หน้าแรก / คำถามที่พบบ่อย / รับรองนิติกรณ์ กงสุล / สถานทูต / Apostille
รับรองนิติกรณ์ กงสุล / สถานทูต / Apostille
ขั้นตอนรับรองเอกสารที่กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) การรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง และสถานะ Apostille ของไทย
คำตอบสั้น
ยังไม่ได้ในวันนี้ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเว้นการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027) จนกว่าจะถึงวันนั้น เอกสารไทยยังต้องใช้การรับรองแบบลูกโซ่ คือกรมการกงสุลรับรองก่อน แล้วจึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางในไทย · ปรึกษาฟรี โทร 083-249-4999 · LINE @NYC168
- ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง?
- ยังไม่ได้ในวันนี้ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเว้นการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027) จนกว่าจะถึงวันนั้น เอกสารไทยยังต้องใช้การรับรองแบบลูกโซ่ คือกรมการกงสุลรับรองก่อน แล้วจึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางในไทย
- ค่าธรรมเนียมรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลเท่าไร?
- 200 บาทต่อตราสำหรับบริการปกติ ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ และ 400 บาทต่อตราสำหรับบริการด่วน รับคืนวันทำการถัดไป ค่าธรรมเนียมคิดเป็น 'ต่อตรา' ไม่ใช่ต่อชุด ดังนั้นเอกสาร 5 ฉบับที่ต้องรับรองทั้งหมด จะเสียค่าธรรมเนียมราชการ 1,000 บาท (ปกติ) หรือ 2,000 บาท (ด่วน)
- รับรองเอกสารที่กรมการกงสุลต้องไปด้วยตัวเองไหม?
- ไม่ต้อง สามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนยื่นแทนได้ โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง ทีมงานของเราเป็นผู้เดินเรื่องที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ให้ทั้งกระบวนการ และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นรายวัน
- การรับรองแบบลูกโซ่ (chain legalization) มีกี่ขั้นตอน?
- โดยทั่วไปสามขั้น ขั้นแรกคือทำให้เอกสารเป็นเอกสารราชการหรือได้รับรองโดยหน่วยงานผู้ออก ขั้นที่สองคือกรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่หรือรับรองคำแปล และขั้นที่สามคือสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทยรับรองต่ออีกชั้น หากข้ามขั้นใดขั้นหนึ่ง ปลายทางจะไม่ยอมรับเอกสาร
- เอกสารต่างประเทศจะนำมาใช้ในไทย ต้องทำอย่างไร?
- ทำย้อนทิศทางกับขาออก คือให้หน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศต้นทางรับรองก่อน (ถ้าประเทศนั้นเป็นภาคีเฮก จะออก Apostille) จากนั้นนำไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น เมื่อเอกสารเข้าไทยแล้วจึงแปลเป็นไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลอีกครั้ง
- กรมการกงสุลรับรองคำแปลภาษาอื่นนอกจากอังกฤษหรือไม่?
- ไม่รับรอง กองสัญชาติและนิติกรณ์รับรองคำแปลเฉพาะคู่ภาษาไทย–อังกฤษ หากปลายทางต้องการภาษาอื่น ต้องนำฉบับอังกฤษที่รับรองแล้วไปให้สถานทูตของประเทศนั้นแปลต่อ หรือใช้นักแปลสาบานตนที่ประเทศปลายทางรับรอง แล้วจึงยื่นตามระเบียบของหน่วยงานนั้น
- เอกสารบริษัทต้องรับรองอะไรบ้างก่อนส่งไปต่างประเทศ?
- ต้องคัดหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (อายุมักไม่เกิน 3–6 เดือนตามที่ปลายทางกำหนด) พร้อมบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) และหนังสือบริคณห์สนธิเท่าที่ต้องใช้ จากนั้นแปลอังกฤษ รับรองกงสุล และรับรองสถานทูตปลายทาง บางกรณีต้องให้กรรมการลงนามต่อหน้าทนาย Notary ก่อนเข้ากงสุล
- หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ที่จะใช้ต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร?
- ผู้มอบอำนาจต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney) จากนั้นนำไปรับรองที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง เนื้อความต้องระบุขอบเขตอำนาจให้ชัดเจน เช่น เลขที่โฉนด เลขบัญชี หรือเลขคดี มิฉะนั้นหน่วยงานปลายทางอาจปฏิเสธเพราะอำนาจกว้างเกินไป
- รับรองสำเนาถูกต้องกับรับรองลายมือชื่อ ต่างกันอย่างไร?
