Est. 2019 · Khon Kaen · Bangkok · Udon · Nong KhaiTHEN
§ Notarial Services Attorney

ทนาย Notary Public 6 ท่าน

ทีมทนายความที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมใบอนุญาตรับรองลายมือชื่อและเอกสารเพื่อใช้ยื่นสถานทูต หน่วยงานราชการต่างประเทศ และการยื่นวีซ่าทั่วโลก

ดูใบอนุญาตทั้งหมด

Notarial Services Attorney · ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

หน้าแรก / คำถามที่พบบ่อย / รับรองนิติกรณ์ กงสุล / สถานทูต / Apostille

รับรองนิติกรณ์ กงสุล / สถานทูต / Apostille

ขั้นตอนรับรองเอกสารที่กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) การรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง และสถานะ Apostille ของไทย

คำตอบสั้น

ยังไม่ได้ในวันนี้ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเว้นการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027) จนกว่าจะถึงวันนั้น เอกสารไทยยังต้องใช้การรับรองแบบลูกโซ่ คือกรมการกงสุลรับรองก่อน แล้วจึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางในไทย · ปรึกษาฟรี โทร 083-2494999 · LINE @NYC168

ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง?
ยังไม่ได้ในวันนี้ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเว้นการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027) จนกว่าจะถึงวันนั้น เอกสารไทยยังต้องใช้การรับรองแบบลูกโซ่ คือกรมการกงสุลรับรองก่อน แล้วจึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางในไทย
ค่าธรรมเนียมรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลเท่าไร?
200 บาทต่อตราสำหรับบริการปกติ ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ และ 400 บาทต่อตราสำหรับบริการด่วน รับคืนวันทำการถัดไป ค่าธรรมเนียมคิดเป็น 'ต่อตรา' ไม่ใช่ต่อชุด ดังนั้นเอกสาร 5 ฉบับที่ต้องรับรองทั้งหมด จะเสียค่าธรรมเนียมราชการ 1,000 บาท (ปกติ) หรือ 2,000 บาท (ด่วน)
รับรองเอกสารที่กรมการกงสุลต้องไปด้วยตัวเองไหม?
ไม่ต้อง สามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนยื่นแทนได้ โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง ทีมงานของเราเป็นผู้เดินเรื่องที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ให้ทั้งกระบวนการ และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นรายวัน
การรับรองแบบลูกโซ่ (chain legalization) มีกี่ขั้นตอน?
โดยทั่วไปสามขั้น ขั้นแรกคือทำให้เอกสารเป็นเอกสารราชการหรือได้รับรองโดยหน่วยงานผู้ออก ขั้นที่สองคือกรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่หรือรับรองคำแปล และขั้นที่สามคือสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทยรับรองต่ออีกชั้น หากข้ามขั้นใดขั้นหนึ่ง ปลายทางจะไม่ยอมรับเอกสาร
เอกสารต่างประเทศจะนำมาใช้ในไทย ต้องทำอย่างไร?
ทำย้อนทิศทางกับขาออก คือให้หน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศต้นทางรับรองก่อน (ถ้าประเทศนั้นเป็นภาคีเฮก จะออก Apostille) จากนั้นนำไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น เมื่อเอกสารเข้าไทยแล้วจึงแปลเป็นไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลอีกครั้ง
กรมการกงสุลรับรองคำแปลภาษาอื่นนอกจากอังกฤษหรือไม่?
ไม่รับรอง กองสัญชาติและนิติกรณ์รับรองคำแปลเฉพาะคู่ภาษาไทย–อังกฤษ หากปลายทางต้องการภาษาอื่น ต้องนำฉบับอังกฤษที่รับรองแล้วไปให้สถานทูตของประเทศนั้นแปลต่อ หรือใช้นักแปลสาบานตนที่ประเทศปลายทางรับรอง แล้วจึงยื่นตามระเบียบของหน่วยงานนั้น
เอกสารบริษัทต้องรับรองอะไรบ้างก่อนส่งไปต่างประเทศ?
ต้องคัดหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (อายุมักไม่เกิน 3–6 เดือนตามที่ปลายทางกำหนด) พร้อมบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) และหนังสือบริคณห์สนธิเท่าที่ต้องใช้ จากนั้นแปลอังกฤษ รับรองกงสุล และรับรองสถานทูตปลายทาง บางกรณีต้องให้กรรมการลงนามต่อหน้าทนาย Notary ก่อนเข้ากงสุล
หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ที่จะใช้ต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร?
ผู้มอบอำนาจต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney) จากนั้นนำไปรับรองที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง เนื้อความต้องระบุขอบเขตอำนาจให้ชัดเจน เช่น เลขที่โฉนด เลขบัญชี หรือเลขคดี มิฉะนั้นหน่วยงานปลายทางอาจปฏิเสธเพราะอำนาจกว้างเกินไป
รับรองสำเนาถูกต้องกับรับรองลายมือชื่อ ต่างกันอย่างไร?
รับรองสำเนาถูกต้อง (certified true copy) คือการยืนยันว่าสำเนาตรงกับต้นฉบับที่ได้เห็น ส่วนรับรองลายมือชื่อ (signature verification) คือการยืนยันว่าบุคคลนั้นลงลายมือชื่อต่อหน้าผู้รับรองจริง สองอย่างนี้ใช้คนละวัตถุประสงค์ และหน่วยงานปลายทางมักระบุมาชัดว่าต้องการแบบใด ควรตรวจข้อกำหนดก่อนเพื่อไม่ต้องทำซ้ำ
เมื่อไทยใช้ Apostille ในปี 2570 แล้ว จะไม่ต้องไปสถานทูตอีกใช่ไหม?
ใช่สำหรับประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาเฮกด้วยกัน เอกสารที่มี Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของไทยจะใช้ได้ในประเทศภาคีโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก แต่กับประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี เช่น หลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา ยังต้องรับรองแบบลูกโซ่ตามเดิม และคำแปลยังจำเป็นตามข้อกำหนดของปลายทาง
เอกสารที่กรมการกงสุลไม่รับรองมีอะไรบ้าง?
ที่พบบ่อยคือสำเนาที่ถ่ายเองโดยไม่มีตรารับรองจากหน่วยงานผู้ออก เอกสารที่มีรอยขูดลบขีดฆ่าโดยไม่มีผู้มีอำนาจเซ็นกำกับ เอกสารที่ออกโดยเอกชนซึ่งยังไม่ผ่าน Notary และเอกสารที่ข้อความในคำแปลไม่ตรงกับต้นฉบับ กรณีเหล่านี้ต้องแก้ที่ต้นทางก่อนจึงยื่นใหม่ได้
ระยะเวลารวมของงานรับรองจนถึงสถานทูต ใช้เวลานานแค่ไหน?
