หน้าแรก / คำถามที่พบบ่อย / ทะเบียนสมรส ครอบครัว และเอกสารบุคคล
ทะเบียนสมรส ครอบครัว และเอกสารบุคคล
จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ หนังสือรับรองความเป็นโสด การหย่า รับบุตรบุญธรรม และเปลี่ยนชื่อสกุล
คำตอบสั้น
ฝ่ายต่างชาติต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (Affirmation of Freedom to Marry) ที่ออกโดยสถานทูตของตนในไทย แปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล พร้อมหนังสือเดินทางตัวจริงและสำเนา ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน จากนั้นทั้งสองไปจดทะเบียนที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอใดก็ได้ทั่วประเทศ · ปรึกษาฟรี โทร 083-249-4999 · LINE @NYC168
- คนไทยจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติในไทยต้องใช้เอกสารอะไร?
- ฝ่ายต่างชาติต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (Affirmation of Freedom to Marry) ที่ออกโดยสถานทูตของตนในไทย แปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล พร้อมหนังสือเดินทางตัวจริงและสำเนา ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน จากนั้นทั้งสองไปจดทะเบียนที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอใดก็ได้ทั่วประเทศ
- ขั้นตอนจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติใช้เวลากี่วัน?
- โดยรวมประมาณ 3–5 วันทำการ วันแรกขอหนังสือรับรองสถานภาพที่สถานทูต (บางแห่งออกให้ทันที บางแห่งใช้ 1–3 วัน) วันถัดมาแปลเอกสารและยื่นรับรองที่กรมการกงสุล ซึ่งบริการปกติใช้ประมาณ 3 วันทำการ (200 บาท/ตรา) หรือด่วนรับวันทำการถัดไป (400 บาท/ตรา) แล้วจึงจดทะเบียนที่อำเภอได้ภายในวันเดียว
- คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสในไทยได้แล้วหรือยัง?
- ได้แล้ว พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 ทำให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดจดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมายไทย โดยมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับคู่สมรสต่างเพศ ทั้งเรื่องสินสมรส มรดก การรับบุตรบุญธรรม และการให้ความยินยอมทางการแพทย์
- อายุขั้นต่ำในการจดทะเบียนสมรสคือเท่าไร?
- กฎหมายสมรสเท่าเทียมได้ปรับอายุขั้นต่ำจาก 17 ปีเป็น 18 ปีบริบูรณ์ทั้งสองฝ่าย ผู้ที่มีอายุต่ำกว่านั้นจะสมรสได้ต่อเมื่อศาลอนุญาตในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองตามที่นายทะเบียนกำหนด
- ทะเบียนสมรสไทยใช้ที่ต่างประเทศได้เลยไหม?
- ต้องผ่านขั้นตอนรับรองก่อน โดยขอคัดสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) และใบสำคัญการสมรส (คร.3) แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทาง แล้วนำไปรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล จากนั้นรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางในไทย บางประเทศยังต้องนำไปจดบันทึกที่สำนักทะเบียนของตนอีกชั้นหนึ่งจึงจะมีผลสมบูรณ์ในประเทศนั้น
- หนังสือรับรองความเป็นโสดของคนไทยขอที่ไหน?
- ขอที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอตามทะเบียนบ้าน โดยนายทะเบียนจะออกหนังสือรับรองว่าไม่ปรากฏรายการสมรสในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร บางอำเภอต้องมีพยานบุคคล 2 คนไปรับรองด้วย เมื่อจะนำไปใช้ต่างประเทศต้องแปลและรับรองที่กรมการกงสุลแล้วรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง เอกสารนี้มักถูกกำหนดอายุไม่เกิน 3–6 เดือน
- การหย่าในไทยทำได้กี่แบบ?
- ทำได้สองแบบ คือหย่าโดยความยินยอมที่สำนักทะเบียน ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องไปลงนามพร้อมพยาน 2 คน และควรทำบันทึกข้อตกลงเรื่องทรัพย์สิน อำนาจปกครองบุตร และค่าอุปการะเลี้ยงดูให้ชัดเจน กับหย่าโดยคำพิพากษาของศาลเมื่อฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมหรือมีเหตุหย่าตามกฎหมาย ซึ่งใช้เวลานานกว่าและต้องมีพยานหลักฐานสนับสนุนเหตุหย่านั้น
- จดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศแล้ว ต้องแจ้งที่ไทยไหม?
- กฎหมายไม่บังคับ แต่ควรบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอ เพื่อให้ระบบทะเบียนราษฎรไทยแสดงสถานะสมรส ซึ่งจำเป็นเมื่อจะเปลี่ยนคำนำหน้าหรือนามสกุล ขอวีซ่าให้คู่สมรส ทำนิติกรรมเกี่ยวกับสินสมรส หรือจัดการมรดกในไทย เอกสารที่ใช้คือทะเบียนสมรสต่างประเทศที่ผ่านการรับรองและแปลเป็นไทยแล้ว
- สินสมรสกับสินส่วนตัวต่างกันอย่างไร?