- รับรองสำเนาถูกต้อง (certified true copy) คือการยืนยันว่าสำเนาตรงกับต้นฉบับที่ได้เห็น ส่วนรับรองลายมือชื่อ (signature verification) คือการยืนยันว่าบุคคลนั้นลงลายมือชื่อต่อหน้าผู้รับรองจริง สองอย่างนี้ใช้คนละวัตถุประสงค์ และหน่วยงานปลายทางมักระบุมาชัดว่าต้องการแบบใด ควรตรวจข้อกำหนดก่อนเพื่อไม่ต้องทำซ้ำ
- เมื่อไทยใช้ Apostille ในปี 2570 แล้ว จะไม่ต้องไปสถานทูตอีกใช่ไหม?
- ใช่สำหรับประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาเฮกด้วยกัน เอกสารที่มี Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของไทยจะใช้ได้ในประเทศภาคีโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก แต่กับประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี เช่น หลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา ยังต้องรับรองแบบลูกโซ่ตามเดิม และคำแปลยังจำเป็นตามข้อกำหนดของปลายทาง
- เอกสารที่กรมการกงสุลไม่รับรองมีอะไรบ้าง?
- ที่พบบ่อยคือสำเนาที่ถ่ายเองโดยไม่มีตรารับรองจากหน่วยงานผู้ออก เอกสารที่มีรอยขูดลบขีดฆ่าโดยไม่มีผู้มีอำนาจเซ็นกำกับ เอกสารที่ออกโดยเอกชนซึ่งยังไม่ผ่าน Notary และเอกสารที่ข้อความในคำแปลไม่ตรงกับต้นฉบับ กรณีเหล่านี้ต้องแก้ที่ต้นทางก่อนจึงยื่นใหม่ได้
- ระยะเวลารวมของงานรับรองจนถึงสถานทูต ใช้เวลานานแค่ไหน?
- ประเมินคร่าว ๆ คือแปล 1–3 วันทำการ กงสุล 1 วัน (ด่วน) หรือ 3 วัน (ปกติ) และสถานทูตอีก 2–10 วันทำการแล้วแต่ประเทศ บางสถานทูตรับเอกสารเฉพาะบางวันของสัปดาห์และต้องนัดหมายล่วงหน้า จึงควรเผื่อเวลารวมอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์สำหรับงานที่ต้องผ่านครบทุกขั้น
- ต้องเสียค่าธรรมเนียมสถานทูตเท่าไร?
- แตกต่างกันมากตามประเทศ ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาทต่อฉบับ และบางแห่งเรียกเก็บเป็นสกุลเงินของตนตามอัตราแลกเปลี่ยนประจำเดือน เราจะแจ้งอัตราปัจจุบันของสถานทูตที่เกี่ยวข้องเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน และแยกบรรทัดจากค่าบริการของบริษัทเสมอ
- เอกสารรับรองแล้วหาย ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดไหม?
- ต้องเริ่มใหม่ในทางปฏิบัติ เพราะตรานิติกรณ์ผูกกับตัวเอกสารฉบับนั้น ไม่สามารถออกสำเนารับรองย้อนหลังได้ ทางแก้คือคัดต้นฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วเดินขั้นตอนรับรองอีกรอบ จึงแนะนำให้ทำสำเนาสีและสแกนไฟล์เก็บไว้ทุกครั้งก่อนนำไปยื่น
- ขอรับรองหลายฉบับพร้อมกัน ประหยัดเวลาได้ไหม?
- ได้ทั้งเวลาและค่าเดินทาง เพราะเรายื่นเป็นชุดเดียวในรอบเดียว แต่ค่าธรรมเนียมราชการยังคิดต่อตราตามจำนวนเอกสาร วิธีที่คุ้มที่สุดคือรวบรวมเอกสารที่คาดว่าจะใช้ภายใน 3 เดือนข้างหน้าให้ครบก่อนยื่น เพื่อลดจำนวนรอบและค่าใช้จ่ายในการเดินเรื่อง
- เอกสารการศึกษาที่จะใช้ในตะวันออกกลาง ต้องรับรองอะไรเพิ่ม?
- หลายประเทศ เช่น กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำหนดให้สถาบันการศึกษารับรองก่อน ตามด้วยกระทรวงการอุดมศึกษาฯ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแล แล้วจึงรับรองกงสุลไทยและสถานทูตของประเทศนั้น บางแห่งมีขั้นตอนตรวจสอบเพิ่มที่กระทรวงการต่างประเทศปลายทางหลังเดินทางถึงด้วย
- ต้องแปลก่อนหรือรับรองก่อน?
