึ่งไม่มีลายมือชื่อผู้มีอำนาจที่ตรวจสอบได้ เอกสารที่ถ่ายสำเนาโดยไม่มีตรารับรองจากหน่วยงานผู้ออก เอกสารที่มีการขูดลบขีดฆ่าโดยไม่มีผู้ลงนามกำกับ และเอกสารที่ชำรุดจนอ่านตราประทับไม่ออก กรณีเอกสารเอกชนต้องให้ทนาย Notarial Services Attorney รับรองลายมือชื่อก่อน
เอกสารต่างประเทศจะนำมาใช้ในไทยต้องทำอย่างไร?
ต้องให้หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทางรับรอง แล้วนำไปรับรองที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น จากนั้นนำเข้ามาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลอีกชั้นหนึ่ง หลังจากที่อนุสัญญามีผลบังคับใช้ ขั้นตอนกลางจะถูกแทนที่ด้วย Apostille จากประเทศต้นทาง
ระยะเวลาคัดค้าน 6 เดือนคืออะไร มีผลต่อกำหนดการหรือไม่?
เป็นกลไกตามอนุสัญญาที่ให้รัฐภาคีเดิมคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของรัฐใหม่ได้ภายใน 6 เดือนนับจากวันยื่นภาคยานุวัติสาร ในกรณีของไทยระยะเวลานี้สิ้นสุดประมาณ 30 ธ.ค. 2569 หากไม่มีรัฐใดคัดค้าน อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 ก.พ. 2570 หากมีรัฐใดคัดค้าน อนุสัญญาจะยังมีผลกับรัฐอื่น ยกเว้นความสัมพันธ์กับรัฐที่คัดค้านนั้น
หลังรับรองกงสุลแล้ว ยังต้องไปสถานทูตปลายทางทุกประเทศหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของประเทศปลายทาง ส่วนใหญ่ยังต้องรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทย เช่น จีน เวียดนาม กลุ่มตะวันออกกลาง และหลายประเทศในแอฟริกา แต่บางประเทศยอมรับเพียงตรากรมการกงสุลพร้อมคำแปลรับรอง ควรตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนเสมอเพื่อไม่ให้เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน
เอกสารชุดใหญ่หลายสิบฉบับ ควรวางแผนเวลาอย่างไร?
ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์สำหรับชุดที่ต้องผ่านทั้งกรมการกงสุลและสถานทูต โดยแบ่งเป็นแปลและตรวจทาน 3–5 วันทำการ รับรองกงสุลแบบด่วน 1 วันทำการ และคิวสถานทูตซึ่งบางแห่งต้องจองล่วงหน้า 1–2 สัปดาห์ หากมีกำหนดยื่นวีซ่าหรือปิดดีลธุรกิจ แนะนำให้เริ่มจากเอกสารที่มีอายุจำกัดก่อน
ต้องการให้ช่วยดำเนินการแทนทั้งหมดทำได้ไหม?
ได้ครับ เราให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจความถูกต้องของต้นฉบับ คัดเอกสารราชการแทน แปลและออกใบรับรองคำแปล ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ยื่นสถานทูตปลายทาง จนถึงจัดส่งคืนถึงมือ ส่งภาพเอกสารมาทางไลน์เพื่อประเมินจำนวนตราและระยะเวลาได้ฟรี
หลังไทยเข้าเป็นภาคีแล้ว หน่วยงานใดจะเป็นผู้ออก Apostille?
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Competent Authority) ที่ประกาศไว้ต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญากรุงเฮก โดยจะเริ่มออกได้เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 ก.พ. 2570 จุดให้บริการหลักยังคงเป็นแจ้งวัฒนะและสำนักงานสาขาที่กรมประกาศ
เอกสารประเภทใดบ้างที่ Apostille ใช้ไม่ได้?
อนุสัญญากรุงเฮกไม่ครอบคลุมเอกสารที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ทางการทูตหรือกงสุล และเอกสารทางปกครองที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการค้าหรือพิธีการศุลกากร เช่น ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าบางประเภท เอกสารกลุ่มนี้ยังต้องใช้การรับรองตามช่องทางเดิม จึงควรถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการรูปแบบใด
ค่าธรรมเนียมรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลคิดอย่างไร?