ประเมินคร่าว ๆ คือแปล 1–3 วันทำการ กงสุล 1 วัน (ด่วน) หรือ 3 วัน (ปกติ) และสถานทูตอีก 2–10 วันทำการแล้วแต่ประเทศ บางสถานทูตรับเอกสารเฉพาะบางวันของสัปดาห์และต้องนัดหมายล่วงหน้า จึงควรเผื่อเวลารวมอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์สำหรับงานที่ต้องผ่านครบทุกขั้น
ต้องเสียค่าธรรมเนียมสถานทูตเท่าไร?
แตกต่างกันมากตามประเทศ ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาทต่อฉบับ และบางแห่งเรียกเก็บเป็นสกุลเงินของตนตามอัตราแลกเปลี่ยนประจำเดือน เราจะแจ้งอัตราปัจจุบันของสถานทูตที่เกี่ยวข้องเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน และแยกบรรทัดจากค่าบริการของบริษัทเสมอ
เอกสารรับรองแล้วหาย ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดไหม?
ต้องเริ่มใหม่ในทางปฏิบัติ เพราะตรานิติกรณ์ผูกกับตัวเอกสารฉบับนั้น ไม่สามารถออกสำเนารับรองย้อนหลังได้ ทางแก้คือคัดต้นฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วเดินขั้นตอนรับรองอีกรอบ จึงแนะนำให้ทำสำเนาสีและสแกนไฟล์เก็บไว้ทุกครั้งก่อนนำไปยื่น
ขอรับรองหลายฉบับพร้อมกัน ประหยัดเวลาได้ไหม?
ได้ทั้งเวลาและค่าเดินทาง เพราะเรายื่นเป็นชุดเดียวในรอบเดียว แต่ค่าธรรมเนียมราชการยังคิดต่อตราตามจำนวนเอกสาร วิธีที่คุ้มที่สุดคือรวบรวมเอกสารที่คาดว่าจะใช้ภายใน 3 เดือนข้างหน้าให้ครบก่อนยื่น เพื่อลดจำนวนรอบและค่าใช้จ่ายในการเดินเรื่อง
เอกสารการศึกษาที่จะใช้ในตะวันออกกลาง ต้องรับรองอะไรเพิ่ม?
หลายประเทศ เช่น กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำหนดให้สถาบันการศึกษารับรองก่อน ตามด้วยกระทรวงการอุดมศึกษาฯ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแล แล้วจึงรับรองกงสุลไทยและสถานทูตของประเทศนั้น บางแห่งมีขั้นตอนตรวจสอบเพิ่มที่กระทรวงการต่างประเทศปลายทางหลังเดินทางถึงด้วย
ต้องแปลก่อนหรือรับรองก่อน?
ลำดับที่ถูกต้องคือทำให้ต้นฉบับสมบูรณ์ก่อน (คัดใหม่หรือให้หน่วยงานรับรองสำเนา) จากนั้นจึงแปล แล้วนำต้นฉบับพร้อมคำแปลไปรับรองที่กรมการกงสุลพร้อมกัน หากแปลจากสำเนาที่ยังไม่ถูกรับรอง จะต้องแปลใหม่เมื่อคัดต้นฉบับใหม่ ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายซ้ำ
อยู่ต่างประเทศ จะรับรองเอกสารไทยได้อย่างไร?
ใช้วิธีมอบอำนาจให้ญาติหรือบริษัทตัวแทนในไทยดำเนินการ โดยลงนามในหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่พำนัก เอกสารที่ผ่านการรับรองจากสถานทูตไทยใช้ยื่นในไทยได้ทันที และเราจัดส่งงานที่เสร็จแล้วกลับไปต่างประเทศทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ
รับรองเอกสารสำหรับใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ ต้องทำอย่างไร?
จีนเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกแล้วสำหรับเอกสารของจีนเอง แต่เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ยังต้องรับรองกงสุลไทยก่อน แล้วจึงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ก่อนวันที่ไทยเริ่มใช้ Apostille ในปี 2570 คำแปลควรทำเป็นอังกฤษหรือจีนตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนดไว้ในหนังสือเรียกเอกสาร
เอกสารทางศาสนา เช่น ใบรับรองการสมรสของวัด/มัสยิด รับรองได้ไหม?
ได้เมื่อผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่กำกับดูแลก่อน เช่น สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสำหรับเอกสารนิกะห์ หรือหน่วยงานศาสนาที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงแปลและรับรองกงสุลตามลำดับ ทั้งนี้เอกสารทางศาสนาไม่แทนทะเบียนสมรสตามกฎหมาย หากปลายทางต้องการหลักฐานตามกฎหมายต้องคัดทะเบียนสมรส (คร.2/คร.3) ควบคู่ไปด้วย
รับรองนิติกรณ์ กับ รับรองคำแปล ต่างกันอย่างไร?
รับรองคำแปลคือการยืนยันว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับ ส่วนรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลคือการรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร (หรือของผู้แปล) เพื่อให้หน่วยงานต่างประเทศเชื่อถือ เอกสารส่วนใหญ่ต้องผ่านทั้งสองขั้นตามลำดับ
ค่าธรรมเนียมรับรองที่กรมการกงสุลเท่าไร?
อัตราทางการคือ 200 บาทต่อตราแบบปกติ ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ และ 400 บาทต่อตราแบบด่วน รับได้ในวันทำการถัดไป ค่าธรรมเนียมคิดต่อ 'ตรา' ไม่ใช่ต่อชุด เอกสารหลายฉบับจึงต้องคูณตามจำนวน
นับ 'ตรา' อย่างไรเมื่อเอกสารมีหลายหน้า?
โดยหลักนับตามฉบับเอกสารที่ต้องประทับ ไม่ใช่ตามจำนวนหน้ากระดาษ เอกสารที่เย็บเป็นชุดเดียวและมีหน้ารับรองปิดท้ายมักถือเป็นหนึ่งตรา แต่ถ้าเป็นเอกสารคนละฉบับ เช่น สูติบัตรกับทะเบียนบ้าน จะนับแยกกัน
รับรองแล้วต้องไปสถานทูตปลายทางต่อทุกกรณีไหม?
ไม่ทุกกรณี ขึ้นอยู่กับหน่วยงานปลายทาง บางประเทศรับเอกสารที่ผ่านกรมการกงสุลไทยเท่านั้น บางประเทศบังคับให้สถานทูตของตนในไทยรับรองต่ออีกชั้น ควรตรวจข้อกำหนดจากเว็บไซต์สถานทูตนั้นหรือให้เราตรวจให้ก่อนวางแผนเวลา
เอกสารต่างประเทศจะใช้ในไทย ต้องรับรองที่ไหนก่อน?
ต้องรับรองในประเทศต้นทางก่อน (หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น) แล้วให้สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นรับรอง จากนั้นนำเข้ามาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล จึงนำไปยื่นหน่วยงานไทยได้
ยื่นรับรองแทนเจ้าของเอกสารได้ไหม?