- สินส่วนตัวคือทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนสมรส ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หา เครื่องใช้ส่วนตัว และเครื่องมือประกอบอาชีพ ส่วนสินสมรสคือทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสรวมถึงดอกผลของสินส่วนตัว การจัดการสินสมรสรายการสำคัญ เช่น ขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่ายเป็นหนังสือ
- สัญญาก่อนสมรส (Prenuptial Agreement) ในไทยมีผลบังคับหรือไม่?
- มีผลบังคับหากทำถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สมรสและพยานอย่างน้อย 2 คน และต้องจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกันในวันจดทะเบียนสมรส หากไปทำภายหลังจะไม่มีผลผูกพัน เนื้อหาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือกำหนดให้ใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินในไทยอาจตกเป็นโมฆะ
- ชาวต่างชาติรับบุตรบุญธรรมในไทยต้องทำอย่างไร?
- ต้องยื่นผ่านศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้ขอรับต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีและแก่กว่าเด็กอย่างน้อย 15 ปี ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากหน่วยงานสวัสดิการของประเทศตนและมีระยะทดลองเลี้ยงดูอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนคณะกรรมการจะอนุมัติและจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม กระบวนการทั้งหมดมักใช้เวลา 1–2 ปี
- เด็กเกิดจากพ่อต่างชาติกับแม่ไทย ได้สัญชาติไทยหรือไม่?
- ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามหลักสายโลหิต เพราะพระราชบัญญัติสัญชาติกำหนดว่าผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดามีสัญชาติไทยย่อมได้สัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักร กรณีเกิดต่างประเทศต้องแจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยเพื่อออกสูติบัตรไทย แล้วนำไปเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านและทำบัตรประชาชนเมื่อถึงเกณฑ์อายุ
- การรับรองบุตรของพ่อต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสทำอย่างไร?
- บุตรที่เกิดนอกสมรสเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของมารดาเสมอ ส่วนบิดาจะเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายได้สามทาง คือจดทะเบียนสมรสกับมารดาภายหลัง จดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียนโดยต้องได้รับความยินยอมของมารดาและบุตร หรือมีคำพิพากษาของศาลว่าเป็นบุตร ซึ่งมักใช้ผลตรวจ DNA ประกอบเมื่อคู่กรณีไม่ให้ความยินยอม
- เปลี่ยนนามสกุลตามคู่สมรสต่างชาติได้ไหม?
- ได้ พระราชบัญญัติชื่อบุคคลเปิดให้คู่สมรสตกลงกันว่าจะใช้นามสกุลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือใช้นามสกุลเดิมของตนก็ได้ เมื่อตกลงใช้นามสกุลคู่สมรสต่างชาติ ให้ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนพร้อมทะเบียนสมรสและหนังสือเดินทางคู่สมรส แล้วจึงแก้ไขบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหนังสือเดินทางตามลำดับ ควรเปลี่ยนให้ครบทุกฉบับก่อนยื่นวีซ่าเพื่อไม่ให้ชื่อไม่ตรงกัน
- สูติบัตรและมรณบัตรที่จะใช้ต่างประเทศต้องทำอะไรบ้าง?
- คัดสำเนาฉบับที่นายทะเบียนรับรองจากสำนักงานเขตหรืออำเภอที่ออกเอกสาร แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทางโดยผู้แปลที่กรมการกงสุลยอมรับ ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง หากเป็นเอกสารเก่าที่เขียนด้วยลายมือหรือชำรุด ควรขอคัดฉบับใหม่ก่อน เพราะเอกสารที่อ่านไม่ชัดมักถูกปฏิเสธที่ขั้นตอนรับรอง
- จดทะเบียนสมรสแล้ว คู่สมรสต่างชาติขอวีซ่าอยู่ต่อในไทยได้ไหม?
- ขอได้เป็นวีซ่า Non-Immigrant O ประเภทติดตามคู่สมรสไทย และขออยู่ต่อได้ครั้งละ 1 ปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เงื่อนไขทางการเงินคือมีเงินฝากในบัญชีไทย 400,000 บาทครบตามระยะเวลาที่กำหนด หรือมีรายได้ประจำอย่างน้อย 40,000 บาทต่อเดือน พร้อมหลักฐานความสัมพันธ์ เช่น ภาพถ่ายร่วมกัน แผนที่บ้าน และการสัมภาษณ์เยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่
- ทะเบียนหย่าจะนำไปใช้ต่างประเทศต้องรับรองอย่างไร?
- ใช้ใบสำคัญการหย่า (คร.7) และทะเบียนการหย่า (คร.6) คัดรับรองจากสำนักทะเบียน แปลเป็นภาษาปลายทาง รับรองที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง หากเป็นการหย่าโดยคำพิพากษา ต้องใช้คำพิพากษาพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดจากศาล ซึ่งหลายประเทศกำหนดให้ต้องมีหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดจึงจะรับจดบันทึกการหย่า
- อำนาจปกครองบุตรหลังหย่าเป็นของใคร?