- ลำดับที่ถูกต้องคือทำให้ต้นฉบับสมบูรณ์ก่อน (คัดใหม่หรือให้หน่วยงานรับรองสำเนา) จากนั้นจึงแปล แล้วนำต้นฉบับพร้อมคำแปลไปรับรองที่กรมการกงสุลพร้อมกัน หากแปลจากสำเนาที่ยังไม่ถูกรับรอง จะต้องแปลใหม่เมื่อคัดต้นฉบับใหม่ ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายซ้ำ
- อยู่ต่างประเทศ จะรับรองเอกสารไทยได้อย่างไร?
- ใช้วิธีมอบอำนาจให้ญาติหรือบริษัทตัวแทนในไทยดำเนินการ โดยลงนามในหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่พำนัก เอกสารที่ผ่านการรับรองจากสถานทูตไทยใช้ยื่นในไทยได้ทันที และเราจัดส่งงานที่เสร็จแล้วกลับไปต่างประเทศทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ
- รับรองเอกสารสำหรับใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ ต้องทำอย่างไร?
- จีนเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกแล้วสำหรับเอกสารของจีนเอง แต่เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ยังต้องรับรองกงสุลไทยก่อน แล้วจึงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ก่อนวันที่ไทยเริ่มใช้ Apostille ในปี 2570 คำแปลควรทำเป็นอังกฤษหรือจีนตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนดไว้ในหนังสือเรียกเอกสาร
- เอกสารทางศาสนา เช่น ใบรับรองการสมรสของวัด/มัสยิด รับรองได้ไหม?
- ได้เมื่อผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่กำกับดูแลก่อน เช่น สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสำหรับเอกสารนิกะห์ หรือหน่วยงานศาสนาที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงแปลและรับรองกงสุลตามลำดับ ทั้งนี้เอกสารทางศาสนาไม่แทนทะเบียนสมรสตามกฎหมาย หากปลายทางต้องการหลักฐานตามกฎหมายต้องคัดทะเบียนสมรส (คร.2/คร.3) ควบคู่ไปด้วย
- รับรองนิติกรณ์ กับ รับรองคำแปล ต่างกันอย่างไร?
- รับรองคำแปลคือการยืนยันว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับ ส่วนรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลคือการรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร (หรือของผู้แปล) เพื่อให้หน่วยงานต่างประเทศเชื่อถือ เอกสารส่วนใหญ่ต้องผ่านทั้งสองขั้นตามลำดับ
- ค่าธรรมเนียมรับรองที่กรมการกงสุลเท่าไร?
- อัตราทางการคือ 200 บาทต่อตราแบบปกติ ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ และ 400 บาทต่อตราแบบด่วน รับได้ในวันทำการถัดไป ค่าธรรมเนียมคิดต่อ 'ตรา' ไม่ใช่ต่อชุด เอกสารหลายฉบับจึงต้องคูณตามจำนวน
- นับ 'ตรา' อย่างไรเมื่อเอกสารมีหลายหน้า?
- โดยหลักนับตามฉบับเอกสารที่ต้องประทับ ไม่ใช่ตามจำนวนหน้ากระดาษ เอกสารที่เย็บเป็นชุดเดียวและมีหน้ารับรองปิดท้ายมักถือเป็นหนึ่งตรา แต่ถ้าเป็นเอกสารคนละฉบับ เช่น สูติบัตรกับทะเบียนบ้าน จะนับแยกกัน
- รับรองแล้วต้องไปสถานทูตปลายทางต่อทุกกรณีไหม?
- ไม่ทุกกรณี ขึ้นอยู่กับหน่วยงานปลายทาง บางประเทศรับเอกสารที่ผ่านกรมการกงสุลไทยเท่านั้น บางประเทศบังคับให้สถานทูตของตนในไทยรับรองต่ออีกชั้น ควรตรวจข้อกำหนดจากเว็บไซต์สถานทูตนั้นหรือให้เราตรวจให้ก่อนวางแผนเวลา
- เอกสารต่างประเทศจะใช้ในไทย ต้องรับรองที่ไหนก่อน?
- ต้องรับรองในประเทศต้นทางก่อน (หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น) แล้วให้สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นรับรอง จากนั้นนำเข้ามาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล จึงนำไปยื่นหน่วยงานไทยได้
- ยื่นรับรองแทนเจ้าของเอกสารได้ไหม?