ได้ กรณีทั่วไปผู้ยื่นแทนใช้สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของเอกสารพร้อมหนังสือมอบอำนาจ เราให้บริการยื่นแทนแบบครบวงจร ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปแจ้งวัฒนะเอง ทั้งรอบปกติและรอบด่วน
เอกสารที่ถ่ายสำเนามาเอง รับรองกงสุลได้หรือไม่?
ไม่ได้ ต้องเป็นต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองสำเนาถูกต้องเท่านั้น เช่น สำเนาทะเบียนบ้านต้องคัดรับรองจากสำนักงานเขต/อำเภอ ส่วนสำเนาที่เจ้าตัวเซ็นรับรองเองใช้ไม่ได้ในขั้นตอนนี้
เอกสารบริษัทต้องรับรองอย่างไรก่อนใช้ต่างประเทศ?
หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต้องคัดใหม่จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้อยู่ในกรอบอายุที่ปลายทางกำหนด (มักไม่เกิน 3–6 เดือน) แล้วแปลและรับรองนิติกรณ์ ส่วนมติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจซึ่งเป็นเอกสารเอกชน ต้องผ่านทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อก่อน
ถ้าเอกสารมีการแก้ไข ขีดฆ่า จะรับรองได้ไหม?
เสี่ยงถูกปฏิเสธ เอกสารที่มีรอยขีดฆ่าโดยไม่มีลายมือชื่อกำกับของเจ้าพนักงาน หรือมีร่องรอยแก้ไขตัวเลข/วันที่ มักไม่ผ่านการตรวจ ทางแก้คือคัดเอกสารฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก ซึ่งเร็วกว่าการเสี่ยงยื่นแล้วถูกตีกลับ
ตรารับรองกงสุลมีอายุเท่าไร?
ตัวตราไม่ระบุวันหมดอายุ แต่หน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนด สถานทูตและหน่วยงานทะเบียนหลายแห่งรับเอกสารที่รับรองไม่เกิน 3–6 เดือน จึงไม่ควรรับรองล่วงหน้านานเกินไปก่อนวันยื่นจริง
มีจุดให้บริการรับรองนิติกรณ์ที่ใดบ้าง?
จุดหลักคือกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ และมีจุดบริการเพิ่มเติมในกรุงเทพฯ รวมถึงสำนักงานหนังสือเดินทางในภูมิภาคบางแห่งที่รับงานนิติกรณ์ ควรตรวจสอบประเภทงานที่แต่ละจุดรับก่อนเดินทาง เพราะไม่ได้รับทุกประเภทเหมือนกัน
ต้องนัดหมายล่วงหน้าหรือไม่?
ช่วงที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นควรนัดหมายหรือไปแต่เช้า เพราะจำนวนคิวต่อวันมีจำกัด การใช้บริการยื่นแทนช่วยตัดปัญหานี้ เพราะทีมงานจัดคิวเป็นรอบประจำทุกวันทำการอยู่แล้ว
เอกสารภาษาที่สาม เช่น ญี่ปุ่น เยอรมัน รับรองได้เลยไหม?
ต้องแปลเป็นไทยหรืออังกฤษก่อน กรมการกงสุลรับรองคำแปลไทย–อังกฤษเป็นหลัก เอกสารภาษาที่สามจึงต้องผ่านคำแปลที่รับรองได้ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนนิติกรณ์ และหากปลายทางต้องการภาษาราชการของตน อาจต้องแปลอีกชั้นในประเทศนั้น
ทำไมบางฉบับผ่าน บางฉบับไม่ผ่านทั้งที่ยื่นพร้อมกัน?
เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจเป็นรายฉบับตามลายมือชื่อและตราประทับที่มีในฐานข้อมูล หากหน่วยงานผู้ออกเปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนามแล้วยังไม่แจ้งตัวอย่างลายมือชื่อ ฉบับนั้นจะถูกพักไว้จนกว่าจะตรวจสอบเสร็จ ทางแก้คือคัดใหม่หรือรอการยืนยันจากต้นสังกัด
เอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติต้องรับรองอะไรบ้าง?
ฝ่ายต่างชาติต้องมีหนังสือรับรองความเป็นโสด/คุณสมบัติสมรสจากสถานทูตของตนในไทย แล้วนำไปแปลไทยและรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล จึงนำไปยื่นสำนักงานเขตหรืออำเภอเพื่อจดทะเบียน หากมีการหย่าหรือคู่สมรสเสียชีวิต ต้องแนบเอกสารประกอบชุดเดียวกัน
รับรองเอกสารเพื่อใช้ในประเทศจีน ต้องทำอย่างไร?
เส้นทางมาตรฐานคือแปลเอกสารเป็นอังกฤษหรือจีน รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลไทย แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตจีนหรือสถานกงสุลจีนในไทย ควรตรวจแบบฟอร์มและข้อกำหนดฉบับล่าสุดของฝ่ายจีนก่อนยื่น เพราะมีการปรับเปลี่ยนบ่อย
เอกสารที่ออกโดยโรงพยาบาลเอกชนรับรองได้ไหม?
ได้ แต่ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อแพทย์หรือผู้มีอำนาจของโรงพยาบาลก่อน โดยทั่วไปให้โรงพยาบาลออกฉบับที่มีตราประทับและเลขใบประกอบวิชาชีพ แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนคำแปลและนิติกรณ์ตามลำดับ
ค่าบริการยื่นแทนคิดอย่างไร?
แยกจากค่าธรรมเนียมราชการชัดเจน ค่าธรรมเนียมรัฐคือ 200 หรือ 400 บาทต่อตราตามรอบที่เลือก ส่วนค่าบริการเดินเรื่องคิดตามจำนวนฉบับและความเร่งด่วน แจ้งราคารวมก่อนเริ่มงานทุกครั้ง สอบถาม 083-2494999 หรือ LINE @NYC168
ถ้าต้องใช้เอกสารในหลายประเทศพร้อมกันควรทำอย่างไร?
คัดต้นฉบับหลายชุดตั้งแต่ต้นทาง แล้วแยกเส้นทางรับรองตามประเทศปลายทาง เพราะตราของสถานทูตแต่ละแห่งใช้ข้ามประเทศไม่ได้ การทำชุดเดียวแล้วถ่ายสำเนาไปยื่นหลายที่คือความเข้าใจผิดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด
ตรวจสถานะเอกสารระหว่างดำเนินการได้ไหม?
ได้ เมื่อรับงานเราจะออกเลขอ้างอิงและแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะทาง LINE ตั้งแต่วันรับเอกสาร วันยื่นกงสุล วันรับคืน และวันยื่นสถานทูต พร้อมแจ้งทันทีหากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่ม เพื่อไม่ให้ชุดงานค้างโดยไม่รู้ตัว
หนังสือมอบอำนาจที่ทำจากต่างประเทศใช้ในไทยได้ไหม?