- เป็นไปตามที่ตกลงกันในบันทึกท้ายทะเบียนหย่า หากไม่ได้ระบุไว้ อำนาจปกครองยังคงเป็นของทั้งสองฝ่ายร่วมกัน ซึ่งมักเกิดปัญหาเมื่อต้องทำหนังสือเดินทางหรือพาบุตรออกนอกประเทศ เพราะกรมการกงสุลจะขอความยินยอมของผู้มีอำนาจปกครองทุกคน จึงควรระบุอำนาจปกครอง สิทธิเยี่ยม และค่าอุปการะเลี้ยงดูให้ชัดเจนตั้งแต่วันจดทะเบียนหย่า
- พาบุตรผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศต้องมีหนังสือยินยอมไหม?
- ต้องมีเมื่อเดินทางกับผู้ปกครองเพียงฝ่ายเดียวหรือเดินทางลำพัง โดยใช้หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่ลงนามต่อหน้านายทะเบียนหรือทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้ให้ความยินยอม สูติบัตร และทะเบียนบ้าน หากผู้ปกครองอยู่ต่างประเทศ ให้ลงนามที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น
- คู่สมรสต่างชาติมีสิทธิรับมรดกในไทยหรือไม่?
- มีสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมลำดับคู่สมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยได้รับส่วนแบ่งแตกต่างกันตามว่ามีทายาทลำดับใดร่วมด้วย ข้อจำกัดสำคัญคือคนต่างด้าวโดยหลักถือกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ได้ หากได้ที่ดินมาโดยมรดกต้องจำหน่ายภายในเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด ส่วนห้องชุดยังถือได้ภายในโควตาต่างชาติ 49% ของพื้นที่อาคารชุดนั้น
- ทำพินัยกรรมในไทยแบบไหนปลอดภัยที่สุด?
- แบบที่มีข้อพิพาทน้อยที่สุดคือพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ซึ่งทำต่อหน้านายอำเภอและพยาน 2 คน เพราะมีเจ้าพนักงานรับรองและเก็บต้นฉบับไว้ ส่วนพินัยกรรมแบบธรรมดาต้องทำเป็นหนังสือ ลงวันที่ ลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมต่อหน้าพยาน 2 คนที่ลงลายมือชื่อรับรองพร้อมกัน สำหรับชาวต่างชาติที่มีทรัพย์สินทั้งในและนอกไทย แนะนำทำพินัยกรรมแยกฉบับตามเขตอำนาจกฎหมาย
- เอกสารครอบครัวที่แปลแล้วมีอายุการใช้งานเท่าไร?
- ตัวคำแปลไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานปลายทางเกือบทุกแห่งกำหนดอายุของตราประทับรับรอง โดยทั่วไปยอมรับเอกสารที่รับรองมาแล้วไม่เกิน 3–6 เดือน สถานทูตบางแห่งเข้มถึงขั้นกำหนด 3 เดือนนับจากวันประทับตราของสถานทูตเอง จึงควรวางแผนให้การรับรองเสร็จใกล้กับวันยื่นจริง เพื่อไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรับรองซ้ำ
- ชาวต่างชาติขอหนังสือรับรองความเป็นโสดจากสถานทูตในไทยต้องเตรียมอะไร?
- โดยทั่วไปใช้หนังสือเดินทางตัวจริง เอกสารยืนยันสถานภาพจากประเทศต้นทาง (เช่น ใบหย่าหรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิม) และการนัดหมายล่วงหน้า สถานทูตแต่ละแห่งใช้ชื่อเอกสารต่างกัน เช่น Affirmation of Freedom to Marry (สหราชอาณาจักร) Affidavit of Eligibility to Marry (สหรัฐฯ) หรือ Certificate of No Impediment เมื่อได้เอกสารแล้วต้องแปลเป็นไทยและรับรองที่กรมการกงสุลก่อนยื่นที่อำเภอ
- จดทะเบียนสมรสที่อำเภอไหนก็ได้จริงไหม?
- จริง นายทะเบียนทุกสำนักงานเขตและที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศรับจดทะเบียนสมรสได้โดยไม่ต้องเป็นภูมิลำเนาของคู่สมรส แต่ในทางปฏิบัติควรเลือกอำเภอที่คุ้นเคยกับคู่ไทย-ต่างชาติ เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารแปลและหนังสือรับรองสถานภาพได้เร็วกว่า และบางแห่งกำหนดให้จองคิวหรือมีล่ามที่นายทะเบียนยอมรับ
- ต้องมีล่ามตอนจดทะเบียนสมรสหรือไม่?
- ต้องมี หากฝ่ายต่างชาติไม่เข้าใจภาษาไทย เพราะนายทะเบียนต้องอ่านและอธิบายข้อความในทะเบียนสมรสให้คู่สมรสเข้าใจตรงกันก่อนลงนาม ล่ามต้องแสดงบัตรประชาชนและลงนามรับรองการแปลในเอกสาร บางอำเภอกำหนดให้ล่ามมีหลักฐานความสามารถทางภาษา ควรตรวจเงื่อนไขของอำเภอนั้นก่อนวันนัด
- แต่งงานแล้วเปลี่ยนนามสกุลตามคู่สมรสต่างชาติได้ไหม?