- ได้ กรณีทั่วไปผู้ยื่นแทนใช้สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของเอกสารพร้อมหนังสือมอบอำนาจ เราให้บริการยื่นแทนแบบครบวงจร ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปแจ้งวัฒนะเอง ทั้งรอบปกติและรอบด่วน
- เอกสารที่ถ่ายสำเนามาเอง รับรองกงสุลได้หรือไม่?
- ไม่ได้ ต้องเป็นต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองสำเนาถูกต้องเท่านั้น เช่น สำเนาทะเบียนบ้านต้องคัดรับรองจากสำนักงานเขต/อำเภอ ส่วนสำเนาที่เจ้าตัวเซ็นรับรองเองใช้ไม่ได้ในขั้นตอนนี้
- เอกสารบริษัทต้องรับรองอย่างไรก่อนใช้ต่างประเทศ?
- หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต้องคัดใหม่จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้อยู่ในกรอบอายุที่ปลายทางกำหนด (มักไม่เกิน 3–6 เดือน) แล้วแปลและรับรองนิติกรณ์ ส่วนมติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจซึ่งเป็นเอกสารเอกชน ต้องผ่านทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อก่อน
- ถ้าเอกสารมีการแก้ไข ขีดฆ่า จะรับรองได้ไหม?
- เสี่ยงถูกปฏิเสธ เอกสารที่มีรอยขีดฆ่าโดยไม่มีลายมือชื่อกำกับของเจ้าพนักงาน หรือมีร่องรอยแก้ไขตัวเลข/วันที่ มักไม่ผ่านการตรวจ ทางแก้คือคัดเอกสารฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก ซึ่งเร็วกว่าการเสี่ยงยื่นแล้วถูกตีกลับ
- ตรารับรองกงสุลมีอายุเท่าไร?
- ตัวตราไม่ระบุวันหมดอายุ แต่หน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนด สถานทูตและหน่วยงานทะเบียนหลายแห่งรับเอกสารที่รับรองไม่เกิน 3–6 เดือน จึงไม่ควรรับรองล่วงหน้านานเกินไปก่อนวันยื่นจริง
- มีจุดให้บริการรับรองนิติกรณ์ที่ใดบ้าง?
- จุดหลักคือกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ และมีจุดบริการเพิ่มเติมในกรุงเทพฯ รวมถึงสำนักงานหนังสือเดินทางในภูมิภาคบางแห่งที่รับงานนิติกรณ์ ควรตรวจสอบประเภทงานที่แต่ละจุดรับก่อนเดินทาง เพราะไม่ได้รับทุกประเภทเหมือนกัน
- ต้องนัดหมายล่วงหน้าหรือไม่?
- ช่วงที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นควรนัดหมายหรือไปแต่เช้า เพราะจำนวนคิวต่อวันมีจำกัด การใช้บริการยื่นแทนช่วยตัดปัญหานี้ เพราะทีมงานจัดคิวเป็นรอบประจำทุกวันทำการอยู่แล้ว
- เอกสารภาษาที่สาม เช่น ญี่ปุ่น เยอรมัน รับรองได้เลยไหม?
- ต้องแปลเป็นไทยหรืออังกฤษก่อน กรมการกงสุลรับรองคำแปลไทย–อังกฤษเป็นหลัก เอกสารภาษาที่สามจึงต้องผ่านคำแปลที่รับรองได้ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนนิติกรณ์ และหากปลายทางต้องการภาษาราชการของตน อาจต้องแปลอีกชั้นในประเทศนั้น
- ทำไมบางฉบับผ่าน บางฉบับไม่ผ่านทั้งที่ยื่นพร้อมกัน?
- เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจเป็นรายฉบับตามลายมือชื่อและตราประทับที่มีในฐานข้อมูล หากหน่วยงานผู้ออกเปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนามแล้วยังไม่แจ้งตัวอย่างลายมือชื่อ ฉบับนั้นจะถูกพักไว้จนกว่าจะตรวจสอบเสร็จ ทางแก้คือคัดใหม่หรือรอการยืนยันจากต้นสังกัด
- เอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติต้องรับรองอะไรบ้าง?
- ฝ่ายต่างชาติต้องมีหนังสือรับรองความเป็นโสด/คุณสมบัติสมรสจากสถานทูตของตนในไทย แล้วนำไปแปลไทยและรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล จึงนำไปยื่นสำนักงานเขตหรืออำเภอเพื่อจดทะเบียน หากมีการหย่าหรือคู่สมรสเสียชีวิต ต้องแนบเอกสารประกอบชุดเดียวกัน
- รับรองเอกสารเพื่อใช้ในประเทศจีน ต้องทำอย่างไร?