ใช้ได้เมื่อผ่านการรับรองครบเส้นทาง คือให้ Notary Public ในประเทศนั้นรับรองลายมือชื่อ ผ่านหน่วยงานรับรองของประเทศนั้น แล้วให้สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยรับรอง จากนั้นแปลไทยและรับรองนิติกรณ์ในไทย จึงนำไปใช้ที่กรมที่ดิน ธนาคาร หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้
เอกสารที่รับรองแล้วสูญหาย ขอใหม่ได้ไหม?
ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด เพราะตรารับรองผูกกับตัวเอกสารฉบับนั้น ไม่ใช่กับข้อมูล ดังนั้นควรถ่ายสำเนาและสแกนเก็บทุกครั้งหลังรับงาน และหากรู้ล่วงหน้าว่าต้องใช้หลายที่ ให้ทำหลายชุดในรอบเดียวจะประหยัดกว่ามาก
มีเอกสารประเภทใดที่รับรองไม่ได้เลย?
เอกสารที่ไม่มีผู้ออกอย่างเป็นทางการ เช่น ใบปลิว ภาพถ่ายหน้าจอ หรือเอกสารที่พิสูจน์ลายมือชื่อไม่ได้ รวมถึงเอกสารที่มีเนื้อหาขัดต่อกฎหมาย ในกรณีเหล่านี้ต้องหาเอกสารทางการที่มีสาระเดียวกันมาใช้แทน
รับรองเอกสารเพื่อรับมรดกในต่างประเทศต้องเตรียมอะไร?
ชุดหลักคือใบมรณบัตร ทะเบียนบ้านผู้ตาย เอกสารแสดงความสัมพันธ์ทางเครือญาติ คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก (ถ้ามี) และหนังสือมอบอำนาจ ทุกฉบับต้องแปลและรับรองครบสายก่อนส่งไปยังทนายหรือธนาคารปลายทาง
ระยะเวลารวมทั้งกระบวนการโดยเฉลี่ยเท่าไร?
กรณีมาตรฐาน แปล 1–3 วันทำการ กงสุล 1 วันแบบด่วนหรือประมาณ 3 วันแบบปกติ และสถานทูตปลายทางอีก 3–10 วันทำการแล้วแต่แห่ง รวมโดยเฉลี่ย 1–3 สัปดาห์ ควรเผื่อเวลาเพิ่มในช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลของประเทศปลายทาง
จำเป็นต้องรับรองต้นฉบับด้วย หรือรับรองเฉพาะคำแปลก็พอ?
ส่วนใหญ่ต้องรับรองทั้งคู่แบบเย็บติดกัน คือมีต้นฉบับ (หรือสำเนาที่รับรองแล้ว) แนบกับคำแปล เพราะปลายทางต้องเทียบเนื้อหาได้ การส่งเฉพาะคำแปลโดยไม่มีต้นฉบับมักถูกปฏิเสธทันที
ทำไมค่าบริการรวมของแต่ละเคสไม่เท่ากัน?
เพราะประกอบด้วยสามส่วนที่แปรผัน ได้แก่ จำนวนฉบับที่ต้องแปล จำนวนตราที่ต้องประทับ และค่าธรรมเนียมของสถานทูตปลายทางซึ่งแต่ละประเทศกำหนดต่างกัน เราจึงเสนอราคาหลังเห็นรายการเอกสารจริงเสมอ ไม่ประเมินลอย ๆ
ประเทศไทยจะเข้าระบบ Apostille เมื่อไร และกระทบขั้นตอนอย่างไร?
ประเทศไทยจะเริ่มใช้ระบบ Apostille ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เมื่อมีผลแล้ว เอกสารที่ส่งไปประเทศภาคีอนุสัญญาจะใช้ตรา Apostille แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง แต่ระหว่างนี้ยังต้องใช้เส้นทางรับรองแบบลูกโซ่ตามเดิมทุกกรณี
ตรารับรองของกรมการกงสุลกับตราของสถานทูตต่างกันอย่างไร?
ตรารับรองของกรมการกงสุลยืนยันว่าลายมือชื่อและตราของหน่วยงานไทยที่ออกเอกสารเป็นของจริงตามตัวอย่างในระบบ ส่วนตราของสถานทูตปลายทางยืนยันต่ออีกชั้นว่าลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลเป็นของจริง เอกสารที่ใช้ในต่างประเทศส่วนใหญ่จึงต้องมีทั้งสองตราเรียงตามลำดับ การข้ามขั้นตอนแรกไปยื่นสถานทูตโดยตรงจะถูกปฏิเสธเสมอ
เอกสารที่รับรองแล้วสูญหายต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหรือไม่?
ต้องเริ่มใหม่ในทางปฏิบัติ เพราะตรารับรองผูกกับตัวเอกสารต้นฉบับที่ยื่นไป ไม่ได้เก็บเป็นทะเบียนที่ออกซ้ำได้เหมือนเอกสารทะเบียนราษฎร ลำดับคือคัดต้นฉบับใหม่ แปลใหม่ แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้จึงควรทำอย่างน้อยสองชุดตั้งแต่แรกและสแกนเก็บไฟล์ทุกหน้าไว้ก่อนส่งออกนอกประเทศทุกครั้ง
ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่ไหนได้บ้าง นอกจากแจ้งวัฒนะ?
นอกจากกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ยังมีจุดให้บริการที่ศูนย์บริการการไปทำงานต่างประเทศและสำนักงานหนังสือเดินทางในภูมิภาคบางแห่ง รวมถึงช่องทางไปรษณีย์ที่กรมการกงสุลเปิดรับ ทั้งนี้แต่ละจุดรับประเภทเอกสารและจำนวนไม่เท่ากัน เราจึงเลือกช่องทางตามชนิดเอกสารและกำหนดเวลาของลูกค้าเป็นรายกรณี
ค่าธรรมเนียมรับรองนิติกรณ์คิดอย่างไร?
คิดเป็นรายตราประทับ ไม่ใช่รายแฟ้ม โดยบริการปกติ 200 บาทต่อตรา และบริการด่วน 400 บาทต่อตรา เอกสารหนึ่งฉบับที่มีทั้งต้นฉบับและคำแปลจึงมักถูกนับสองตรา การประเมินงบจึงต้องนับจำนวนหน้าที่ต้องประทับจริง ซึ่งเราแจ้งยอดรวมให้ก่อนยื่นเสมอ
เอกสารต่างประเทศจะใช้ในไทย ต้องทำอย่างไร?
ลำดับกลับด้านกับกรณีส่งออก คือให้หน่วยงานผู้ออกในประเทศต้นทางรับรอง จากนั้นให้สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นรับรอง แล้วจึงนำเข้ามาแปลเป็นไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลอีกครั้ง หากขาดขั้นตอนสถานทูตไทย สำนักทะเบียนในไทยมักไม่รับ
รับรองแล้วมีอายุใช้งานนานเท่าไร?