- ได้ พ.ร.บ.ชื่อบุคคลให้คู่สมรสตกลงกันว่าจะใช้นามสกุลของฝ่ายใดหรือใช้ของตนเองต่อไป หากเลือกใช้นามสกุลคู่สมรสต้องบันทึกความตกลงในทะเบียนสมรส แล้วนำไปแก้ไขทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และหนังสือเดินทางตามลำดับ การเปลี่ยนหนังสือเดินทางหลังเปลี่ยนนามสกุลควรทำก่อนยื่นวีซ่า เพราะชื่อในเอกสารทุกฉบับต้องตรงกัน
- ใบหย่าต่างประเทศจะใช้จดทะเบียนสมรสใหม่ในไทยต้องทำอย่างไร?
- ต้องนำคำพิพากษาหรือทะเบียนหย่าจากต่างประเทศไปผ่านการรับรองที่หน่วยงานของประเทศนั้นและสถานทูตไทย หรือรับรองผ่านสถานทูตของประเทศนั้นในไทย จากนั้นแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล นายทะเบียนจึงจะรับพิจารณา หากคู่สมรสเดิมเป็นคนไทย ควรบันทึกฐานะแห่งครอบครัวเรื่องการหย่าไว้ในระบบทะเบียนราษฎรด้วย
- หญิงที่หย่าแล้วต้องรอ 310 วันจึงสมรสใหม่จริงหรือไม่?
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดระยะเวลารอ 310 วันนับแต่การสมรสเดิมสิ้นสุด เว้นแต่มีข้อยกเว้น เช่น คลอดบุตรแล้ว มีใบรับรองแพทย์ว่ามิได้ตั้งครรภ์ สมรสกับคู่สมรสเดิม หรือมีคำสั่งศาลอนุญาต ในทางปฏิบัตินายทะเบียนจะขอใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐานที่ใช้บ่อยที่สุด จึงควรเตรียมไว้ล่วงหน้าหากเพิ่งหย่า
- บุตรที่เกิดในต่างประเทศจะขอสัญชาติไทยและสูติบัตรไทยอย่างไร?
- แจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศนั้นภายในกำหนด โดยใช้สูติบัตรท้องถิ่นที่ผ่านการรับรอง หนังสือเดินทางบิดามารดา และทะเบียนสมรส สถานทูตจะออกสูติบัตรไทย จากนั้นนำไปเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านไทยและทำบัตรประชาชนเมื่ออายุครบเกณฑ์ หากพ้นกำหนดแจ้งเกิดยังทำได้แต่ต้องผ่านการสอบสวนพยานเพิ่มเติม
- บิดาต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสมีอำนาจปกครองบุตรหรือไม่?
- ไม่มีโดยอัตโนมัติ กฎหมายไทยถือว่ามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่ผู้เดียวเมื่อบิดามารดามิได้สมรสกัน บิดาจะได้อำนาจปกครองต่อเมื่อจดทะเบียนรับรองบุตรที่อำเภอโดยความยินยอมของมารดาและบุตร จดทะเบียนสมรสภายหลัง หรือมีคำพิพากษาของศาล เรื่องนี้สำคัญมากเมื่อจะพาบุตรเดินทางออกนอกประเทศ
- หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศต้องทำอย่างไร?
- ทำที่สำนักงานเขต/อำเภอในรูปหนังสือยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือทำเป็นหนังสือแล้วให้ Notarial Services Attorney รับรองลายมือชื่อเมื่อปลายทางต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ควรระบุชื่อบุตร เลขหนังสือเดินทาง ผู้ร่วมเดินทาง ช่วงวันที่ และประเทศปลายทาง สายการบินและตรวจคนเข้าเมืองหลายประเทศขอดูเอกสารนี้เมื่อบุตรเดินทางกับผู้ปกครองเพียงคนเดียว
- การรับบุตรบุญธรรมโดยชาวต่างชาติในไทยใช้เวลานานเท่าไร?
- โดยทั่วไป 6 เดือนถึงกว่า 1 ปี เพราะต้องผ่านกรมกิจการเด็กและเยาวชนตาม พ.ร.บ.การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม มีการสอบประวัติผู้ขอรับ การทดลองเลี้ยงดูตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด และการอนุมัติของคณะกรรมการก่อนจดทะเบียนที่อำเภอ กรณีรับบุตรของคู่สมรสจะเร็วกว่ากรณีรับเด็กจากสถานสงเคราะห์
- เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลแล้ว เอกสารเก่าที่ใช้ชื่อเดิมยังใช้ได้ไหม?
