Est. 2019 · Bangkok · Khon Kaen · Agents in 77 provincesTHEN
§ Notarial Services Attorney

ทนาย Notary Public 6 ท่าน

ทีมทนายความที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมใบอนุญาตรับรองลายมือชื่อและเอกสารเพื่อใช้ยื่นสถานทูต หน่วยงานราชการต่างประเทศ และการยื่นวีซ่าทั่วโลก

ดูใบอนุญาตทั้งหมด

Notarial Services Attorney · ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

หน้าแรก / Visa KB / วีซ่าธุรกิจ / APEC

Visa — วีซ่าธุรกิจ / APEC

เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารยื่นวีซ่า — visa kb cluster slug
เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารยื่นวีซ่า — visa kb cluster slug
A

APEC card ยื่นเองได้ไหม?

ยื่นเองได้ ผู้ขอบัตร APEC ของไทยต้องเป็นนักธุรกิจที่มีบริษัทหรือนิติบุคคลรองรับตามเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐที่ดูแลโครงการ และยื่นผ่านช่องทางที่หน่วยงานนั้นกำหนด หลังอนุมัติในไทยแล้ว แต่ละเขตเศรษฐกิจสมาชิกจะพิจารณาอนุญาตเข้าประเทศของตนแยกกัน จึงใช้เวลาได้หลายเดือน บริการตัวแทนช่วยเรื่องเตรียมเอกสาร แต่ผลอนุมัติเป็นของหน่วยงานรัฐ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง ตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

คำถามในหมวดนี้ (45)

  1. Q11. APEC card ยื่นเองได้ไหม?

    ยื่นเองได้ ผู้ขอบัตร APEC ของไทยต้องเป็นนักธุรกิจที่มีบริษัทหรือนิติบุคคลรองรับตามเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐที่ดูแลโครงการ และยื่นผ่านช่องทางที่หน่วยงานนั้นกำหนด หลังอนุมัติในไทยแล้ว แต่ละเขตเศรษฐกิจสมาชิกจะพิจารณาอนุญาตเข้าประเทศของตนแยกกัน จึงใช้เวลาได้หลายเดือน บริการตัวแทนช่วยเรื่องเตรียมเอกสาร แต่ผลอนุมัติเป็นของหน่วยงานรัฐ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

  2. Q12. APEC สามารถใช้กับกี่ประเทศ?

    APEC มี 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิก ผู้ถือบัตรเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าในเขตที่อนุมัติสิทธิ์ให้แล้ว (แสดงบนบัตรหรือในระบบ) สหรัฐฯ และแคนาดาอยู่ในสถานะ transitional คือให้ใช้ช่องทางด่วนที่สนามบินได้ แต่ยังต้องมีวีซ่าหรือเอกสารเข้าประเทศตามปกติ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

  3. Q13. วีซ่าธุรกิจ B1 ต่างจาก B2 อย่างไร?

    B-1 ใช้สำหรับกิจกรรมธุรกิจระยะสั้น เช่น ประชุม เจรจา เข้าร่วมสัมมนา ส่วน B-2 ใช้ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือรักษาพยาบาล ทั้งสองแบบห้ามทำงานรับค่าจ้างในสหรัฐฯ และสถานทูตมักออกเป็นวีซ่ารวม B1/B2 ในใบเดียว ให้เลือกตอบจุดประสงค์ใน DS-160 ตามการเดินทางจริงของทริปนั้น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

  4. Q14. หนังสือเชิญจากต่างประเทศต้องรับรองอย่างไร?

    ขึ้นกับประเทศ หลายประเทศรับหนังสือเชิญบนหัวจดหมายบริษัทพร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจโดยไม่ต้องรับรอง บางประเทศกำหนดให้ผู้เชิญทำเรื่องกับหน่วยงานในประเทศตน เช่น จดหมายเชิญที่ผ่านการอนุมัติของรัสเซีย หรือหนังสือค้ำประกันของเยอรมนี หนังสือควรระบุชื่อผู้ถูกเชิญตรงพาสปอร์ต วันเดินทาง จุดประสงค์ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

  5. Q15. วีซ่าธุรกิจจีน M ต้องใช้เอกสารอะไร?

    วีซ่า M ใช้สำหรับการค้าและธุรกิจ เอกสารหลักคือหนังสือเชิญจากบริษัทหรือหน่วยงานในจีนที่ระบุข้อมูลผู้ถูกเชิญ จุดประสงค์ วันเดินทาง และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย พร้อมหนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทในไทย แบบฟอร์มออนไลน์ และรูปถ่ายตามข้อกำหนด ถ้าทริปธุรกิจไม่เกิน 30 วัน อาจเข้าได้ด้วยสิทธิยกเว้นวีซ่า แต่ต้องตรวจเงื่อนไขกิจกรรมที่ทำได้ก่อน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

  6. Q16. วีซ่าธุรกิจเยอรมนีต้องมีสัญญาไหม?

    ไม่จำเป็นต้องมีสัญญา สิ่งที่สถานทูตเยอรมนีดูคือหนังสือเชิญจากบริษัทในเยอรมนีที่ระบุวัตถุประสงค์และผู้ออกค่าใช้จ่าย กับหนังสือจากนายจ้างไทยที่ยืนยันตำแหน่งและการส่งไปทำธุระ ถ้ามีเอกสารการค้าที่ผ่านมา เช่น ใบสั่งซื้อหรืออีเมลติดต่อ จะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ทางธุรกิจชัดขึ้น การไปทำงานจริงต้องใช้วีซ่าทำงาน ไม่ใช่วีซ่าธุรกิจ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