- เส้นทางมาตรฐานคือแปลเอกสารเป็นอังกฤษหรือจีน รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลไทย แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตจีนหรือสถานกงสุลจีนในไทย ควรตรวจแบบฟอร์มและข้อกำหนดฉบับล่าสุดของฝ่ายจีนก่อนยื่น เพราะมีการปรับเปลี่ยนบ่อย
- เอกสารที่ออกโดยโรงพยาบาลเอกชนรับรองได้ไหม?
- ได้ แต่ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อแพทย์หรือผู้มีอำนาจของโรงพยาบาลก่อน โดยทั่วไปให้โรงพยาบาลออกฉบับที่มีตราประทับและเลขใบประกอบวิชาชีพ แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนคำแปลและนิติกรณ์ตามลำดับ
- ค่าบริการยื่นแทนคิดอย่างไร?
- แยกจากค่าธรรมเนียมราชการชัดเจน ค่าธรรมเนียมรัฐคือ 200 หรือ 400 บาทต่อตราตามรอบที่เลือก ส่วนค่าบริการเดินเรื่องคิดตามจำนวนฉบับและความเร่งด่วน แจ้งราคารวมก่อนเริ่มงานทุกครั้ง สอบถาม 083-249-4999 หรือ LINE @NYC168
- ถ้าต้องใช้เอกสารในหลายประเทศพร้อมกันควรทำอย่างไร?
- คัดต้นฉบับหลายชุดตั้งแต่ต้นทาง แล้วแยกเส้นทางรับรองตามประเทศปลายทาง เพราะตราของสถานทูตแต่ละแห่งใช้ข้ามประเทศไม่ได้ การทำชุดเดียวแล้วถ่ายสำเนาไปยื่นหลายที่คือความเข้าใจผิดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด
- ตรวจสถานะเอกสารระหว่างดำเนินการได้ไหม?
- ได้ เมื่อรับงานเราจะออกเลขอ้างอิงและแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะทาง LINE ตั้งแต่วันรับเอกสาร วันยื่นกงสุล วันรับคืน และวันยื่นสถานทูต พร้อมแจ้งทันทีหากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่ม เพื่อไม่ให้ชุดงานค้างโดยไม่รู้ตัว
- หนังสือมอบอำนาจที่ทำจากต่างประเทศใช้ในไทยได้ไหม?
- ใช้ได้เมื่อผ่านการรับรองครบเส้นทาง คือให้ Notary Public ในประเทศนั้นรับรองลายมือชื่อ ผ่านหน่วยงานรับรองของประเทศนั้น แล้วให้สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยรับรอง จากนั้นแปลไทยและรับรองนิติกรณ์ในไทย จึงนำไปใช้ที่กรมที่ดิน ธนาคาร หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้
- เอกสารที่รับรองแล้วสูญหาย ขอใหม่ได้ไหม?
- ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด เพราะตรารับรองผูกกับตัวเอกสารฉบับนั้น ไม่ใช่กับข้อมูล ดังนั้นควรถ่ายสำเนาและสแกนเก็บทุกครั้งหลังรับงาน และหากรู้ล่วงหน้าว่าต้องใช้หลายที่ ให้ทำหลายชุดในรอบเดียวจะประหยัดกว่ามาก
- มีเอกสารประเภทใดที่รับรองไม่ได้เลย?
- เอกสารที่ไม่มีผู้ออกอย่างเป็นทางการ เช่น ใบปลิว ภาพถ่ายหน้าจอ หรือเอกสารที่พิสูจน์ลายมือชื่อไม่ได้ รวมถึงเอกสารที่มีเนื้อหาขัดต่อกฎหมาย ในกรณีเหล่านี้ต้องหาเอกสารทางการที่มีสาระเดียวกันมาใช้แทน
- รับรองเอกสารเพื่อรับมรดกในต่างประเทศต้องเตรียมอะไร?
- ชุดหลักคือใบมรณบัตร ทะเบียนบ้านผู้ตาย เอกสารแสดงความสัมพันธ์ทางเครือญาติ คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก (ถ้ามี) และหนังสือมอบอำนาจ ทุกฉบับต้องแปลและรับรองครบสายก่อนส่งไปยังทนายหรือธนาคารปลายทาง
- ระยะเวลารวมทั้งกระบวนการโดยเฉลี่ยเท่าไร?