คิดเป็นรายตราประทับ ไม่ใช่รายชุดเอกสาร อัตราปกติ 200 บาทต่อตรา ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ และอัตราด่วน 400 บาทต่อตรา รับคืนวันทำการถัดไป เอกสารหนึ่งฉบับที่มีทั้งต้นฉบับและคำแปลจึงมักถูกนับสองตรา การประเมินงบประมาณควรนับจำนวนหน้าที่ต้องประทับจริงก่อนยื่น
รับรองนิติกรณ์ต้องใช้ต้นฉบับหรือสำเนาก็ได้?
ต้องนำต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการมาแสดงเสมอ และในหลายกรณีต้องเป็นฉบับที่คัดใหม่ไม่เกิน 3-6 เดือน เจ้าหน้าที่จะตรวจลายมือชื่อและตราของนายทะเบียนเทียบกับฐานข้อมูลตัวอย่างลายเซ็น สำเนาที่ถ่ายเอกสารเองใช้ไม่ได้ แม้จะมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของเอกสาร
ทำไมเอกสารบางฉบับถูกตีกลับเพราะ 'ลายเซ็นไม่อยู่ในระบบ'?
กรมการกงสุลรับรองโดยเทียบลายมือชื่อของเจ้าพนักงานผู้ลงนามกับตัวอย่างที่หน่วยงานต้นสังกัดส่งไว้ หากนายทะเบียนเพิ่งย้ายมาใหม่หรือหน่วยงานยังไม่ได้ส่งตัวอย่างลายเซ็นล่าสุด เอกสารจะถูกตีกลับ วิธีแก้คือให้หน่วยงานต้นทางส่งตัวอย่างลายเซ็นเพิ่ม หรือคัดเอกสารใหม่โดยผู้ลงนามที่อยู่ในระบบแล้ว
แปลเอกสารเองแล้วนำไปรับรองกงสุลได้ไหม?
ตามระเบียบผู้ยื่นสามารถนำคำแปลของตนเองมายื่นได้ แต่กรมการกงสุลจะตรวจความถูกต้องของคำแปลอย่างละเอียด ทั้งการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง เลขที่เอกสาร วันที่แบบสากล และรูปแบบตาราง หากมีจุดผิดจะถูกตีกลับและต้องเริ่มคิวใหม่ ในทางปฏิบัติการใช้คำแปลจากผู้แปลที่คุ้นรูปแบบของกรมจึงลดรอบแก้ไขได้มาก
ชื่อสะกดในคำแปลต้องตรงกับอะไรเป็นหลัก?
ต้องตรงกับหนังสือเดินทางเป็นหลัก เพราะหน่วยงานปลายทางจะเทียบชื่อบนเอกสารกับหนังสือเดินทางเสมอ หากเคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้แนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อที่รับรองแล้วไปพร้อมกัน และใช้การสะกดเดียวกันในทุกฉบับของชุดเอกสาร การสะกดต่างกันแม้ตัวอักษรเดียวมักทำให้ทั้งชุดถูกตั้งข้อสงสัย
รับรองกงสุลแล้วต้องไปสถานทูตปลายทางทุกประเทศหรือไม่?
ขึ้นกับข้อกำหนดของประเทศปลายทาง หลายประเทศกำหนดให้ต้องรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของตนในไทยหลังผ่านกรมการกงสุลแล้ว บางประเทศรับเอกสารที่ผ่านกรมการกงสุลอย่างเดียว และเมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย ประเทศที่เป็นภาคีจะไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูตอีก
เอกสารที่รับรองแล้วมีอายุใช้งานนานแค่ไหน?
ตราของกรมการกงสุลไม่ได้กำหนดวันหมดอายุไว้บนเอกสาร แต่หน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดอายุที่ยอมรับ โดยทั่วไปงานวีซ่าและงานทะเบียนราษฎรมักรับเอกสารที่รับรองภายใน 3-6 เดือน ส่วนงานศาลและงานธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์อาจสั้นกว่านั้น จึงควรวางลำดับให้รับรองใกล้วันยื่นมากที่สุด
ยื่นรับรองนิติกรณ์ทางไปรษณีย์ได้ไหม และช้ากว่าปกติเท่าใด?