  7. Q17. วีซ่าดูงาน trade show ต้องมีตั๋วงานไหม?

    ควรมี หลักฐานการลงทะเบียนเข้างานหรือบัตรผู้เข้าชมที่มีชื่อผู้ยื่น ช่วยยืนยันจุดประสงค์ได้ดีที่สุด ถ้าไปออกบูธ ให้แนบสัญญาเช่าบูธและหนังสือจากบริษัท ถ้าผู้จัดงานส่งหนังสือเชิญมาให้ใช้ประกอบด้วย จองที่พักใกล้สถานที่จัดงานและกำหนดวันเดินทางให้สอดคล้องกับวันจัดงาน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

  8. Q18. วีซ่าเซ็นสัญญาต้องระบุในหนังสือเชิญไหม?

    ควรระบุ หนังสือเชิญที่เขียนว่ามาเพื่อลงนามสัญญา ประชุมเจรจา หรือตรวจรับสินค้า ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นว่ากิจกรรมอยู่ในขอบเขตวีซ่าธุรกิจ ไม่ใช่การทำงาน ควรระบุชื่อคู่สัญญา วันและสถานที่ และแนบหนังสือจากบริษัทไทยที่มอบหมายให้ผู้ยื่นมีอำนาจลงนาม ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

  9. Q388. วีซ่าธุรกิจไทย (Non-B) ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

    วีซ่า Non-Immigrant B สำหรับทำงานหรือประกอบธุรกิจในไทย เอกสารหลัก 2 ส่วน: (1) จากผู้สมัคร — หนังสือเดินทาง ใบสมัคร รูปถ่าย ประวัติการทำงาน/การศึกษา (2) จากบริษัทในไทย — หนังสือเชิญ หนังสือรับรองบริษัท งบการเงิน ภ.พ.20 หรือหลักฐานภาษี แผนที่ที่ตั้ง และหนังสืออนุญาตประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง สำหรับตำแหน่งที่ต้องมี Work Permit บริษัทต้องมีสัดส่วนทุนจดทะเบียนและอัตราส่วนพนักงานไทยต่อชาวต่างชาติตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทที่ได้รับส่งเสริม BOI ใช้ช่องทางและเงื่อนไขต่างออกไป วีซ่า Non-B เป็นเพียงสิทธิ์เข้าและพำนัก การทำงานจริงต้องมีใบอนุญาตทำงานแยกต่างหาก ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนยื่นทุกครั้ง

  10. Q391. วีซ่าลงทุนในไทยมีแบบไหนบ้าง?

    มีหลายเส้นทางขึ้นกับขนาดและรูปแบบการลงทุน: (1) Non-Immigrant IM สำหรับผู้ลงทุนตามเงื่อนไขที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด (2) Non-B ธุรกิจ สำหรับผู้ตั้งหรือบริหารบริษัทในไทย (3) LTR Wealthy Investor วีซ่า 10 ปีสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ตามเกณฑ์ BOI (4) Smart Visa I สำหรับนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (5) การลงทุนผ่าน BOI ที่ให้สิทธิ์วีซ่าและใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ OSOS แต่ละแบบมีเงื่อนไขเงินลงทุน ประเภทธุรกิจ และสิทธิ์ต่างกันมาก และการซื้อคอนโดหรือที่ดินเพียงอย่างเดียวโดยทั่วไปไม่ได้ให้สิทธิ์วีซ่าโดยอัตโนมัติ ควรปรึกษาทนายเพื่อเลือกโครงสร้างที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนยื่นทุกครั้ง

  11. Q403. เอกสารบริษัทไทยจะใช้กับคู่ค้าต่างประเทศ ต้องรับรองอะไรบ้าง?

    เอกสารนิติบุคคลไทยที่คู่ค้าหรือหน่วยงานต่างประเทศขอดูบ่อย ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท (Company Affidavit) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) หนังสือบริคณห์สนธิ และงบการเงิน ขั้นตอนโดยทั่วไป: (1) ขอเอกสารฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (บางฉบับขอออนไลน์ได้) (2) แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทาง (3) รับรองฉบับแปลและต้นฉบับที่กรมการกงสุล (4) รับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทาง หรือใช้ Apostille เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทย ข้อควรระวัง: หนังสือรับรองบริษัทมีอายุใช้งานจำกัดตามที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งยอมรับเฉพาะฉบับที่ออกไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด) จึงควรขอฉบับใหม่ใกล้วันยื่น และตรวจกับคู่ค้าปลายทางก่อนว่าต้องการเอกสารฉบับใด รับรองระดับใด เพื่อไม่ให้เสียเวลาทำเกินหรือขาด ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรมสรรพากร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  12. Q421. จดทะเบียนบริษัทจำกัดในไทย ต้องทำอย่างไรบ้าง?