- กรณีมาตรฐาน แปล 1–3 วันทำการ กงสุล 1 วันแบบด่วนหรือประมาณ 3 วันแบบปกติ และสถานทูตปลายทางอีก 3–10 วันทำการแล้วแต่แห่ง รวมโดยเฉลี่ย 1–3 สัปดาห์ ควรเผื่อเวลาเพิ่มในช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลของประเทศปลายทาง
- จำเป็นต้องรับรองต้นฉบับด้วย หรือรับรองเฉพาะคำแปลก็พอ?
- ส่วนใหญ่ต้องรับรองทั้งคู่แบบเย็บติดกัน คือมีต้นฉบับ (หรือสำเนาที่รับรองแล้ว) แนบกับคำแปล เพราะปลายทางต้องเทียบเนื้อหาได้ การส่งเฉพาะคำแปลโดยไม่มีต้นฉบับมักถูกปฏิเสธทันที
- ทำไมค่าบริการรวมของแต่ละเคสไม่เท่ากัน?
- เพราะประกอบด้วยสามส่วนที่แปรผัน ได้แก่ จำนวนฉบับที่ต้องแปล จำนวนตราที่ต้องประทับ และค่าธรรมเนียมของสถานทูตปลายทางซึ่งแต่ละประเทศกำหนดต่างกัน เราจึงเสนอราคาหลังเห็นรายการเอกสารจริงเสมอ ไม่ประเมินลอย ๆ
- ประเทศไทยจะเข้าระบบ Apostille เมื่อไร และกระทบขั้นตอนอย่างไร?
- ประเทศไทยจะเริ่มใช้ระบบ Apostille ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เมื่อมีผลแล้ว เอกสารที่ส่งไปประเทศภาคีอนุสัญญาจะใช้ตรา Apostille แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง แต่ระหว่างนี้ยังต้องใช้เส้นทางรับรองแบบลูกโซ่ตามเดิมทุกกรณี
- ตรารับรองของกรมการกงสุลกับตราของสถานทูตต่างกันอย่างไร?
- ตรารับรองของกรมการกงสุลยืนยันว่าลายมือชื่อและตราของหน่วยงานไทยที่ออกเอกสารเป็นของจริงตามตัวอย่างในระบบ ส่วนตราของสถานทูตปลายทางยืนยันต่ออีกชั้นว่าลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลเป็นของจริง เอกสารที่ใช้ในต่างประเทศส่วนใหญ่จึงต้องมีทั้งสองตราเรียงตามลำดับ การข้ามขั้นตอนแรกไปยื่นสถานทูตโดยตรงจะถูกปฏิเสธเสมอ
- เอกสารที่รับรองแล้วสูญหายต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหรือไม่?
- ต้องเริ่มใหม่ในทางปฏิบัติ เพราะตรารับรองผูกกับตัวเอกสารต้นฉบับที่ยื่นไป ไม่ได้เก็บเป็นทะเบียนที่ออกซ้ำได้เหมือนเอกสารทะเบียนราษฎร ลำดับคือคัดต้นฉบับใหม่ แปลใหม่ แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้จึงควรทำอย่างน้อยสองชุดตั้งแต่แรกและสแกนเก็บไฟล์ทุกหน้าไว้ก่อนส่งออกนอกประเทศทุกครั้ง
- ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่ไหนได้บ้าง นอกจากแจ้งวัฒนะ?
- นอกจากกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ยังมีจุดให้บริการที่ศูนย์บริการการไปทำงานต่างประเทศและสำนักงานหนังสือเดินทางในภูมิภาคบางแห่ง รวมถึงช่องทางไปรษณีย์ที่กรมการกงสุลเปิดรับ ทั้งนี้แต่ละจุดรับประเภทเอกสารและจำนวนไม่เท่ากัน เราจึงเลือกช่องทางตามชนิดเอกสารและกำหนดเวลาของลูกค้าเป็นรายกรณี
- ค่าธรรมเนียมรับรองนิติกรณ์คิดอย่างไร?
- คิดเป็นรายตราประทับ ไม่ใช่รายแฟ้ม โดยบริการปกติ 200 บาทต่อตรา และบริการด่วน 400 บาทต่อตรา เอกสารหนึ่งฉบับที่มีทั้งต้นฉบับและคำแปลจึงมักถูกนับสองตรา การประเมินงบจึงต้องนับจำนวนหน้าที่ต้องประทับจริง ซึ่งเราแจ้งยอดรวมให้ก่อนยื่นเสมอ
- เอกสารต่างประเทศจะใช้ในไทย ต้องทำอย่างไร?