กรมการกงสุลเปิดรับคำร้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยผู้ยื่นต้องแนบแบบคำร้อง สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง เอกสารต้นฉบับ และซองตอบกลับพร้อมค่าจัดส่ง ระยะเวลารวมมักยาวกว่าการยื่นด้วยตนเองประมาณ 1-2 สัปดาห์เพราะรวมเวลาขนส่งสองขา และหากเอกสารมีจุดต้องแก้จะเสียเวลาส่งกลับอีกรอบ
มอบอำนาจให้คนอื่นไปยื่นแทนต้องใช้เอกสารอะไร?
ใช้หนังสือมอบอำนาจที่ระบุขอบเขตชัดเจนว่าให้ดำเนินการรับรองนิติกรณ์เอกสารฉบับใด พร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้มอบและผู้รับมอบที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง หากผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศ ควรลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยเพื่อให้เอกสารได้รับการยอมรับ
เอกสารบริษัทจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องคัดใหม่ก่อนรับรองไหม?
ควรคัดใหม่ให้ใกล้วันยื่นที่สุด เพราะหนังสือรับรองนิติบุคคลสะท้อนสถานะกรรมการและอำนาจลงนาม ณ วันที่คัด กรมการกงสุลและหน่วยงานปลายทางมักรับเฉพาะฉบับที่คัดไม่เกิน 3-6 เดือน หากมีการเปลี่ยนกรรมการระหว่างทาง เอกสารเก่าจะขัดกับข้อเท็จจริงและถูกปฏิเสธทั้งชุด
เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทยต้องรับรองอย่างไร?
เส้นทางมาตรฐานคือรับรองที่หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทาง แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้น จากนั้นนำเข้ามาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล อีกทางเลือกคือให้สถานทูตของประเทศนั้นในไทยรับรองเอกสาร แล้วจึงนำมารับรองที่กรมการกงสุล
คิวที่แจ้งวัฒนะกับสาขาอื่นต่างกันมากไหม?
สำนักงานแจ้งวัฒนะรองรับปริมาณงานมากที่สุดและมีช่องบริการด่วนครบ ส่วนสาขาในศูนย์การค้าและสำนักงานหนังสือเดินทางบางแห่งรับเฉพาะบางประเภทงานและมีโควตาต่อวัน ช่วงเปิดเทอมและก่อนฤดูยื่นวีซ่าคิวจะยาวเป็นพิเศษ การจองคิวออนไลน์ล่วงหน้าและยื่นช่วงเช้าของกลางสัปดาห์ช่วยลดเวลารอได้ชัดเจน
เอกสารชุดใหญ่หลายสิบฉบับควรวางแผนเวลาอย่างไร?
แนะนำแบ่งเป็นสามช่วง คือ ช่วงคัดเอกสารต้นทางจากอำเภอหรือหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ช่วงแปลและตรวจทานชื่อให้ตรงหนังสือเดินทาง และช่วงรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อสถานทูต ควรเผื่อเวลารวม 3-5 สัปดาห์สำหรับงานปกติ และอย่ารวมทุกฉบับไว้รอบเดียวถ้ามีเอกสารที่อายุสั้น เพราะอาจหมดอายุก่อนใช้จริง
รับรองสำเนาหนังสือเดินทางที่กรมการกงสุลได้หรือไม่?
กรมการกงสุลรับรองสำเนาหนังสือเดินทางไทยได้ในกรณีที่เจ้าของเอกสารมาแสดงตัวพร้อมเล่มจริง หรือมอบอำนาจอย่างถูกต้อง ส่วนหนังสือเดินทางต่างชาติต้องให้สถานทูตของประเทศผู้ออกรับรองก่อน แล้วจึงนำมารับรองต่อ ทางเลือกที่เร็วกว่าในบางกรณีคือให้ทนายความ Notary Public รับรองสำเนา หากหน่วยงานปลายทางยอมรับ
ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลต้องรับรองด้วยไหมถ้าชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน?
ต้องรับรองและแนบไปด้วยทุกครั้ง หากชื่อบนสูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับหนังสือเดินทางปัจจุบัน หน่วยงานปลายทางจะถือว่าเป็นคนละบุคคลจนกว่าจะมีเอกสารเชื่อมโยง ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ (ช.3) หรือใบสำคัญการเปลี่ยนนามสกุล (ช.5) จึงต้องแปลและรับรองในชุดเดียวกัน
ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนต้องรับรองแบบไหนก่อนใช้ต่างประเทศ?
ให้คัดสำเนารับรองจากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอก่อน ไม่ใช่ถ่ายเอกสารเอง จากนั้นแปลเป็นภาษาอังกฤษตามรูปแบบที่กรมการกงสุลใช้ แล้วยื่นรับรองคำแปล สำหรับบัตรประชาชนบางกรณีหน่วยงานปลายทางขอเป็นหนังสือรับรองรายการบัตรจากกรมการปกครองแทน ซึ่งรับรองง่ายกว่าและอ่านได้ครบถ้วนกว่า
เอกสารทางการแพทย์และผลตรวจใช้รับรองกงสุลได้หรือไม่?
ได้เมื่อออกโดยสถานพยาบาลที่ลายมือชื่อผู้อำนวยการหรือแพทย์ผู้ลงนามอยู่ในระบบ หรือผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน เช่น กรมการแพทย์หรือแพทยสภา ในทางปฏิบัติควรขอให้โรงพยาบาลออกฉบับภาษาอังกฤษที่มีตราครุฑหรือตราโรงพยาบาลชัดเจน เพื่อลดขั้นตอนการรับรองคำแปลอีกชั้น
เมื่อ Apostille มีผลแล้ว ค่าใช้จ่ายจะถูกลงเท่าไร?
จะประหยัดค่าธรรมเนียมของสถานทูตปลายทางออกไปทั้งก้อน ซึ่งปัจจุบันมักสูงกว่าค่าตราของกรมการกงสุลหลายเท่าและต่างกันไปตามประเทศ นอกจากนี้ยังลดเวลารอคิวสถานทูตอีกหนึ่งช่วง อย่างไรก็ตามค่าคัดเอกสารต้นทางและค่าแปลยังคงเดิม เพราะหน่วยงานปลายทางยังต้องการคำแปลที่อ่านได้
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาต้องทำอย่างไรต่อไป?
ยังต้องใช้เส้นทางรับรองสองชั้นตามเดิม คือรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นในไทย ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางและบางประเทศในแอฟริกาส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนี้ และบางแห่งยังกำหนดให้ผ่านหอการค้าหรือกระทรวงการต่างประเทศของตนเพิ่มอีกขั้น
ตรวจสอบความถูกต้องของ Apostille ที่ออกโดยประเทศอื่นได้อย่างไร?
รัฐภาคีส่วนใหญ่จัดทำทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Register) ให้ตรวจหมายเลขและวันที่ของ Apostille ผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานผู้ออก โดยหมายเลขจะปรากฏบนตัวใบรับรอง หากตรวจแล้วไม่พบข้อมูลควรติดต่อหน่วยงานผู้ออกโดยตรงก่อนนำไปใช้ เพราะเอกสารที่ยืนยันไม่ได้จะถูกปฏิเสธที่ปลายทาง
คำแปลต้องติด Apostille ด้วยหรือแค่ต้นฉบับ?
ขึ้นกับข้อกำหนดของประเทศปลายทาง บางประเทศต้องการ Apostille บนต้นฉบับแล้วให้แปลโดยนักแปลรับรองในประเทศตน บางประเทศรับคำแปลที่ทำในไทยหากคำแปลนั้นได้รับการรับรองและติด Apostille ด้วย จึงควรถามหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อไม่ให้ต้องทำซ้ำ
ควรเริ่มทำเอกสารตอนนี้หรือรอให้ Apostille มีผลก่อน?
หากต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 ก.พ. 2570 ให้เดินเส้นทางเดิมทันที เพราะเอกสารที่รับรองไว้ยังใช้ได้ต่อไปและไม่มีผลย้อนหลัง แต่ถ้ากำหนดยื่นอยู่หลังวันนั้นและเอกสารไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ การรอใช้ช่องทาง Apostille จะลดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ควรตัดสินจากวันนัดของหน่วยงานปลายทางเป็นหลัก
ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลได้ที่จุดใดบ้าง?