- ใช้ได้ แต่ต้องแนบใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ (ช.3) หรือใบสำคัญการเปลี่ยนนามสกุล (ช.5) ประกอบเสมอ เพื่อเชื่อมโยงว่าเป็นบุคคลเดียวกัน เมื่อยื่นวีซ่าหรือใช้ในต่างประเทศต้องแปลใบสำคัญนี้และรับรองที่กรมการกงสุลพร้อมกับเอกสารหลัก มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่ปลายทางอาจปฏิเสธเพราะชื่อไม่ตรงกัน
- คนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ต้องดำเนินการอะไรในไทยบ้าง?
- นำมรณบัตรของประเทศนั้นไปรับรองและแปลเป็นไทย แล้วแจ้งที่สถานทูตไทยเพื่อออกหนังสือรับรองการตาย จากนั้นนำไปจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านที่อำเภอ ขั้นตอนนี้จำเป็นก่อนดำเนินคดีมรดก ปิดบัญชีธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือเรียกสิทธิประโยชน์ประกันชีวิตในไทย
- ชาวต่างชาติทำพินัยกรรมในไทยได้หรือไม่?
- ทำได้ และควรทำหากมีทรัพย์สินในไทย เช่น ห้องชุด เงินฝาก หรือหุ้น พินัยกรรมทำได้หลายแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ใช้บ่อยคือแบบธรรมดาที่มีพยาน 2 คน และแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่อำเภอ ควรทำฉบับแยกเฉพาะทรัพย์สินในไทยเพื่อไม่ให้ขัดกับพินัยกรรมในประเทศบ้านเกิด
- คู่สมรสต่างชาติรับมรดกที่ดินในไทยได้ไหม?
- รับมรดกได้ในทางสิทธิ แต่ประมวลกฎหมายที่ดินไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวถือครองที่ดินโดยทั่วไป ผู้รับมรดกจึงต้องจำหน่ายที่ดินภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด (โดยทั่วไป 1 ปี) ส่วนห้องชุดรับโอนและถือครองได้หากไม่เกินโควตาต่างชาติ 49% ของพื้นที่อาคารชุดนั้น
- ทะเบียนบ้านเล่มเหลือง (ทร.13) คืออะไรและใครขอได้?
- คือทะเบียนบ้านสำหรับบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่พำนักในไทยอย่างถูกกฎหมาย ขอได้ที่สำนักงานเขต/อำเภอที่บ้านตั้งอยู่ โดยใช้หนังสือเดินทาง วีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ เอกสารกรรมสิทธิ์หรือหนังสือยินยอมของเจ้าบ้าน เอกสารนี้ช่วยให้ทำธุรกรรมในไทยง่ายขึ้น เช่น ขอใบขับขี่ เปิดบัญชี หรือแสดงที่อยู่ต่อหน่วยงานราชการ
- ขอเลข 13 หลักให้ชาวต่างชาติได้อย่างไร?
- เมื่อได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ทร.13 นายทะเบียนจะกำหนดเลขประจำตัว 13 หลักขึ้นต้นด้วยเลข 6 หรือ 8 ให้โดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่จะได้ทะเบียนบ้าน ทร.14 เลขนี้ใช้ยื่นภาษี ขึ้นทะเบียนประกันสังคม และลงทะเบียนระบบราชการออนไลน์ได้
- จดทะเบียนสมรสแล้วขอวีซ่าติดตามคู่สมรส (Non-O) ได้ทันทีไหม?
- ขอได้ แต่ต้องเข้าเงื่อนไขทางการเงินของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง คือเงินฝากในบัญชีไทย 400,000 บาทครบตามระยะเวลาที่กำหนด หรือรายได้ประจำเดือนตามเกณฑ์ที่มีหนังสือรับรองจากสถานทูต เอกสารประกอบได้แก่ ทะเบียนสมรส สำเนาทะเบียนบ้านฝ่ายไทย ภาพถ่ายคู่สมรสในบ้าน และแผนที่ที่พัก
- รับรองบุตรที่อำเภอกับรับรองบุตรโดยคำพิพากษาต่างกันอย่างไร?
- การจดทะเบียนรับรองบุตรที่อำเภอทำได้เมื่อมารดาและบุตรให้ความยินยอมต่อหน้านายทะเบียน จึงเหมาะกับกรณีที่ทุกฝ่ายเห็นพ้อง หากมารดาไม่ยินยอม บุตรยังเล็กจนให้ความยินยอมไม่ได้ หรือมีข้อโต้แย้งความเป็นบิดา ต้องฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งอาจสั่งให้ตรวจ DNA ประกอบ
- หนังสือมอบอำนาจจากต่างประเทศให้ญาติดำเนินการทะเบียนราษฎรแทนใช้ได้ไหม?
- ใช้ได้ในหลายเรื่อง เช่น คัดสำเนาทะเบียนบ้าน สูติบัตร หรือทะเบียนสมรส หนังสือมอบอำนาจต้องลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในต่างประเทศ หรือให้ Notary Public ในประเทศนั้นรับรองแล้วผ่านการรับรองต่อ พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางผู้มอบอำนาจที่รับรองสำเนาถูกต้องทุกหน้า อย่างไรก็ดี การจดทะเบียนสมรสและการหย่าโดยความยินยอมต้องไปด้วยตนเอง
- เอกสารครอบครัวมีอายุการใช้งานกี่เดือนเมื่อยื่นต่างประเทศ?