ตราของกรมการกงสุลไม่ได้กำหนดวันหมดอายุ แต่หน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนด ส่วนใหญ่รับเอกสารที่ออกหรือรับรองไม่เกิน 3-6 เดือน โดยเฉพาะหนังสือรับรองความเป็นโสด หนังสือรับรองบริษัท และใบตรวจประวัติ เราจึงวางแผนวันรับรองให้ใกล้กำหนดยื่นจริงมากที่สุด
สถานทูตปลายทางไม่รับเอกสารที่กงสุลรับรองแล้ว เพราะอะไร?
สาเหตุที่พบบ่อยคือรูปแบบคำแปลไม่ตรงกับที่สถานทูตนั้นกำหนด เช่น ต้องการแบบฟอร์มเฉพาะ ต้องการให้แปลโดยผู้แปลในรายชื่อของสถานทูต หรือกำหนดอายุเอกสารสั้นกว่าที่เตรียมไว้ อีกกรณีคือลำดับขั้นตอนสลับกัน เราจึงตรวจข้อกำหนดของสถานทูตแต่ละแห่งก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
รับรองเอกสารชุดใหญ่หลายสิบฉบับ ควรวางแผนอย่างไร?
ควรแบ่งเป็นล็อตตามกำหนดใช้งาน และเริ่มจากเอกสารที่มีอายุจำกัดเป็นล็อตสุดท้าย เพื่อไม่ให้หมดอายุระหว่างรอสถานทูต ควรเผื่อเวลารวมอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์สำหรับชุดที่ต้องผ่านทั้งกงสุลและสถานทูต และควรเตรียมสำเนาสำรองที่รับรองไว้เผื่อปลายทางเรียกเพิ่ม
อยู่ต่างจังหวัด จะให้ยื่นรับรองกงสุลแทนได้ไหม?
ได้ โดยส่งต้นฉบับพร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตที่ลงนามรับรองสำเนามาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือ EMS เราดำเนินการยื่นและรับคืนที่แจ้งวัฒนะแล้วส่งกลับตามที่อยู่ที่แจ้ง วิธีนี้ประหยัดกว่าการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สองรอบ และเราจะแจ้งเลขพัสดุทั้งขาไปและขากลับให้ตรวจสอบได้ตลอด
หลังไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาอะพอสทิลล์แล้ว การรับรองจะเปลี่ยนไปอย่างไร?
อนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยอะพอสทิลล์จะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังไม่มีอะพอสทิลล์ของไทย จึงต้องใช้เส้นทางรับรองสองชั้นคือกรมการกงสุลแล้วตามด้วยสถานทูตปลายทางตามเดิม เมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว เอกสารที่ส่งไปยังประเทศภาคีจะใช้ตราอะพอสทิลล์ใบเดียวแทนขั้นตอนสถานทูต ซึ่งย่นเวลาลงอย่างมีนัยสำคัญ
เอกสารที่ใช้ในสหรัฐอเมริกา ต้องรับรองถึงชั้นไหน?
หน่วยงานอเมริกันส่วนใหญ่ต้องการเอกสารไทยที่ผ่านการรับรองของกรมการกงสุลพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ ส่วนสถานทูตสหรัฐฯ ในไทยไม่รับรองเอกสารไทยเพิ่มให้ แต่ให้บริการรับรองลายมือชื่อสำหรับเอกสารอเมริกัน ดังนั้นแฟ้มงานที่ถูกต้องมักจบที่ชั้นกรมการกงสุล และหากปลายทางเป็นศาลหรือหน่วยงานมลรัฐ อาจขอ notarization เพิ่มเฉพาะหนังสือรับรองที่ลงนามใหม่ในไทย
ยื่นด่วนที่กรมการกงสุลได้เอกสารวันเดียวจริงไหม?
บริการด่วนของกรมการกงสุลโดยทั่วไปรับเอกสารช่วงเช้าและคืนภายในวันทำการเดียวกันหรือวันทำการถัดไป ขึ้นกับปริมาณคิวและประเภทเอกสาร โดยคิดค่าธรรมเนียม 400 บาทต่อตรา เทียบกับบริการปกติ 200 บาทต่อตราที่ใช้เวลาประมาณ 2-3 วันทำการ กรณีเอกสารจำนวนมากควรเผื่อเวลาเพิ่ม เพราะการนับตราคือการนับหน้าที่ต้องประทับจริง
เอกสารบริษัทที่จะใช้ต่างประเทศ ต้องคัดใหม่ทุกครั้งไหม?
โดยปฏิบัติจริงต้องคัดใหม่ เพราะหนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ปลายทางยอมรับมักต้องออกไม่เกิน 3 เดือน และกรมการกงสุลจะรับรองจากฉบับคัดใหม่ที่มีลายมือชื่อนายทะเบียนเท่านั้น การใช้สำเนาเก่าที่ถ่ายเอกสารไว้จึงไม่ผ่านตั้งแต่ชั้นแรก
หนังสือมอบอำนาจให้ญาติทำแทนในไทย ต้องรับรองอย่างไร?
หากลงนามในต่างประเทศ ต้องให้สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นรับรองลายมือชื่อ แล้วส่งตัวจริงกลับมาไทย ผู้รับมอบอำนาจจึงใช้ยื่นต่อสำนักทะเบียนหรือหน่วยงานราชการได้ หากลงนามในไทย ใช้ติดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรและแนบสำเนาบัตรของทั้งสองฝ่าย บางหน่วยงานขอให้ลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่
รับรองกงสุลใช้เวลากี่วัน มีแบบด่วนไหม?
กรมการกงสุลมีบริการทั้งแบบปกติและแบบด่วน โดยแบบปกติใช้เวลาประมาณ 2-3 วันทำการนับจากวันยื่น ส่วนแบบด่วนรับคืนได้ภายในวันเดียวกันหรือวันทำการถัดไป ขึ้นกับปริมาณคิวในวันนั้น ค่าธรรมเนียมของแบบด่วนสูงกว่าและเป็นค่าธรรมเนียมราชการที่เรียกเก็บตามจริง เวลาที่ควรเผื่อเพิ่มคือขั้นตอนแปลก่อนยื่น และขั้นตอนรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางซึ่งมีคิวแยกของตัวเอง
ต้องรับรองกงสุลก่อนหรือรับรองสถานทูตก่อน?
ต้องรับรองที่กรมการกงสุลไทยก่อนเสมอ แล้วจึงนำเอกสารที่มีตรารับรองนั้นไปยื่นต่อสถานทูตของประเทศปลายทางในกรุงเทพฯ ลำดับนี้กลับกันไม่ได้ เพราะสถานทูตรับรองว่าลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลเป็นของจริง ไม่ได้รับรองเนื้อหาเอกสาร การนำเอกสารไปสถานทูตก่อนจึงถูกปฏิเสธและเสียทั้งค่าธรรมเนียมและเวลาเดินทาง
เอกสารต่างประเทศจะเอามาใช้ในไทย ต้องทำอย่างไร?