ยื่นได้ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นจุดหลักและรับงานได้ทุกประเภท และที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวบางแห่งที่เปิดบริการรับรองเอกสาร เช่น จุดให้บริการในศูนย์การค้าย่านกรุงเทพฯ และสำนักงานภูมิภาคบางจังหวัด จุดย่อยมักรับเฉพาะงานบริการปกติและมีโควตาต่อวัน หากเป็นเอกสารชุดใหญ่หรือต้องการงานด่วน แนะนำให้ยื่นที่แจ้งวัฒนะเพื่อความแน่นอน
ค่าธรรมเนียมรับรองเอกสารของกรมการกงสุลคิดอย่างไร?
คิดเป็นรายตราประทับ ไม่ใช่รายชุดเอกสาร โดยบริการปกติอยู่ที่ 200 บาทต่อตรา และบริการด่วนอยู่ที่ 400 บาทต่อตรา เอกสารหนึ่งฉบับที่มีทั้งต้นฉบับและคำแปลจะนับเป็นสองตรา ดังนั้นการคำนวณงบประมาณควรนับจำนวนแผ่นที่ต้องประทับจริงทั้งหมดก่อน แล้วคูณอัตราตามประเภทบริการที่เลือก
บริการปกติกับบริการด่วนต่างกันกี่วัน?
บริการปกติใช้เวลาประมาณ 2-3 วันทำการนับจากวันยื่น ส่วนบริการด่วนโดยทั่วไปรับเอกสารคืนได้ภายในวันทำการเดียวกันหรือวันทำการถัดไป ขึ้นกับเวลาที่ยื่นและปริมาณงานในวันนั้น ช่วงก่อนวันหยุดยาวและช่วงเปิดภาคเรียนต่างประเทศคิวจะแน่นกว่าปกติ จึงควรเผื่อเวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์สำหรับเอกสารที่มีกำหนดยื่นวีซ่าแน่นอน
ประเทศไทยออก Apostille ได้แล้วหรือยัง?
ยังไม่ได้ ณ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ที่มีผลใช้บังคับ เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ต่างประเทศจึงต้องผ่านการรับรองสองชั้นคือกรมการกงสุลก่อน แล้วจึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย หากมีผู้เสนอบริการ Apostille ไทยให้ตรวจสอบให้ดี เพราะสิ่งที่ออกได้จริงคือใบรับรองนิติกรณ์ ไม่ใช่ Apostille
ถ้าประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Apostille แต่ไทยไม่ใช่ ต้องทำอย่างไร?
ยังต้องเดินเส้นทางกงสุลตามปกติ เพราะ Apostille ใช้ได้เฉพาะเมื่อทั้งประเทศต้นทางและปลายทางเป็นภาคี เมื่อไทยยังไม่ใช่ภาคี เอกสารไทยจึงต้องผ่านกรมการกงสุลแล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ ผู้รับเอกสารปลายทางบางแห่งอาจขอ Apostille เพราะไม่ทราบสถานะของไทย กรณีนี้ใช้หนังสือชี้แจงประกอบพร้อมตรารับรองสองชั้นได้
เอกสารที่ออกโดยเอกชนรับรองนิติกรณ์ได้ไหม?
ได้ แต่ต้องผ่านขั้นตอนทำให้เป็นเอกสารที่ตรวจสอบลายมือชื่อได้ก่อน เช่น หนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือมอบอำนาจของบริษัท ต้องให้ผู้มีอำนาจลงนามต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ หรือให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรับรองก่อน จากนั้นกรมการกงสุลจึงรับรองลายมือชื่อของผู้รับรองชั้นต้นได้ เอกสารเอกชนที่ลงนามลอย ๆ จะถูกปฏิเสธ
คำแปลต้องแปลโดยใครถึงจะผ่านกรมการกงสุล?
กรมการกงสุลไม่ได้บังคับให้ใช้ผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนเฉพาะราย แต่คำแปลต้องถูกต้องครบถ้วนตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร ใช้รูปแบบและคำศัพท์ราชการที่เจ้าหน้าที่ตรวจใช้เป็นมาตรฐาน และมีผู้แปลลงนามรับรองคำแปล จุดที่ถูกตีกลับบ่อยคือการสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง เลขที่เอกสารพิมพ์ผิด และการแปลตำแหน่งผู้ลงนามไม่ตรงกับต้นฉบับ
เอกสารถูกตีกลับด้วยเหตุลายมือชื่อไม่อยู่ในระบบ ต้องทำอย่างไร?