- ตัวเอกสารทะเบียนราษฎรไม่มีวันหมดอายุตามกฎหมายไทย แต่หน่วยงานปลายทางมักกำหนดว่าต้องคัดใหม่ภายใน 3 หรือ 6 เดือน โดยเฉพาะหนังสือรับรองความเป็นโสดและสำเนาทะเบียนบ้าน จึงควรวางแผนคัด-แปล-รับรองให้ใกล้กับวันยื่นมากที่สุด และเผื่อเวลารับรองกงสุล 1–3 วันทำการกับเวลาสถานทูตอีก 2–10 วันทำการ
- แปลทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนต้องรับรองกงสุลด้วยไหม?
- ต้องรับรอง หากปลายทางเป็นหน่วยงานราชการต่างประเทศหรือสถานทูต เพราะการรับรองของกรมการกงสุลเป็นการยืนยันว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับ แต่ถ้าใช้ยื่นกับเอกชน เช่น ธนาคารหรือมหาวิทยาลัยบางแห่ง คำแปลพร้อมใบรับรองคำแปลของบริษัทแปลก็เพียงพอ ควรตรวจข้อกำหนดของผู้รับก่อนเพื่อไม่ให้เสียค่าธรรมเนียมเกินจำเป็น
- คู่สมรสเสียชีวิต ต้องเปลี่ยนสถานภาพในทะเบียนราษฎรอย่างไร?
- นำมรณบัตรไปแจ้งที่สำนักงานเขต/อำเภอเพื่อบันทึกฐานะแห่งครอบครัวว่าการสมรสสิ้นสุดลงด้วยความตาย นายทะเบียนจะออกหนังสือรับรองสถานภาพให้เมื่อร้องขอ ซึ่งจำเป็นเมื่อจะจดทะเบียนสมรสใหม่ ยื่นขอสิทธิบำนาญของคู่สมรส หรือดำเนินการมรดกทั้งในไทยและต่างประเทศ
- จดทะเบียนสมรสในไทยแล้วประเทศคู่สมรสรับรองอัตโนมัติหรือไม่?
- หลายประเทศรับรองความสมบูรณ์ของการสมรสตามกฎหมายแห่งสถานที่ทำการสมรส แต่ต้องนำทะเบียนสมรสไทยไปแปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูตของประเทศนั้นก่อน บางประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และญี่ปุ่น ยังกำหนดให้ไปจดบันทึกที่สำนักทะเบียนของตนเพิ่มอีกขั้น จึงควรตรวจข้อกำหนดก่อนวางแผนยื่นวีซ่าคู่สมรส
- ต้องแปลเอกสารครอบครัวเป็นภาษาปลายทางหรือภาษาอังกฤษก็พอ?
- ขึ้นกับประเทศ ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการหรือรับคำแปลอังกฤษ เช่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ ใช้อังกฤษได้ แต่เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี มักกำหนดคำแปลเป็นภาษาราชการของตนโดยนักแปลที่ได้รับการยอมรับ กรณีนี้ควรแปลไทย-อังกฤษเพื่อรับรองกงสุล แล้วแปลต่อเป็นภาษาปลายทางตามที่สถานทูตกำหนด
- คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสในไทยได้แล้วหรือยัง?
- ได้แล้ว พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่รับรองการสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 คู่สมรสเพศเดียวกันจึงจดทะเบียนสมรสได้ที่สำนักงานเขตและที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง และได้รับสิทธิตามกฎหมายเช่นเดียวกับคู่สมรสต่างเพศ รวมถึงสิทธิในทรัพย์สินระหว่างสมรส การรับมรดก และการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน
- ชาวต่างชาติจดทะเบียนสมรสในไทยต้องใช้เอกสารอะไร?
- ต้องใช้หนังสือเดินทาง และหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสหรือหนังสือรับรองความเป็นโสดที่ออกโดยสถานทูตของตนในไทย ซึ่งต้องนำไปแปลเป็นภาษาไทยและรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อนยื่นที่สำนักทะเบียน ผู้ที่เคยสมรสมาก่อนต้องแนบใบหย่าหรือมรณบัตรของคู่สมรสเดิมที่แปลและรับรองแล้วเช่นกัน และต้องมีล่ามหากไม่เข้าใจภาษาไทย
- สัญญาก่อนสมรสในไทยต้องทำอย่างไรจึงมีผลบังคับ?
- ต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อคู่สมรสทั้งสองฝ่ายและพยานอย่างน้อยสองคน และต้องจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกันในวันจดทะเบียน หากทำหลังจดทะเบียนสมรสไปแล้วจะไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายไทย เนื้อหาต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี และควรจัดทำสองภาษาพร้อมคำแปลรับรองหากฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ
- จดทะเบียนหย่าที่ไทยแล้วต้องแจ้งประเทศคู่สมรสด้วยไหม?