เส้นทางย้อนกลับกับการส่งออก คือให้หน่วยงานของประเทศต้นทางรับรองเอกสารก่อน จากนั้นนำไปรับรองที่สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น เมื่อนำเข้ามาในไทยแล้วต้องแปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลอีกครั้งก่อนยื่นต่อหน่วยงานราชการไทย เช่น สำนักงานเขต กรมการปกครอง หรือศาล
เอกสารถูกกรมการกงสุลตีกลับบ่อยเพราะอะไร?
สาเหตุที่พบมากที่สุดคือคำแปลไม่ตรงกับต้นฉบับในรายละเอียดเล็กน้อย เช่น เลขทะเบียน วันเดือนปี หรือชื่อหน่วยงานผู้ออกเอกสาร รองลงมาคือใช้สำเนาที่ไม่ได้รับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานผู้ออก และเอกสารเก่าที่ตัวหนังสือเลือนจนอ่านไม่ออก อีกกรณีคือยื่นผิดลำดับ เช่น นำไปสถานทูตก่อนกรมการกงสุล วิธีลดความเสี่ยงคือตรวจต้นฉบับกับคำแปลทีละบรรทัดก่อนยื่น และขอคัดสำเนาใหม่จากสำนักงานเขตเมื่อเอกสารเดิมชำรุด
รับรองนิติกรณ์มีอายุการใช้งานไหม?
ตรารับรองนิติกรณ์เองไม่ได้ระบุวันหมดอายุ แต่หน่วยงานปลายทางมักกำหนดว่าเอกสารต้องออกหรือรับรองภายในระยะเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปคือ 3–6 เดือน โดยเฉพาะเอกสารสถานะบุคคล เช่น หนังสือรับรองความเป็นโสด ทะเบียนบ้าน และหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม ก่อนเริ่มงานจึงควรอ่านประกาศของหน่วยงานปลายทางว่ากำหนดอายุเอกสารไว้กี่เดือน แล้วจึงเริ่มทำเอกสารให้ทันช่วงเวลานั้น การทำเผื่อไว้ล่วงหน้านานเกินไปอาจต้องทำใหม่ทั้งชุด
ให้คนอื่นไปยื่นรับรองแทนได้ไหม ต้องใช้อะไรบ้าง?
ยื่นแทนได้ โดยผู้ยื่นแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ระบุขอบเขตชัดเจน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง และเอกสารตัวจริงที่จะยื่น กรณีผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจควรลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย เพื่อให้หน่วยงานในไทยยอมรับ เรารับดำเนินการยื่นแทนเป็นบริการมาตรฐาน และจะแจ้งรายการเอกสารที่ต้องเซ็นเป็นรายการเดียวก่อนเริ่มงาน
ค่ารับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลคิดอย่างไร และต่างจากค่าบริการของเราตรงไหน?
ค่าธรรมเนียมราชการคิดเป็นรายตราประทับต่อฉบับ และเป็นเงินที่ชำระให้หน่วยงานรัฐโดยตรง ส่วนค่าบริการของเราคือค่าดำเนินการเดินเรื่อง ตรวจความครบถ้วนของเอกสาร และรับ–ส่งคืน ซึ่งแยกบิลกันชัดเจน เราจะแจ้งยอดสองส่วนนี้แยกกันทุกครั้งก่อนเริ่มงาน เพื่อให้คุณเห็นว่าส่วนใดเป็นค่าธรรมเนียมที่ควบคุมโดยหน่วยงานและส่วนใดเป็นค่าบริการ
เอกสารแบบไหนที่รับรองนิติกรณ์ไม่ผ่านตั้งแต่หน้าเคาน์เตอร์?
เอกสารที่เป็นสำเนาไม่มีการรับรองจากหน่วยงานต้นทาง เอกสารที่แก้ไขด้วยปากกาหรือลบคำผิดบนตัวเอกสาร และเอกสารที่ลายเซ็นผู้มีอำนาจไม่อยู่ในฐานตัวอย่างลายมือชื่อ มักถูกปฏิเสธทันที ทางแก้คือขอคัดฉบับใหม่จากหน่วยงานต้นทางก่อน แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนแปลและรับรอง
ต้องรับรองกี่ชั้น ถ้าจะใช้เอกสารไทยในต่างประเทศ?
ปัจจุบันเส้นทางมาตรฐานคือ หน่วยงานเจ้าของเอกสาร → แปล → กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → สถานทูตของประเทศปลายทางในไทย รวมเป็นสามถึงสี่ชั้นแล้วแต่ประเภทเอกสาร บางประเทศยอมรับเพียงชั้นกรมการกงสุลสำหรับเอกสารบางประเภท จึงควรตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพื่อไม่เสียค่าธรรมเนียมชั้นที่ไม่จำเป็น
รับรองนิติกรณ์กรมการกงสุลกับรับรองสถานทูต ต่างกันตรงไหน และต้องทำอันไหนก่อน?
กรมการกงสุลรับรองว่าลายมือชื่อและตราของหน่วยงานไทยเป็นของแท้ ส่วนสถานทูตรับรองต่อว่าตราของกรมการกงสุลเป็นของแท้อีกชั้นหนึ่ง ลำดับที่ถูกต้องคือกรมการกงสุลก่อนเสมอ แล้วจึงยื่นสถานทูตปลายทาง หากข้ามลำดับ สถานทูตจะปฏิเสธรับเรื่องทันที
ประเทศไทยจะเริ่มใช้ Apostille เมื่อไหร่ และตอนนี้ควรเตรียมตัวอย่างไร?
อนุสัญญา Apostille จะมีผลกับประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าวเอกสารยังต้องผ่านการรับรองสองชั้นตามระบบเดิม คือกรมการกงสุลแล้วตามด้วยสถานทูตปลายทาง ผู้ที่มีกำหนดใช้เอกสารในปี 2569 ไม่ควรรอ เพราะเอกสารที่ต้องใช้ก่อนวันมีผลยังต้องเดินระบบเดิมทั้งหมด
ค่าธรรมเนียมรับรองนิติกรณ์คิดอย่างไร และนับ “ตรา” แบบไหน?
กรมการกงสุลคิดค่าธรรมเนียมแบบปกติ 200 บาทต่อตรา ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ และแบบด่วน 400 บาทต่อตรา รับได้วันทำการถัดไป การนับตราคิดตามจำนวนฉบับที่ต้องประทับ ไม่ใช่จำนวนหน้า ดังนั้นเอกสารชุดที่เย็บรวมเป็นฉบับเดียวจะนับเป็นหนึ่งตรา ส่วนคำแปลกับต้นฉบับที่ต้องรับรองแยกจะนับเป็นคนละตรา
รับรองกรมการกงสุลกับรับรองสถานทูต ต่างกันอย่างไร และต้องทำทั้งคู่ไหม?