    ขั้นตอนหลักของการจดบริษัทจำกัด: (1) จองชื่อบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ทำออนไลน์ได้) (2) จัดประชุมตั้งบริษัท กำหนดผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน และกรรมการ (3) จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รับเลขทะเบียนและหนังสือรับรอง (4) จดทะเบียนภาษีกับกรมสรรพากร (เลขผู้เสียภาษี และ VAT หากเข้าเกณฑ์หรือต้องการออกใบกำกับภาษี) (5) เปิดบัญชีธนาคารบริษัท (6) หากจ้างพนักงาน ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม เอกสารสำคัญ: สำเนาบัตรประชาชน/หนังสือเดินทางของผู้ถือหุ้นและกรรมการ ที่ตั้งสำนักงาน และหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อควรระวัง: ชื่อบริษัทที่จองมีอายุจำกัด ต้องจดให้ทัน และหากมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการชาวต่างชาติ เอกสารบางส่วนต้องแปลและรับรอง ทีมงานช่วยได้ตั้งแต่จองชื่อจนถึงจดภาษีและเปิดบัญชี ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  13. Q422. ชาวต่างชาติถือหุ้นบริษัทไทยได้กี่เปอร์เซ็นต์?

    โดยหลัก พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กำหนดให้ธุรกิจบางประเภท (บัญชีท้ายกฎหมาย) ชาวต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินสัดส่วนที่กำหนด (อ้างอิงทั่วไปไม่เกิน 49%) เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) หรือได้รับสิทธิ์พิเศษ เช่น การส่งเสริมการลงทุน BOI หรือสนธิสัญญาเฉพาะประเทศ ข้อควรระวังสำคัญ: (1) การใช้ 'นอมินี' (คนไทยถือหุ้นแทน) เป็นความผิดทางกฎหมาย ทั้งผู้ถือแทนและผู้ให้ถือแทนมีโทษ (2) บางธุรกิจเปิดให้ชาวต่างชาติถือหุ้นได้มากกว่าหรือทั้งหมด ขึ้นกับประเภทกิจการ (3) การวางโครงสร้างสิทธิ์ เช่น หุ้นประเภทต่างๆ ต้องทำให้ถูกต้องและโปร่งใส (4) ธุรกิจบางอย่าง เช่น ที่ดิน มีข้อจำกัดเฉพาะ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตั้งบริษัท เพราะโครงสร้างที่ผิดแก้ย้อนหลังยาก ทีมทนายของเราช่วยวางโครงสร้างที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  14. Q423. ทุนจดทะเบียนบริษัทควรตั้งเท่าไร?

    กฎหมายไทยกำหนดทุนขั้นต่ำเพียงระดับสัญลักษณ์สำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป แต่ในทางปฏิบัติทุนจดทะเบียนควรสอดคล้องกับ: (1) ความจำเป็นทางธุรกิจจริง เงินทุนต้องเพียงพอต่อการดำเนินงาน (2) เกณฑ์การจ้างคนต่างด้าว หากต้องการขอใบอนุญาตทำงานให้ชาวต่างชาติ มีเกณฑ์ทุนจดทะเบียนต่อตำแหน่งที่หน่วยงานกำหนด (อัตราล่าสุดตรวจกับกรมการจัดหางาน) (3) เกณฑ์ใบอนุญาตเฉพาะ ธุรกิจบางประเภท เช่น นำเที่ยว หรือธุรกิจที่ขอ FBL มีทุนขั้นต่ำเฉพาะ (4) ความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้าและธนาคาร ข้อควรระวัง: ทุนที่ตั้งสูงเกินจำเป็นต้องมีหลักฐานการชำระจริงเมื่อถูกตรวจสอบ และการลดทุนภายหลังมีขั้นตอนทางกฎหมาย ควรกำหนดตัวเลขจากแผนธุรกิจจริง ทีมงานช่วยประเมินตัวเลขที่เหมาะสมจากวัตถุประสงค์ของบริษัท ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  15. Q424. บริษัทต่างประเทศจะมาตั้งสาขาหรือสำนักงานตัวแทนในไทยได้ไหม?

    ได้ มีหลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์: (1) สำนักงานตัวแทน (Representative Office) ทำได้เฉพาะกิจกรรมที่ไม่หารายได้ เช่น หาแหล่งสินค้า ตรวจสอบคุณภาพ ให้คำแนะนำแก่สำนักงานใหญ่ รายงานข่าว (2) สาขา (Branch Office) ประกอบธุรกิจหารายได้ได้ แต่ต้องขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวสำหรับกิจการที่จำกัด (3) บริษัทย่อยในไทย จดเป็นนิติบุคคลไทยใหม่ มีความยืดหยุ่นสูงสุด (4) สำนักงานภูมิภาค สำหรับบริษัทข้ามชาติตามเงื่อนไขเฉพาะ แต่ละรูปแบบต่างกันเรื่องภาษี ความรับผิด และขั้นตอน เอกสารจากบริษัทแม่ต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรอง งบการเงิน หนังสือมอบอำนาจ ต้องรับรองในประเทศต้นทางและแปลเป็นไทย ทีมงานช่วยทั้งเลือกรูปแบบ เตรียมเอกสารแปลรับรอง และยื่นจดทะเบียน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  16. Q425. ห้างหุ้นส่วนกับบริษัทจำกัดต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน?