- ควรแจ้งเพื่อให้สถานะสมรสในทะเบียนของทั้งสองประเทศตรงกัน มิฉะนั้นคู่สมรสอาจยังปรากฏสถานะสมรสอยู่ในประเทศต้นทางและมีปัญหาตอนสมรสใหม่หรือจัดการมรดก ขั้นตอนคือคัดใบสำคัญการหย่าและทะเบียนหย่า แปลเป็นภาษาปลายทาง รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นก่อนยื่นบันทึกสถานะ
- ชาวต่างชาติจดทะเบียนสมรสในไทยต้องเตรียมอะไร?
- ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตของตนในไทย นำไปแปลเป็นไทยและรับรองที่กรมการกงสุล จากนั้นยื่นจดทะเบียนที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอพร้อมพาสปอร์ต คู่สมรสฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากฝ่ายใดฟังภาษาไทยไม่ได้ ต้องมีล่ามและพยานตามที่นายทะเบียนกำหนด
- สมรสเท่าเทียมในไทยเริ่มใช้เมื่อไรและใช้กับชาวต่างชาติไหม?
- กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 ทำให้คู่รักทุกเพศจดทะเบียนสมรสในไทยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ชาวต่างชาติก็จดได้โดยใช้เอกสารชุดเดียวกับคู่ต่างเพศ แต่การรับรองสถานะในประเทศต้นทางขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศนั้น จึงควรตรวจสอบก่อนวางแผนเรื่องวีซ่าคู่สมรส
- จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศแล้ว ต้องบันทึกในไทยไหม?
- ควรบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่สำนักทะเบียนในไทย เพื่อให้สถานะสมรสปรากฏในระบบทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นเมื่อจะเปลี่ยนคำนำหน้า เปลี่ยนนามสกุล ขอวีซ่าให้คู่สมรส หรือจัดการมรดก ต้องนำทะเบียนสมรสต่างประเทศไปรับรองที่สถานทูตไทยในประเทศนั้น แล้วแปลและรับรองที่กรมการกงสุล
- หย่าในต่างประเทศแล้วจะจดสมรสใหม่ในไทยได้ไหม?
- ได้ แต่ต้องนำคำพิพากษาหรือใบสำคัญการหย่าจากต่างประเทศมารับรองโดยสถานทูตไทยในประเทศนั้น แล้วแปลและรับรองที่กรมการกงสุล ก่อนบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่สำนักทะเบียน หากยังไม่บันทึก ระบบทะเบียนไทยยังถือว่าสมรสอยู่และนายทะเบียนจะไม่รับจดสมรสใหม่
- พาบุตรผู้เยาว์เดินทางออกนอกประเทศคนเดียว ต้องมีหนังสือยินยอมไหม?
- ต้องมี โดยเฉพาะเมื่อเดินทางกับผู้ปกครองเพียงฝ่ายเดียวหรือกับญาติ หนังสือยินยอมควรลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง แนบสูติบัตร ทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรของผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย หลายประเทศปลายทางกำหนดให้ผ่านการรับรองกงสุลด้วย จึงควรเตรียมล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์
- เปลี่ยนนามสกุลหลังสมรส ต้องแก้เอกสารอะไรบ้าง?
- ต้องแก้บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และพาสปอร์ตตามลำดับ จากนั้นจึงแจ้งธนาคาร ประกัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีเอกสารเก่าที่ใช้ชื่อสกุลเดิมและต้องใช้ต่างประเทศ ควรทำหนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อสกุลแปลและรับรองกงสุลแนบไปด้วย เพื่อเชื่อมโยงตัวบุคคลให้ปลายทางเห็นชัด
- จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติที่อำเภอต่างจังหวัด ต้องเตรียมอะไร?
- ฝ่ายต่างชาติต้องมีหนังสือรับรองความเป็นโสดหรือหนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตของตนในไทย แปลเป็นไทยและรับรองที่กรมการกงสุล จากนั้นยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตใดก็ได้ ไม่จำกัดภูมิลำเนา บางอำเภอขอพยานสองคนพร้อมบัตรประชาชน และบางแห่งขอล่ามหากคู่สมรสไม่เข้าใจภาษาไทย
- สมรสเท่าเทียมในไทยใช้ได้จริงตั้งแต่เมื่อไร?
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 ทำให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดจดทะเบียนสมรสได้ และได้สิทธิเช่นเดียวกับคู่สมรสตามกฎหมายเดิม รวมถึงสิทธิในมรดก การรับบุตรบุญธรรม และการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน สำหรับคู่ที่ฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ยังต้องใช้เอกสารรับรองสถานภาพจากสถานทูตตามปกติ
- สมรสที่จดในไทยจะใช้ที่ประเทศคู่สมรสได้ไหม?