รับรองกรมการกงสุลคือการรับรองว่าลายมือชื่อและตราของหน่วยงานไทยเป็นของจริง ส่วนรับรองสถานทูตคือการที่ประเทศปลายทางรับรองลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กงสุลไทยอีกชั้น หลายประเทศต้องทำทั้งสองขั้นตามลำดับ แต่บางประเทศยอมรับเพียงขั้นแรก เราตรวจข้อกำหนดของปลายทางให้ก่อนเสมอเพื่อไม่ให้จ่ายค่าธรรมเนียมเกินจำเป็น
ยื่นรับรองเองที่แจ้งวัฒนะกับให้ตัวแทนยื่น คุ้มค่าต่างกันแค่ไหน?
การยื่นเองประหยัดค่าบริการแต่ต้องเผื่อเวลาเดินทาง คิวรอ และความเสี่ยงที่เอกสารไม่ผ่านเงื่อนไขจนต้องกลับไปแก้แล้วยื่นใหม่อีกรอบ กรณีเอกสารชุดใหญ่หรือมีกำหนดยื่นวีซ่าใกล้ การให้ตัวแทนที่รู้เงื่อนไขล่วงหน้าดำเนินการมักถูกกว่าเมื่อคิดรวมค่าเสียเวลาและความเสี่ยง
เอกสารแบบใดที่มักถูกปฏิเสธในขั้นรับรองนิติกรณ์?
เอกสารที่ถ่ายสำเนาโดยไม่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทาง เอกสารที่ชื่อสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง คำแปลที่ตกข้อความบางส่วนหรือแปลตราประทับไม่ครบ และเอกสารเก่าที่หน่วยงานปลายทางกำหนดอายุไม่เกิน 3-6 เดือน เราตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง
ถ้าไม่อยากยุ่งยากเลย ให้ดูแลตั้งแต่ต้นจนจบได้ไหม?
ได้ครับ เราให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสารตัวจริงจากหน่วยงานราชการ แปลและรับรองคำแปล ยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล ประสานสถานทูตปลายทาง จนถึงจัดส่งถึงมือคุณหรือส่งตรงไปต่างประเทศ คุณเพียงมอบอำนาจและเตรียมสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางเท่านั้น ทักไลน์หรือโทรมาให้เราประเมินเส้นทางที่สั้นที่สุดได้ทันที
ยื่นรับรองนิติกรณ์ต้องแนบเอกสารอะไรบ้าง?
ต้องมีเอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองสำเนาถูกต้อง คำแปลที่จัดทำครบถ้วน สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร และหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้รับมอบเมื่อให้ผู้อื่นยื่นแทน เอกสารบางประเภทเช่นทะเบียนบ้านหรือใบสำคัญการสมรสต้องคัดฉบับใหม่ให้ทันสมัยก่อน เราตรวจชุดเอกสารให้ครบก่อนวันยื่นเสมอเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว
ทำไมเอกสารบางฉบับถูกปฏิเสธที่เคาน์เตอร์รับรอง?
สาเหตุที่พบบ่อยคือใช้สำเนาที่ถ่ายเองโดยไม่มีตรารับรองจากหน่วยงานต้นทาง เอกสารเก่าเกินกำหนดที่ปลายทางยอมรับ คำแปลไม่ตรงกับต้นฉบับแม้เพียงเลขที่เอกสาร หรือเอกสารมีรอยแก้ไขด้วยปากกา อีกกรณีคือเอกสารเอกชนที่ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อนจึงจะรับรองนิติกรณ์ได้ เราคัดกรองประเด็นเหล่านี้ตั้งแต่ตอนรับงาน
ค่าธรรมเนียมรับรองคิดอย่างไร และประหยัดได้ตรงไหน?
ค่าธรรมเนียมรับรองนิติกรณ์คิดต่อ ตราต่อฉบับ ดังนั้นยิ่งยื่นหลายฉบับค่าธรรมเนียมยิ่งเพิ่มตามจำนวน จุดที่ประหยัดได้จริงคือการยืนยันกับปลายทางก่อนว่าต้องใช้กี่ชุดและต้องรับรองถึงชั้นใด เพราะหลายคนทำครบทุกชั้นทั้งที่ปลายทางขอเพียงชั้นเดียว และการรวมยื่นครั้งเดียวแทนการทยอยยื่นช่วยลดค่ารอบเดินทางและค่าจัดส่ง
อยู่ต่างประเทศ จะให้รับรองเอกสารไทยได้อย่างไร?
ทำได้โดยมอบอำนาจให้ผู้แทนในไทยดำเนินการแทน โดยลงนามในหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่คุณอยู่ แล้วส่งฉบับจริงกลับมาไทย จากนั้นเราคัดเอกสารต้นทาง แปล ยื่นรับรอง และส่งกลับไปให้ตามที่อยู่ปลายทาง คุณไม่ต้องบินกลับมาเอง และเราอัปเดตสถานะทุกขั้นทางไลน์หรืออีเมล
รับรองที่กรมการกงสุลกับรับรองที่สถานทูต ต้องทำทั้งสองอย่างเสมอไหม?
ไม่เสมอไป ขึ้นกับประเทศปลายทางและหน่วยงานผู้รับ โดยหลักเอกสารไทยที่จะใช้กับราชการต่างประเทศจะผ่านกรมการกงสุลก่อน แล้วจึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทยเมื่อประเทศนั้นกำหนด บางประเทศและบางวัตถุประสงค์รับเพียงขั้นกงสุล ข้อควรระวังคือแต่ละสถานทูตมีเงื่อนไขคิว แบบฟอร์ม และจำนวนชุดสำเนาไม่เหมือนกัน ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนเดินทางไปยื่น
ยื่นรับรองเอกสารด้วยตัวเองกับให้ตัวแทนยื่น ต่างกันอย่างไร?
ผลของเอกสารเหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ การยื่นเองเหมาะกับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพและมีเอกสารไม่ซับซ้อน ส่วนการให้ตัวแทนยื่นเหมาะกับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ มีเอกสารหลายฉบับหลายปลายทาง หรือมีกำหนดยื่นวีซ่าใกล้เข้ามา เพราะเราตรวจความครบถ้วนของชุดเอกสารก่อนยื่น และเมื่อถูกท้วงติงหน้าเคาน์เตอร์ก็แก้ไขได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียรอบ
เอกสารที่ออกนานแล้วยังนำไปรับรองได้ไหม?