    ความต่างสำคัญ: (1) ความรับผิด — ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหุ้นส่วนผู้จัดการที่รับผิดไม่จำกัด ส่วนบริษัทจำกัดผู้ถือหุ้นรับผิดเท่ามูลค่าหุ้น (2) สถานะนิติบุคคล — บริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคลแยกชัดเจน เหมาะกับการทำสัญญา กู้ยืม และขยายกิจการ (3) ภาษี — อัตราและวิธีคำนวณต่างกัน ห้างหุ้นส่วนบางแบบเสียภาษีแบบบุคคลธรรมดาในบางส่วน (4) ความต่อเนื่อง — บริษัทจำกัดอยู่ต่อได้แม้เปลี่ยนผู้ถือหุ้น ห้างหุ้นส่วนอาจสิ้นสุดเมื่อหุ้นส่วนผู้จัดการเปลี่ยน (5) ภาพลักษณ์ — คู่ค้าต่างประเทศและธนาคารมักยอมรับบริษัทจำกัดมากกว่า โดยทั่วไปธุรกิจที่ต้องการขยาย จ้างชาวต่างชาติ หรือทำสัญญากับองค์กรใหญ่ เหมาะกับบริษัทจำกัด ส่วนกิจการครอบครัวขนาดเล็กอาจพิจารณาห้างหุ้นส่วน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินตามแผนธุรกิจจริง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  17. Q426. เปลี่ยนกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือย้ายที่ตั้งบริษัท ต้องแจ้งใครบ้าง?

    การเปลี่ยนแปลงสำคัญของบริษัทต้องจดทะเบียนแก้ไขกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า: (1) เปลี่ยนกรรมการหรืออำนาจกรรมการ — ต้องมีมติที่ประชุมและจดทะเบียนภายในกำหนด (2) เปลี่ยนผู้ถือหุ้น — โอนหุ้นและปรับบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) (3) ย้ายสำนักงาน — จดทะเบียนเปลี่ยนที่ตั้ง และหากข้ามจังหวัดมีขั้นตอนเพิ่ม (4) เพิ่ม/ลดทุน เปลี่ยนชื่อ แก้หนังสือบริคณห์สนธิ — ต้องมีมติวิสามัญและจดทะเบียน นอกจากนี้ต้องแจ้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง: กรมสรรพากร (ทะเบียนภาษี/VAT) ประกันสังคม ธนาคาร และหน่วยงานออกใบอนุญาตเฉพาะที่บริษัทถืออยู่ ข้อควรระวัง: การไม่จดทะเบียนแก้ไขมีค่าปรับ และเอกสารล่าสุดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงอาจทำให้ธุรกรรมอื่น เช่น การขอใบอนุญาตทำงาน สะดุด ทีมงานดูแลการจดทะเบียนแก้ไขครบทุกหน่วยงาน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  18. Q427. เลิกบริษัทในไทยต้องทำอย่างไร ไม่เลิกแต่ปล่อยไว้ได้ไหม?

    การเลิกบริษัทอย่างถูกต้องมี 2 ขั้นตอนหลัก: (1) จดทะเบียนเลิกกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยต้องมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (2) ชำระบัญชี (liquidation) — แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี จ่ายหนี้ คืนทุน และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี พร้อมปิดทะเบียนภาษีกับกรมสรรพากรและประกันสังคม การปล่อยบริษัทไว้เฉยๆ โดยไม่เลิกมีความเสี่ยง: ยังต้องยื่นงบการเงินและแบบภาษีทุกปี หากไม่ยื่นมีค่าปรับสะสม กรรมการอาจมีความรับผิด และหน่วยงานอาจดำเนินการตามกฎหมาย ข้อควรระวัง: หากบริษัทมีหนี้ภาษีหรือหนี้ประกันสังคมค้าง ต้องชำระให้ครบก่อนปิด และหากมีใบอนุญาตเฉพาะหรือคนต่างด้าวทำงานอยู่ ต้องจัดการส่วนนั้นด้วย ทีมงานช่วยประเมินและดำเนินการเลิกบริษัทครบทุกขั้นตอน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  19. Q428. จดเครื่องหมายการค้าในไทย ทำอย่างไร และใช้เวลานานไหม?

    การจดเครื่องหมายการค้ายื่นที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ขั้นตอนโดยรวม: (1) ค้นคว้าเบื้องต้นว่ามีเครื่องหมายเหมือนหรือคล้ายที่จดไว้แล้วหรือไม่ (2) ยื่นคำขอระบุเครื่องหมายและจำพวกสินค้า/บริการ (3) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ความจำเพาะ และความคล้าย (4) ประกาศรับคำขอให้สาธารณชนคัดค้านได้ตามระยะเวลาที่กำหนด (5) จดทะเบียนและออกใบสำคัญ ระยะเวลาโดยรวมขึ้นกับภาระงานของหน่วยงานและว่ามีคำคัดค้านหรือข้อแก้ไขหรือไม่ ไม่สามารถระบุตายตัวได้ ข้อควรระวัง: (1) การค้นคว้าก่อนยื่นช่วยลดโอกาสถูกปฏิเสธ (2) เครื่องหมายที่เป็นชื่อทั่วไป อธิบายสินค้า หรือขัดศีลธรรมมักถูกปฏิเสธ (3) ควรจดครอบคลุมจำพวกที่ใช้จริงและที่จะขยายในอนาคต ทีมงานช่วยค้นคว้า วางแผนจำพวก และยื่นติดตามจนจดทะเบียน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  20. Q429. จำพวกสินค้าและบริการ (Nice Classification) ในการจดเครื่องหมายคืออะไร?