ต้องกลับไปให้หน่วยงานผู้ออกเอกสารส่งตัวอย่างลายมือชื่อของผู้ลงนามให้กรมการกงสุลบันทึกในระบบก่อน หรือขอเอกสารฉบับใหม่ที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจซึ่งอยู่ในระบบแล้ว กรณีนี้พบบ่อยกับโรงเรียนเอกชน โรงพยาบาลเอกชน และหน่วยงานที่เพิ่งเปลี่ยนผู้บริหาร วิธีป้องกันคือแจ้งหน่วยงานตั้งแต่ตอนขอเอกสารว่าจะนำไปรับรองกงสุล
เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทยต้องรับรองอย่างไร?
ลำดับคือรับรองที่หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทางก่อน แล้วให้สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นรับรอง จากนั้นนำเข้ามาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นให้กรมการกงสุลรับรองคำแปลอีกชั้นก่อนใช้กับหน่วยงานไทย หากเอกสารมี Apostille จากประเทศต้นทางมาแล้ว ยังต้องผ่านสถานทูตไทยหรือขั้นตอนรับรองคำแปลในไทยอยู่ดี เพราะไทยยังไม่รับ Apostille โดยตรง
เอกสารรับรองกงสุลมีอายุการใช้งานนานแค่ไหน?
ตัวตรารับรองไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานปลายทางมักกำหนดอายุเอกสารเอง โดยทั่วไปสถานทูตและหน่วยงานต่างประเทศรับเอกสารที่ออกและรับรองไม่เกิน 3-6 เดือน เอกสารสถานะบุคคล เช่น หนังสือรับรองความเป็นโสดและใบรับรองความประพฤติ มักถูกกำหนดอายุสั้นที่สุด จึงควรวางลำดับให้ขั้นตอนรับรองอยู่ใกล้กับวันยื่นจริงมากที่สุด
มอบอำนาจให้คนอื่นไปยื่นรับรองแทนได้ไหม?
ได้ การยื่นรับรองนิติกรณ์ไม่จำเป็นต้องเจ้าตัวไปเอง สามารถให้ผู้แทนถือเอกสารพร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสารไปยื่นได้ ตัวแทนต้องกรอกคำร้องและระบุข้อมูลติดต่อให้ครบเพื่อรับแจ้งกรณีเอกสารมีปัญหา สำหรับผู้ที่อยู่ต่างประเทศ สามารถส่งเอกสารต้นฉบับเข้ามาให้ผู้แทนในไทยดำเนินการได้ทั้งชุด
จะวางแผนเวลาสำหรับเอกสารชุดใหญ่หลายสิบฉบับอย่างไร?
แยกงานเป็นสามช่วงและอย่ารวบทำพร้อมกัน ช่วงแรกคือคัดเอกสารต้นฉบับให้ครบและตรวจการสะกดชื่อทุกฉบับให้ตรงหนังสือเดินทาง ช่วงที่สองคือแปลและตรวจทานเป็นล็อต ช่วงที่สามคือยื่นกงสุลแล้วต่อด้วยสถานทูตปลายทาง สำหรับ 30-50 ฉบับควรเผื่อ 3-4 สัปดาห์แบบบริการปกติ หรือ 2 สัปดาห์หากใช้บริการด่วนทุกขั้น
รับรองสำเนาแทนต้นฉบับได้หรือไม่?
โดยหลักกรมการกงสุลต้องเห็นต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการ หากเป็นสำเนาต้องให้หน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมลายมือชื่อและตราประทับก่อน เอกสารทะเบียนราษฎรควรใช้ฉบับคัดรับรองที่ออกใหม่จากสำนักงานเขตหรืออำเภอ ซึ่งเร็วกว่าและปลอดภัยกว่าการพยายามใช้สำเนาเก่า
สถานทูตปลายทางบางแห่งขอนัดหมายล่วงหน้าหรือไม่?
ส่วนใหญ่ขอนัดหมายล่วงหน้าและบางแห่งเปิดรับรองเอกสารเพียงบางวันของสัปดาห์ เช่น เปิดเฉพาะช่วงเช้าวันอังคารและพฤหัสบดี คิวบางประเทศยาวถึง 2-4 สัปดาห์ในฤดูยื่นวีซ่า ดังนั้นควรจองคิวสถานทูตไว้ก่อนตั้งแต่เริ่มแปลเอกสาร แล้วค่อยเดินงานกงสุลให้เสร็จก่อนวันนัด เพื่อไม่ให้เสียคิวและต้องรอรอบใหม่
Apostille คืออะไร และต่างจากการรับรองแบบปัจจุบันอย่างไร?