ตัวเอกสารเก่าไม่ได้ทำให้รับรองไม่ได้ แต่หน่วยงานปลายทางจำนวนมากกำหนดอายุเอกสารเป็นของตนเอง เช่น ต้องออกใหม่ภายในระยะเวลาหนึ่งก่อนวันยื่น ในกรณีทะเบียนราษฎรหรือหนังสือรับรองสถานะ เรามักแนะนำให้คัดฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออกก่อนเข้าสู่ขั้นแปลและรับรอง เพื่อไม่ให้เสียค่าใช้จ่ายซ้ำเมื่อปลายทางปฏิเสธเพราะเอกสารเกินอายุ
ยื่นรับรองนิติกรณ์ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปต้องมีต้นฉบับเอกสารหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองสำเนาถูกต้อง คำแปลที่จัดทำครบถ้วน สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร และแบบคำร้องตามที่หน่วยงานกำหนด กรณีให้ผู้อื่นยื่นแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้มอบและผู้รับมอบ ข้อควรระวังคือสำเนาถ่ายเอกสารทั่วไปที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออกมักไม่ได้รับพิจารณา
ลำดับที่ถูกต้องของการรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ต่างประเทศคืออะไร?
ลำดับมาตรฐานคือ คัดเอกสารฉบับล่าสุดจากหน่วยงานผู้ออก จากนั้นแปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด แล้วนำไปรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และถ้าประเทศปลายทางกำหนด จึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย การสลับลำดับ เช่น นำไปสถานทูตก่อนกงสุล มักทำให้ต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด หากไม่แน่ใจว่าปลายทางต้องการถึงขั้นใด ส่งข้อกำหนดมาให้เราตรวจก่อนได้
ระหว่างรอผลรับรอง ควรเตรียมอะไรไว้ล่วงหน้า?
ควรเตรียมสำเนาดิจิทัลของทุกหน้าไว้สำรอง เตรียมชุดเอกสารประกอบอื่นที่ปลายทางขอควบคู่ เช่น แบบฟอร์มคำร้อง รูปถ่าย หรือหลักฐานความสัมพันธ์ และตรวจวันหมดอายุของหนังสือเดินทางให้เหลือมากพอตามเงื่อนไขปลายทาง การเตรียมคู่ขนานแบบนี้ทำให้เมื่อเอกสารรับรองเสร็จ คุณยื่นต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรอบใหม่
รับรองสำเนาถูกต้องเอง กับให้หน่วยงานผู้ออกรับรอง ใช้แทนกันได้ไหม?
ใช้แทนกันไม่ได้ในงานนิติกรณ์ การเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วยตนเองมีน้ำหนักเฉพาะการใช้ภายในประเทศบางกรณีเท่านั้น ส่วนการยื่นกรมการกงสุลหรือสถานทูตต้องเป็นต้นฉบับ หรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกประทับตรารับรอง เช่น สำนักทะเบียนอำเภอสำหรับเอกสารทะเบียนราษฎร หรือสถานศึกษาสำหรับเอกสารการศึกษา ข้อควรระวังคือเอกสารเก่าที่ตราประทับซีดหรือชำรุด ควรคัดฉบับใหม่ก่อนเสมอ
จ้างรับรองเอกสารรายครั้ง กับใช้บริการดูแลทั้งชุด ต่างกันอย่างไรในทางต้นทุน?
ต่างกันที่จำนวนรอบการเดินเรื่อง งานรายครั้งจะคิดตามใบและตามรอบยื่น เหมาะกับเอกสาร 1-2 ฉบับที่ไม่เกี่ยวเนื่องกัน ส่วนเอกสารชุดใหญ่ เช่น ชุดสมรส ชุดย้ายถิ่นฐาน หรือชุดจดทะเบียนบริษัท การให้ทีมเดียวดูแลทั้งชุดจะประหยัดกว่า เพราะจัดลำดับให้เอกสารทุกใบเข้ารอบเดียวกัน ลดค่าเดินทาง ลดค่าธรรมเนียมเร่งด่วน และลดความเสี่ยงที่บางใบหมดอายุระหว่างรอใบอื่น
เอกสารที่รับรองไว้แล้วเมื่อปีก่อน ยังใช้ได้หรือควรทำใหม่?
ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสารและข้อกำหนดของปลายทาง ตราประทับนิติกรณ์เองไม่มีวันหมดอายุ แต่หน่วยงานปลายทางจำนวนมากกำหนดว่าเอกสารสถานะบุคคล เช่น หนังสือรับรองความเป็นโสด ทะเบียนบ้าน หรือประวัติอาชญากรรม ต้องออกไม่เกิน 3-6 เดือน หากเอกสารเดิมเกินกรอบเวลานั้น การนำไปยื่นซ้ำจะถูกปฏิเสธ ทางที่คุ้มที่สุดคือให้เราตรวจกรอบอายุที่ปลายทางกำหนดก่อน แล้วคัดใหม่เฉพาะใบที่จำเป็น
จำเป็นต้องยื่นรับรองนิติกรณ์ด้วยตัวเองไหม ถ้าอยู่ต่างจังหวัด
ไม่จำเป็น สามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนยื่นและรับคืนแทนได้ โดยเตรียมหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง ส่งต้นฉบับเอกสารเข้ามาทางไปรษณีย์แบบมีเลขติดตาม เราจะตรวจความครบถ้วนก่อนยื่นและถ่ายภาพใบรับเรื่องแจ้งกลับ เมื่อรับคืนแล้วจัดส่งกลับพร้อมเลขติดตามอีกครั้ง
เอกสารถูกตีกลับจากขั้นตอนรับรอง จะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหรือไม่
ส่วนใหญ่ไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ขึ้นกับว่าจุดที่ถูกทักคืออะไร ถ้าเป็นเรื่องรูปแบบคำแปลหรือคำสะกด แก้เฉพาะคำแปลแล้วยื่นซ้ำได้ แต่ถ้าต้นฉบับที่ใช้ไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานยอมรับ เช่น เป็นสำเนาที่ไม่ได้คัดรับรอง ต้องกลับไปตั้งต้นที่การคัดเอกสารใหม่ก่อน เราจะสรุปให้ก่อนว่าจุดที่ถูกทักอยู่ชั้นไหน เพื่อไม่ให้เสียเวลาทำซ้ำในส่วนที่ยังใช้ได้
เอกสารรับรองมีอายุการใช้งานไหม ถ้าเก็บไว้นานแล้วค่อยใช้
ตราประทับรับรองไม่ได้ระบุวันหมดอายุในตัวมันเอง แต่หน่วยงานปลายทางหลายแห่งกำหนดว่าเอกสารต้องออกหรือรับรองไม่เกิน 3–6 เดือนก่อนวันยื่น โดยเฉพาะเอกสารสถานะบุคคล เช่น ใบโสด ทะเบียนบ้าน หรือหนังสือรับรองความประพฤติ จึงควรถามเงื่อนไขอายุเอกสารจากปลายทางก่อน แล้วค่อยเริ่มเดินเรื่อง เพื่อไม่ให้เอกสารเก่าเกินกำหนดในวันที่ใช้จริง

หมวดคำถามอื่น

ยังไม่เจอคำตอบ? ส่งภาพเอกสารมาประเมินฟรี — โทร 083-2494999 · LINE @NYC168 · contact@nyclegal.co.th