    เครื่องหมายการค้าจดแยกตาม 'จำพวก' ของสินค้าและบริการตามการจำแนกนานาชาติ (Nice Classification) ซึ่งแบ่งเป็น 45 จำพวก (สินค้า 34 จำพวก บริการ 11 จำพวก) การคุ้มครองมีผลเฉพาะจำพวกที่จดไว้ ตัวอย่างที่พบบ่อย: ร้านอาหารอยู่จำพวก 43 แต่ถ้าขายกาแฟถุงต้องจดจำพวก 30 ด้วย เสื้อผ้าอยู่จำพวก 25 เครื่องหนังจำพวก 18 การขายปลีก/ออนไลน์เกี่ยวกับจำพวก 35 เครื่องสำอางจำพวก 3 ข้อควรระวัง: (1) จดน้อยเกินไป เสี่ยงคนอื่นจดเครื่องหมายเดียวกันในจำพวกที่เราไม่ได้จด (2) จดกว้างเกินจริง เปลืองค่าธรรมเนียมและอาจถูกเพิกถอนจากการไม่ใช้ (3) ค่าธรรมเนียมคิดตามจำนวนจำพวกและรายการสินค้า (4) รายละเอียดรายการสินค้าในคำขอมีผลต่อขอบเขตการคุ้มครอง ทีมงานช่วยวางแผนจำพวกให้ครอบคลุมธุรกิจจริงและแผนขยายในอนาคต ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  21. Q430. จดเครื่องหมายการค้าต่างประเทศจากไทยทำได้ไหม (Madrid Protocol)?

    ได้ ไทยเป็นสมาชิกระบบมาดริด (Madrid Protocol) ทำให้ผู้มีถิ่นหรือกิจการในไทยยื่นคำขอเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญหาไทย เพื่อขอคุ้มครองในประเทศสมาชิกที่เลือกได้ในคำขอเดียว ข้อดี: ประหยัดกว่ายื่นแยกแต่ละประเทศ จัดการต่ออายุและเปลี่ยนแปลงรวมศูนย์ เงื่อนไขสำคัญ: (1) ต้องมีคำขอหรือเครื่องหมายที่จดในไทยเป็นฐาน (2) การคุ้มครองในแต่ละประเทศยังขึ้นกับการตรวจสอบของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาประเทศนั้น อาจถูกปฏิเสธเฉพาะประเทศได้ (3) ช่วงระยะเวลาตามกฎหมายแรก เครื่องหมายระหว่างประเทศผูกกับเครื่องหมายฐานในไทย หากฐานถูกเพิกถอนอาจกระทบทั้งหมด (4) ประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกมาดริดต้องยื่นแยกโดยตรง ทีมงานช่วยวางแผนว่าประเทศเป้าหมายของคุณควรใช้มาดริดหรือยื่นตรง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  22. Q431. เครื่องหมายการค้ามีอายุกี่ปี และต่ออายุอย่างไร?

    เครื่องหมายการค้าที่จดในไทยมีอายุคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด (อ้างอิงทั่วไป 10 ปีนับจากวันจดทะเบียน) และต่ออายุได้เรื่อยๆ ครั้งละระยะเวลาเท่าเดิม โดยยื่นคำขอต่ออายุกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนหมดอายุภายในช่วงที่กำหนด (มีช่วงผ่อนผันหลังหมดอายุพร้อมค่าธรรมเนียมเพิ่มตามกฎหมาย) ข้อควรระวัง: (1) หากไม่ต่ออายุภายในกำหนด เครื่องหมายจะสิ้นสุดและคนอื่นอาจจดเครื่องหมายเดียวกันได้ (2) เครื่องหมายที่ไม่ได้ใช้จริงต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจถูกผู้อื่นขอเพิกถอนได้ (3) หากเปลี่ยนชื่อหรือที่อยู่ผู้ถือ ควรจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ข้อมูลตรง (4) การโอนหรืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรและจดทะเบียนตามกฎหมาย ทีมงานช่วยเฝ้าระวังกำหนดต่ออายุและจัดการเอกสารให้ตรงเวลา ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  23. Q432. มีโลโก้แล้ว จำเป็นต้องจดเครื่องหมายการค้าไหม?

    การออกแบบโลโก้เองหรือใช้มานาน ไม่ได้ให้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวโดยอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ลิขสิทธิ์คุ้มครอง 'งานออกแบบ' แต่ไม่ได้ห้ามคนอื่นใช้ชื่อหรือเครื่องหมายที่คล้ายกันในทางการค้า สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดคือการจดเครื่องหมายการค้า ซึ่งให้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในจำพวกที่จด และใช้เป็นหลักฐานเมื่อมีผู้ละเมิด ความเสี่ยงหากไม่จด: (1) คนอื่นจดเครื่องหมายคล้ายก่อน แล้วเราอาจถูกฟ้องกลับแม้ใช้มาก่อน (2) เปิดสาขาหรือขยายธุรกิจแล้วชนกับเครื่องหมายคนอื่น (3) ขายสินค้าออนไลน์ข้ามประเทศโดยไม่มีสิทธิ์ในประเทศปลายทาง (4) ต้องรีแบรนด์ทั้งระบบ ป้าย บรรจุภัณฑ์ เว็บไซต์ หากมีข้อพิพาท คำแนะนำ: ค้นคว้าและจดตั้งแต่ก่อนเปิดตัวหรือเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะก่อนสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก ทีมงานช่วยค้นคว้าและยื่นจดทั้งในไทยและต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  24. Q433. PDPA คืออะไร และธุรกิจของฉันต้องปฏิบัติตามหรือไม่?

    พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) เป็นกฎหมายที่คุ้มครองข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ เช่น ชื่อ เบอร์โทร อีเมล ที่อยู่ ข้อมูลสุขภาพ โดยมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 ธุรกิจเกือบทุกประเภทที่เก็บข้อมูลลูกค้า พนักงาน หรือผู้ติดต่อ (แม้แต่ร้านค้าเล็กๆ ที่เก็บเบอร์ลูกค้า) อยู่ในข่ายต้องปฏิบัติตาม หน้าที่หลักของผู้ควบคุมข้อมูล: (1) มีฐานทางกฎหมายในการเก็บใช้ข้อมูล เช่น ความยินยอมหรือความจำเป็นตามสัญญา (2) แจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลให้เจ้าของข้อมูลทราบ (3) เก็บรักษาอย่างปลอดภัย (4) เปิดช่องทางให้เจ้าของข้อมูลใช้สิทธิ เช่น ขอเข้าถึง ขอลบ ขอแก้ไข (5) แจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหลต่อสำนักงาน PDPC เมื่อมีความเสี่ยงสูง ข้อยกเว้นมีเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น การใช้ส่วนตัวในครัวเรือน ทีมงานช่วยทบทวนแผนการเก็บข้อมูล จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัว และเอกสารความยินยอมให้ครบตามกฎหมาย ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  25. Q434. ธุรกิจเล็กๆ หรือร้านค้าออนไลน์ต้องทำ PDPA ด้วยหรือไม่?

    ต้องทำ PDPA ไม่ได้แบ่งตามขนาดธุรกิจ แต่แบ่งตามว่ามีการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ ร้านค้าออนไลน์ที่เก็บชื่อ ที่อยู่จัดส่ง เบอร์โทร หรือประวัติการสั่งซื้อของลูกค้า ถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลตามกฎหมาย สิ่งที่ควรเริ่มทำ: (1) จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) แจ้งลูกค้าว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร เก็บนานแค่ไหน (2) ขอความยินยอมในกรณีที่จำเป็น เช่น การตลาดหรือส่งโปรโมชั่น (3) จำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่จำเป็น (4) มีช่องทางให้ลูกค้าติดต่อใช้สิทธิ (5) ลบข้อมูลเมื่อหมดความจำเป็น ข้อควรระวัง: การส่งข้อมูลลูกค้าให้บริษัทขนส่งหรือแพลตฟอร์มต่างๆ ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูล ควรมีข้อตกลงกับผู้ประมวลผลข้อมูล ทีมงานช่วยจัดทำเอกสาร PDPA ฉบับเรียบง่ายที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กโดยเฉพาะ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  26. Q435. ความยินยอม (Consent) ตาม PDPA ต้องขออย่างไรให้ถูกต้อง?

    ความยินยอมที่ถูกต้องตาม PDPA ต้องมีคุณสมบัติ: (1) ชัดแจ้ง แยกจากข้อความหรือเอกสารอื่น ไม่ซ่อนอยู่ในข้อกำหนดยาวๆ (2) ระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ว่าจะเอาข้อมูลไปทำอะไร (3) ให้เจ้าของข้อมูลเลือกตอบรับโดยสมัครใจ ห้ามบังคับหรือผูกเงื่อนไขให้บริการเกินความจำเป็น (4) สามารถถอนความยินยอมได้ง่ายพอๆ กับตอนให้ (5) ต้องพิสูจน์ได้ว่าได้รับความยินยอมจริง จึงควรเก็บหลักฐานการให้ความยินยอม ข้อควรระวัง: ช่องติ๊กที่ติ๊กไว้ล่วงหน้า (pre-ticked box) ไม่ถือเป็นความยินยอมที่ถูกต้อง และข้อมูลอ่อนไหว เช่น สุขภาพ เชื้อชาติ ศาสนา ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งแยกต่างหาก เว้นแต่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย ทีมงานช่วยร่างแบบฟอร์มความยินยอมทั้งภาษาไทยและอังกฤษให้ถูกหลัก ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  27. Q436. ลูกค้าหรือพนักงานมีสิทธิอะไรบ้างตาม PDPA?

    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิหลักตาม PDPA ดังนี้: (1) สิทธิขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลของตนที่ธุรกิจเก็บไว้ (2) สิทธิขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ทันสมัย (3) สิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อหมดความจำเป็น หรือเมื่อถอนความยินยอม (4) สิทธิขอระงับการใช้ข้อมูลในบางกรณี (5) สิทธิคัดค้านการเก็บใช้ข้อมูล เช่น เพื่อการตลาด (6) สิทธิขอโอนย้ายข้อมูลไปยังผู้ควบคุมรายอื่น (7) สิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ (8) สิทธิร้องเรียนต่อสำนักงาน PDPC หากธุรกิจไม่ปฏิบัติตาม ธุรกิจต้องตอบคำขอภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และต้องมีช่องทางรับคำขอที่สะดวก การเตรียมระบบรองรับสิทธิเหล่านี้ล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงถูกร้องเรียน ทีมงานช่วยออกแบบขั้นตอนรับ-ตอบคำขอสิทธิให้เป็นระบบ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  28. Q437. DPO คือใคร และธุรกิจต้องแต่งตั้งเมื่อไร?