- ลำดับกลับด้านกับกรณีส่งออก คือให้หน่วยงานผู้ออกในประเทศต้นทางรับรอง จากนั้นให้สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นรับรอง แล้วจึงนำเข้ามาแปลเป็นไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลอีกครั้ง หากขาดขั้นตอนสถานทูตไทย สำนักทะเบียนในไทยมักไม่รับ
- รับรองแล้วมีอายุใช้งานนานเท่าไร?
- ตราของกรมการกงสุลไม่ได้กำหนดวันหมดอายุ แต่หน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนด ส่วนใหญ่รับเอกสารที่ออกหรือรับรองไม่เกิน 3-6 เดือน โดยเฉพาะหนังสือรับรองความเป็นโสด หนังสือรับรองบริษัท และใบตรวจประวัติ เราจึงวางแผนวันรับรองให้ใกล้กำหนดยื่นจริงมากที่สุด
- สถานทูตปลายทางไม่รับเอกสารที่กงสุลรับรองแล้ว เพราะอะไร?
- สาเหตุที่พบบ่อยคือรูปแบบคำแปลไม่ตรงกับที่สถานทูตนั้นกำหนด เช่น ต้องการแบบฟอร์มเฉพาะ ต้องการให้แปลโดยผู้แปลในรายชื่อของสถานทูต หรือกำหนดอายุเอกสารสั้นกว่าที่เตรียมไว้ อีกกรณีคือลำดับขั้นตอนสลับกัน เราจึงตรวจข้อกำหนดของสถานทูตแต่ละแห่งก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
- รับรองเอกสารชุดใหญ่หลายสิบฉบับ ควรวางแผนอย่างไร?
- ควรแบ่งเป็นล็อตตามกำหนดใช้งาน และเริ่มจากเอกสารที่มีอายุจำกัดเป็นล็อตสุดท้าย เพื่อไม่ให้หมดอายุระหว่างรอสถานทูต ควรเผื่อเวลารวมอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์สำหรับชุดที่ต้องผ่านทั้งกงสุลและสถานทูต และควรเตรียมสำเนาสำรองที่รับรองไว้เผื่อปลายทางเรียกเพิ่ม
- อยู่ต่างจังหวัด จะให้ยื่นรับรองกงสุลแทนได้ไหม?
- ได้ โดยส่งต้นฉบับพร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตที่ลงนามรับรองสำเนามาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือ EMS เราดำเนินการยื่นและรับคืนที่แจ้งวัฒนะแล้วส่งกลับตามที่อยู่ที่แจ้ง วิธีนี้ประหยัดกว่าการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สองรอบ และเราจะแจ้งเลขพัสดุทั้งขาไปและขากลับให้ตรวจสอบได้ตลอด
- หลังไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาอะพอสทิลล์แล้ว การรับรองจะเปลี่ยนไปอย่างไร?
- อนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยอะพอสทิลล์จะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังไม่มีอะพอสทิลล์ของไทย จึงต้องใช้เส้นทางรับรองสองชั้นคือกรมการกงสุลแล้วตามด้วยสถานทูตปลายทางตามเดิม เมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว เอกสารที่ส่งไปยังประเทศภาคีจะใช้ตราอะพอสทิลล์ใบเดียวแทนขั้นตอนสถานทูต ซึ่งย่นเวลาลงอย่างมีนัยสำคัญ
- เอกสารที่ใช้ในสหรัฐอเมริกา ต้องรับรองถึงชั้นไหน?
- หน่วยงานอเมริกันส่วนใหญ่ต้องการเอกสารไทยที่ผ่านการรับรองของกรมการกงสุลพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ ส่วนสถานทูตสหรัฐฯ ในไทยไม่รับรองเอกสารไทยเพิ่มให้ แต่ให้บริการรับรองลายมือชื่อสำหรับเอกสารอเมริกัน ดังนั้นแฟ้มงานที่ถูกต้องมักจบที่ชั้นกรมการกงสุล และหากปลายทางเป็นศาลหรือหน่วยงานมลรัฐ อาจขอ notarization เพิ่มเฉพาะหนังสือรับรองที่ลงนามใหม่ในไทย
- ยื่นด่วนที่กรมการกงสุลได้เอกสารวันเดียวจริงไหม?