Apostille คือตรารับรองเดียวที่ประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ยอมรับร่วมกัน ทำให้ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก ส่วนระบบปัจจุบันของไทยคือรับรองที่กรมการกงสุลแล้วรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง ซึ่งใช้เวลามากกว่าและมีค่าใช้จ่ายสองชั้น
ไทยจะเริ่มออก Apostille วันไหน?
อนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวไม่มีหน่วยงานใดในไทยออก Apostille ได้ หากคู่สัญญาต่างประเทศขอ Apostille ตอนนี้ เราจะจัดทำหนังสือชี้แจงเป็นภาษาอังกฤษอธิบายสถานะของไทยพร้อมส่งเอกสารที่ผ่านกงสุลและสถานทูตแทน
เอกสารที่รับรองกงสุลแล้วก่อนปี 2570 จะยังใช้ได้ไหม?
ยังใช้ได้ตามเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทาง เพราะการรับรองที่ทำถูกต้องตามระบบในขณะนั้นไม่ได้เสียไปเมื่อมีระบบใหม่ ประเด็นที่ต้องระวังคืออายุเอกสารมากกว่า เพราะปลายทางส่วนใหญ่กำหนด 3-6 เดือน หากเลยกรอบนี้ควรรับรองใหม่ไม่ว่าจะระบบใด
ยื่นรับรองด่วนได้ผลเมื่อไร และค่าธรรมเนียมเท่าไร?
บริการด่วนของกรมการกงสุลคิด 400 บาทต่อตราและโดยทั่วไปรับเอกสารคืนได้ภายในวันทำการเดียวกันหรือวันทำการถัดไป ขณะที่บริการปกติคิด 200 บาทต่อตราและใช้เวลาประมาณ 2-3 วันทำการ ทั้งนี้ระยะเวลาจริงขึ้นกับปริมาณงานและความครบถ้วนของเอกสาร
เอกสารประเภทใดที่กรมการกงสุลไม่รับรอง?
เอกสารที่ไม่มีหน่วยงานราชการไทยเป็นผู้ออกหรือไม่มีลายมือชื่อผู้มีอำนาจที่ตรวจสอบได้ เช่น เอกสารที่พิมพ์เองโดยไม่มีการรับรองใด ๆ สำเนาที่ไม่มีการรับรองต้นฉบับ หรือเอกสารที่มีการแก้ไขขูดลบ ทางแก้คือให้หน่วยงานผู้ออกรับรองก่อน หรือให้ทนายผู้ทำคำรับรองรับรองลายมือชื่อเพื่อสร้างจุดเชื่อมที่ตรวจสอบได้
ต้องไปเองไหม หรือให้ตัวแทนยื่นได้?
ให้ตัวแทนยื่นได้และเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่เลือก โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ กรณีผู้มอบอยู่ต่างประเทศ ให้ลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในประเทศนั้น เราดำเนินการยื่นและติดตามผลให้ครบทั้งกระบวนการรวมถึงขั้นสถานทูตปลายทาง
ตอนนี้ประเทศไทยออกอะพอสทิลล์ได้หรือยัง?
ยังไม่ได้ อนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกให้ทำเป็นเอกสารมหาชนต่างประเทศจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันนั้นเอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศต้องผ่านการรับรองของกรมการกงสุลแล้วตามด้วยสถานทูตของประเทศปลายทาง ผู้ให้บริการที่อ้างว่าออกอะพอสทิลล์ไทยได้ในขณะนี้ถือว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง
เอกสารจากประเทศภาคีอะพอสทิลล์ จะใช้ในไทยได้เลยไหม?
ยังไม่ได้จนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับไทย ปัจจุบันเอกสารต่างประเทศที่มีอะพอสทิลล์แล้วยังต้องนำไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้นอีกชั้น แล้วจึงแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล ผู้ที่วางแผนใช้เอกสารในไทยช่วงนี้จึงควรเผื่อเวลาสำหรับสองขั้นตอนนี้เสมอ
เมื่ออะพอสทิลล์มีผลแล้ว จะประหยัดเวลาแค่ไหน?