    DPO (Data Protection Officer) คือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติตาม PDPA ภายในองค์กร ให้คำแนะนำ และเป็นจุดติดต่อกับสำนักงาน PDPC และเจ้าของข้อมูล กฎหมายกำหนดให้แต่งตั้ง DPO เมื่อ: (1) เป็นหน่วยงานสาธารณะ (2) กิจกรรมหลักต้องติดตามข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากอย่างสม่ำเสมอ เช่น ธุรกิจที่เก็บพฤติกรรมลูกค้าขนาดใหญ่ (3) กิจกรรมหลักเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว เช่น สุขภาพ ธุรกิจทั่วไปที่ไม่เข้าเกณฑ์ไม่บังคับแต่งตั้ง แต่ควรมีผู้รับผิดชอบเรื่องข้อมูลอย่างน้อยหนึ่งคน DPO อาจเป็นพนักงานภายในหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่ว่าจ้าง ทีมงานให้บริการที่ปรึกษา DPO ภายนอกสำหรับธุรกิจที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญโดยไม่ต้องจ้างประจำ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  29. Q438. ถ้าไม่ปฏิบัติตาม PDPA มีโทษอะไรบ้าง?

    PDPA กำหนดโทษ 3 ระดับ: (1) โทษทางปกครอง ค่าปรับปกครองตามอัตราที่กฎหมายกำหนดต่อความผิดแต่ละประเภท โดยกรณีร้ายแรง เช่น เก็บข้อมูลอ่อนไหวโดยไม่มีฐานกฎหมาย มีอัตราปรับสูงสุดตามที่ พ.ร.บ. กำหนด (อัตราล่าสุดตรวจกับสำนักงาน PDPC) (2) โทษทางอาญา บางความผิด เช่น เปิดเผยข้อมูลโดยไม่มีสิทธิเพื่อแสวงหาประโยชน์ มีโทษทั้งจำและปรับ (3) ความรับผิดทางแพ่ง เจ้าของข้อมูลที่ได้รับความเสียหายฟ้องเรียกค่าชดเชยได้ และศาลอาจกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีความเสียหายต่อชื่อเสียงธุรกิจเมื่อข้อมูลรั่วไหล ข้อควรระวัง: กรรมการหรือผู้บริหารอาจรับผิดร่วมในบางกรณี การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าถูกกว่าแก้ปัญหาหลังถูกปรับมาก ทีมงานช่วยประเมินช่องว่าง (gap assessment) และวางแผนปรับปรุงตามลำดับความเสี่ยง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  30. Q442. อยากทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง?

    ขั้นตอนหลักสำหรับผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกในไทย: (1) จดทะเบียนนิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (2) จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร (3) ลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกกับกรมศุลกากร และลงทะเบียนใช้ระบบ e-Customs เพื่อยื่นใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (4) หากนำเข้าสินค้าที่กฎหมายควบคุม เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง ต้องขอใบอนุญาตเฉพาะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. หรือกรมการค้าต่างประเทศ (5) สินค้าบางประเภทต้องผ่านการตรวจมาตรฐาน มอก. ข้อควรระวัง: ชาวต่างชาติที่ตั้งบริษัทนำเข้า-ส่งออกในไทยต้องพิจารณาข้อจำกัดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วย เอกสารที่ใช้กับหน่วยงานต่างประเทศมักต้องแปลและรับรอง ทีมงานช่วยได้ตั้งแต่จดบริษัท ลงทะเบียนศุลกากร จนถึงแปลและรับรองเอกสารการค้า ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  31. Q443. พิธีการศุลกากรนำเข้าสินค้าทำอย่างไร และใช้เอกสารอะไรบ้าง?

    พิธีการศุลกากรนำเข้าโดยทั่วไป: (1) ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าผ่านระบบ e-Customs ของกรมศุลกากร (ทำเองได้หรือว่าจ้างตัวแทนออกของ/ชิปปิ้ง) (2) เอกสารประกอบหลัก: ใบแจ้งราคาสินค้า (Commercial Invoice), ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading/Air Waybill), บัญชีรายการบรรจุภัณฑ์ (Packing List), หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) หากใช้สิทธิ์ลดอากรตาม FTA (3) เสียอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตามพิกัดศุลกากรของสินค้า (4) สินค้าบางประเภทต้องตรวจปล่อยจากหน่วยงานเฉพาะก่อน เช่น อย. กรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร (5) เมื่อผ่านพิธีการแล้วจึงเบิกสินค้าออกจากท่าได้ ข้อควรระวัง: การแจ้งพิกัดหรือราคาผิดมีโทษปรับ อัตราอากรและเงื่อนไขตรวจสอบได้จากกรมศุลกากรโดยตรง ทีมงานช่วยเตรียมและแปลเอกสารการค้าให้ตรงตามที่กรมศุลกากรและคู่ค้าต่างประเทศต้องการ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  32. Q444. สินค้าอะไรบ้างที่นำเข้า-ส่งออกต้องมีใบอนุญาตพิเศษ?