- บริการด่วนของกรมการกงสุลโดยทั่วไปรับเอกสารช่วงเช้าและคืนภายในวันทำการเดียวกันหรือวันทำการถัดไป ขึ้นกับปริมาณคิวและประเภทเอกสาร โดยคิดค่าธรรมเนียม 400 บาทต่อตรา เทียบกับบริการปกติ 200 บาทต่อตราที่ใช้เวลาประมาณ 2-3 วันทำการ กรณีเอกสารจำนวนมากควรเผื่อเวลาเพิ่ม เพราะการนับตราคือการนับหน้าที่ต้องประทับจริง
- เอกสารบริษัทที่จะใช้ต่างประเทศ ต้องคัดใหม่ทุกครั้งไหม?
- โดยปฏิบัติจริงต้องคัดใหม่ เพราะหนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ปลายทางยอมรับมักต้องออกไม่เกิน 3 เดือน และกรมการกงสุลจะรับรองจากฉบับคัดใหม่ที่มีลายมือชื่อนายทะเบียนเท่านั้น การใช้สำเนาเก่าที่ถ่ายเอกสารไว้จึงไม่ผ่านตั้งแต่ชั้นแรก
- หนังสือมอบอำนาจให้ญาติทำแทนในไทย ต้องรับรองอย่างไร?
- หากลงนามในต่างประเทศ ต้องให้สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นรับรองลายมือชื่อ แล้วส่งตัวจริงกลับมาไทย ผู้รับมอบอำนาจจึงใช้ยื่นต่อสำนักทะเบียนหรือหน่วยงานราชการได้ หากลงนามในไทย ใช้ติดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรและแนบสำเนาบัตรของทั้งสองฝ่าย บางหน่วยงานขอให้ลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่
- รับรองกงสุลใช้เวลากี่วัน มีแบบด่วนไหม?
- กรมการกงสุลมีบริการทั้งแบบปกติและแบบด่วน โดยแบบปกติใช้เวลาประมาณ 2-3 วันทำการนับจากวันยื่น ส่วนแบบด่วนรับคืนได้ภายในวันเดียวกันหรือวันทำการถัดไป ขึ้นกับปริมาณคิวในวันนั้น ค่าธรรมเนียมของแบบด่วนสูงกว่าและเป็นค่าธรรมเนียมราชการที่เรียกเก็บตามจริง เวลาที่ควรเผื่อเพิ่มคือขั้นตอนแปลก่อนยื่น และขั้นตอนรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางซึ่งมีคิวแยกของตัวเอง
- ต้องรับรองกงสุลก่อนหรือรับรองสถานทูตก่อน?
- ต้องรับรองที่กรมการกงสุลไทยก่อนเสมอ แล้วจึงนำเอกสารที่มีตรารับรองนั้นไปยื่นต่อสถานทูตของประเทศปลายทางในกรุงเทพฯ ลำดับนี้กลับกันไม่ได้ เพราะสถานทูตรับรองว่าลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลเป็นของจริง ไม่ได้รับรองเนื้อหาเอกสาร การนำเอกสารไปสถานทูตก่อนจึงถูกปฏิเสธและเสียทั้งค่าธรรมเนียมและเวลาเดินทาง
- เอกสารต่างประเทศจะเอามาใช้ในไทย ต้องทำอย่างไร?
- เส้นทางย้อนกลับกับการส่งออก คือให้หน่วยงานของประเทศต้นทางรับรองเอกสารก่อน จากนั้นนำไปรับรองที่สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น เมื่อนำเข้ามาในไทยแล้วต้องแปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลอีกครั้งก่อนยื่นต่อหน่วยงานราชการไทย เช่น สำนักงานเขต กรมการปกครอง หรือศาล
หมวดคำถามอื่น
- แปลเอกสารรับรอง (ทุกภาษา)
- แปล NAATI (ออสเตรเลีย)
- Notary Public / Notarial Services Attorney
- วีซ่าต่างประเทศ & วีซ่าไทยสำหรับชาวต่างชาติ
- ใบตรวจประวัติอาชญากรรม (Police Clearance)
- จดทะเบียนธุรกิจ บัญชี ภาษี BOI
- ทะเบียนสมรส ครอบครัว และเอกสารบุคคล
- ใบอนุญาตทำงาน & การจ้างชาวต่างชาติ
- Apostille & รับรองนิติกรณ์กรมการกงสุล (เจาะลึก)
- คัด-ขอเอกสารราชการแทน
- ล่าม (ราชการ ศาล ธุรกิจ และออนไลน์)
- ชีวิตชาวต่างชาติในไทย (APEC Card ใบขับขี่ 90 วัน คอนโด)
- เอกสารการศึกษา วุฒิ และวีซ่านักเรียน