โดยเปรียบเทียบ เส้นทางปัจจุบันใช้เวลารวมประมาณ 1-4 สัปดาห์เพราะต้องรอคิวสถานทูตปลายทาง ขณะที่ระบบอะพอสทิลล์จะจบที่หน่วยงานผู้มีอำนาจของไทยเพียงชั้นเดียว จึงคาดว่าจะเหลือระดับไม่กี่วันทำการ อย่างไรก็ตามข้อกำหนดเรื่องคำแปลยังคงอยู่ เพราะอะพอสทิลล์รับรองที่มาของเอกสาร ไม่ได้รับรองคำแปล
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา ต้องทำอย่างไร?
ยังต้องใช้เส้นทางรับรองสองชั้นตามเดิมแม้หลังปี 2570 คือรับรองที่กรมการกงสุลแล้วตามด้วยสถานทูตของประเทศนั้น ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางและแอฟริกาหลายแห่งอยู่ในกลุ่มนี้ และบางแห่งกำหนดขั้นตอนเพิ่มที่กระทรวงการต่างประเทศของตนเองหลังเอกสารเดินทางถึงปลายทาง
คำแปลต้องได้รับอะพอสทิลล์ด้วยไหม?
ในระบบอะพอสทิลล์ ตราจะรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารมหาชน ส่วนคำแปลจะได้รับตราก็ต่อเมื่อคำแปลนั้นถูกทำให้เป็นเอกสารมหาชน เช่น ผ่านการรับรองของหน่วยงานหรือนักแปลที่ขึ้นทะเบียน แนวทางที่ปลอดภัยคือถามหน่วยงานปลายทางว่าต้องการอะพอสทิลล์เฉพาะต้นฉบับ หรือทั้งต้นฉบับและคำแปล
เอกสารเอกชน เช่น สัญญาหรือหนังสือมอบอำนาจ ทำอะพอสทิลล์ได้ไหม?
ได้เมื่อทำให้เป็นเอกสารมหาชนก่อน โดยทั่วไปคือให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อรับรองการลงนาม แล้วจึงนำลายมือชื่อของทนายนั้นเข้าสู่ระบบรับรองของรัฐ หลักการนี้ใช้ทั้งในเส้นทางปัจจุบันและในระบบอะพอสทิลล์ในอนาคต จึงควรวางลำดับให้การลงนามเกิดขึ้นต่อหน้าผู้รับรองตั้งแต่ต้น
ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง?
ยังไม่ได้ในขณะนี้ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศแล้ว โดยจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องใช้เส้นทางรับรองสองชั้น คือรับรองที่กรมการกงสุลแล้วตามด้วยสถานทูตของประเทศปลายทางตามเดิม
เมื่อ Apostille มีผลแล้วจะประหยัดเวลาแค่ไหน?
จะตัดขั้นตอนการรับรองที่สถานทูตปลายทางออกไปสำหรับเอกสารที่ส่งไปยังประเทศภาคีด้วยกัน เหลือเพียงตราอะพอสทิลล์ใบเดียวจากหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายของไทย ในทางปฏิบัติจะลดเวลาลงได้หลายวันถึงหลายสัปดาห์ในกรณีที่สถานทูตนั้นมีคิวยาวหรือรับเอกสารเพียงบางวัน อย่างไรก็ดี ขั้นตอนแปลเอกสารและการรับรองคำแปลยังคงจำเป็นตามข้อกำหนดของปลายทาง
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาต้องทำอย่างไร?
ยังต้องใช้เส้นทางรับรองสองชั้นแบบเดิมต่อไปแม้หลังปี 2570 คือแปลเอกสาร รับรองที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางและบางประเทศในแอฟริกาอยู่ในกลุ่มนี้ และบางแห่งยังต้องรับรองซ้ำที่กระทรวงการต่างประเทศของประเทศปลายทางอีกชั้นหลังเอกสารเดินทางถึง จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดก่อนวางแผนเวลา

หมวดคำถามอื่น

ยังไม่เจอคำตอบ? ส่งภาพเอกสารมาประเมินฟรี — โทร 083-249-4999 · LINE @NYC168 · contact@ilc.ltd