- ต้องนำใบสำคัญการสมรสและทะเบียนสมรสไปแปลและรับรองที่กรมการกงสุล แล้วนำไปแจ้งหรือจดบันทึกที่หน่วยงานทะเบียนของประเทศคู่สมรส บางประเทศบังคับให้บันทึกภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่เช่นนั้นสิทธิด้านวีซ่าและสวัสดิการจะยังไม่เกิด จึงควรถามสถานทูตของประเทศนั้นถึงขั้นตอนบันทึกก่อนวางแผนการเดินทาง
- หย่าในต่างประเทศแล้ว จะบันทึกในทะเบียนไทยอย่างไร?
- นำคำพิพากษาหรือหนังสือสำคัญการหย่าจากต่างประเทศไปรับรองที่หน่วยงานต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้น แปลเป็นไทยและรับรองที่กรมการกงสุล จากนั้นยื่นต่อสำนักทะเบียนเพื่อบันทึกฐานะแห่งครอบครัว ถ้าไม่บันทึก สถานะในทะเบียนราษฎรไทยยังคงเป็นสมรส ซึ่งทำให้จดทะเบียนสมรสใหม่ไม่ได้และมีปัญหาเรื่องมรดก
- บุตรที่เกิดในต่างประเทศจะได้สัญชาติไทยไหม?
- บุตรที่มีบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทยได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามพระราชบัญญัติสัญชาติ การทำให้สิทธิใช้ได้จริงต้องแจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยเพื่อออกสูติบัตรไทย แล้วจึงเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านและขอหนังสือเดินทางไทย กรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส บิดาต้องดำเนินการรับรองบุตรเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางกฎหมายที่สมบูรณ์
- อำนาจปกครองบุตรหลังหย่าตกอยู่กับใคร?
- หากบิดามารดาจดทะเบียนสมรส อำนาจปกครองเป็นของทั้งสองฝ่ายจนกว่าจะตกลงหรือศาลสั่งเป็นอย่างอื่น การหย่าโดยความยินยอมสามารถระบุผู้ใช้อำนาจปกครองไว้ในบันทึกท้ายทะเบียนหย่าได้ ซึ่งควรระบุให้ชัดทั้งเรื่องที่อยู่ ค่าอุปการะ และสิทธิพาบุตรออกนอกราชอาณาจักร เพราะเอกสารนี้คือสิ่งที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและสถานทูตขอดูเมื่อผู้ปกครองคนเดียวพาบุตรเดินทาง
- ชาวต่างชาติจดทะเบียนสมรสในไทยต้องใช้เอกสารอะไร?
- หลักคือหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสหรือหนังสือรับรองความเป็นโสดจากสถานทูตของตน ซึ่งต้องแปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ พร้อมหนังสือเดินทางและพยานสองคน หากเคยหย่าหรือคู่สมรสเดิมเสียชีวิต ต้องแนบใบสำคัญการหย่าหรือมรณบัตรที่ผ่านขั้นตอนแปลและรับรองเช่นเดียวกัน
- คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสในไทยได้แล้วหรือยัง?
- ได้แล้ว กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 ทำให้คู่รักทุกเพศจดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้เท่าเทียมกัน รวมถึงสิทธิด้านมรดก การจัดการทรัพย์สินร่วม และการให้ความยินยอมทางการแพทย์ สำหรับคู่ที่ฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ขั้นตอนเอกสารเหมือนคู่ต่างเพศ คือต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตพร้อมแปลและรับรองคำแปล
- จดทะเบียนสมรสในไทยแล้วใช้ที่ต่างประเทศได้เลยไหม?
- ต้องนำใบสำคัญการสมรสและทะเบียนสมรสไปแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศนั้น แล้วรับรองที่กรมการกงสุล จากนั้นรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางในกรุงเทพฯ บางประเทศยังกำหนดให้แจ้งบันทึกการสมรสต่อสำนักทะเบียนของตนภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงควรตรวจข้อกำหนดของประเทศคู่สมรสควบคู่ไปกับการเตรียมเอกสารฝั่งไทย
หมวดคำถามอื่น
- แปลเอกสารรับรอง (ทุกภาษา)
- รับรองนิติกรณ์ กงสุล / สถานทูต / Apostille
- แปล NAATI (ออสเตรเลีย)
- Notary Public / Notarial Services Attorney
- วีซ่าต่างประเทศ & วีซ่าไทยสำหรับชาวต่างชาติ
- ใบตรวจประวัติอาชญากรรม (Police Clearance)
- จดทะเบียนธุรกิจ บัญชี ภาษี BOI
- ใบอนุญาตทำงาน & การจ้างชาวต่างชาติ
- Apostille & รับรองนิติกรณ์กรมการกงสุล (เจาะลึก)
- คัด-ขอเอกสารราชการแทน
- ล่าม (ราชการ ศาล ธุรกิจ และออนไลน์)
- ชีวิตชาวต่างชาติในไทย (APEC Card ใบขับขี่ 90 วัน คอนโด)
- เอกสารการศึกษา วุฒิ และวีซ่านักเรียน