    สินค้าควบคุมที่ต้องขอใบอนุญาตหรือมาตรฐานเพิ่มเติม ได้แก่: (1) อาหาร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง วัตถุเสพติด — ต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) (2) สินค้าเกษตร พืช สัตว์ และผลิตภัณฑ์ — ต้องผ่านการตรวจพิสูจน์จากกรมวิชาการเกษตรหรือกรมปศุสัตว์ (3) วัตถุอันตราย สารเคมี — อยู่ภายใต้กรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานเฉพาะ (4) สินค้าที่ติดบัญชีควบคุมการนำเข้า-ส่งออกของกรมการค้าต่างประเทศ เช่น สินค้าบางประเภทที่ต้องขอใบอนุญาตล่วงหน้า (5) เครื่องวิทยุและอุปกรณ์โทรคมนาคม — ต้องผ่านมาตรฐาน สทช. (6) สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือสินค้าต้องห้าม นำเข้าไม่ได้เลย ข้อควรระวัง: บัญชีสินค้าควบคุมปรับปรุงเป็นระยะ ตรวจสอบล่าสุดกับกรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรก่อนสั่งสินค้า ทีมงานช่วยตรวจว่าสินค้าของคุณต้องใช้ใบอนุญาตใด และประสานงานเอกสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  33. Q450. BOI คืออะไร และธุรกิจแบบไหนขอส่งเสริมการลงทุนได้?

    BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) เป็นหน่วยงานรัฐที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มกิจการที่รัฐต้องการส่งเสริม ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน กลุ่มกิจการที่มีโอกาสได้รับการส่งเสริม เช่น อุตสาหกรรมเป้าหมาย (อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ดิจิทัล ชีวการแพทย์) เกษตรแปรรูป โลจิสติกส์ และบริการบางประเภท เงื่อนไขพื้นฐานโดยทั่วไป: (1) จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไทย (ชาวต่างชาติถือหุ้นได้ตามเงื่อนไข BOI ซึ่งมักผ่อนปรนกว่ากฎหมายธุรกิจคนต่างด้าวทั่วไป) (2) มีเงินลงทุนขั้นต่ำตามที่แต่ละกิจการกำหนด (3) มีแผนธุรกิจและความเป็นไปได้ชัดเจน (4) ปฏิบัติตามเงื่อนไขเฉพาะกิจการ เช่น สัดส่วนการจ้างงานไทย เทคโนโลยีที่ใช้ ข้อควรระวัง: รายการกิจการและเงื่อนไขปรับตามประกาศ BOI เป็นระยะ ทีมงานช่วยประเมินว่าธุรกิจของคุณเข้าเกณฑ์กลุ่มใด และเตรียมเอกสารยื่นขอส่งเสริม ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือสำนักงาน คปภ. ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  34. Q451. ได้รับการส่งเสริม BOI แล้วได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?

    สิทธิประโยชน์ BOI แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่: (1) สิทธิทางภาษี ได้แก่ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามจำนวนปีที่กำหนดในแต่ละกลุ่มกิจการ ยกเว้นหรือลดอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ และยกเว้นภาษีเงินปันผลในบางกรณี (2) สิทธิที่ไม่ใช่ภาษี ได้แก่ อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือหุ้นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดได้ อนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการ และอำนวยความสะดวกวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติผ่านช่องทางพิเศษ ข้อควรระวัง: สิทธิแต่ละข้อมีเงื่อนไขและหน้าที่ติดตัว เช่น ต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อ BOI เป็นระยะ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสิทธิอาจถูกเพิกถอน ระดับสิทธิ (A1–A4, B) ต่างกันตามกลุ่มกิจการ ทีมงานช่วยวางแผนโครงสร้างให้ได้สิทธิสูงสุดตามเกณฑ์ และดูแลการรายงานต่อเนื่อง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือสำนักงาน คปภ. ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  35. Q452. ชาวต่างชาติขอ BOI ได้ไหม ต้องมีคนไทยถือหุ้นร่วมไหม?

    ชาวต่างชาติขอรับการส่งเสริม BOI ได้ และนี่คือข้อได้เปรียบสำคัญของเส้นทาง BOI: กิจการที่ได้รับการส่งเสริมส่วนใหญ่สามารถให้ชาวต่างชาติถือหุ้นได้ 100% โดยไม่ต้องมีคนไทยถือหุ้นร่วม ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจทั่วไปที่ถูกจำกัดโดย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวัง: (1) กิจการบางกลุ่มยังกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นไทยขั้นต่ำ ต้องตรวจเงื่อนไขเฉพาะกลุ่ม (2) ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไทยก่อนหรือหลังได้รับอนุมัติตามขั้นตอน (3) เงินทุนจดทะเบียนและเงินลงทุนขั้นต่ำต้องเป็นไปตามเกณฑ์ (4) แหล่งเงินทุนต้องชัดเจนและโอนเข้าตามหลักฐานที่ BOI ยอมรับ ทีมงานช่วยตรวจเงื่อนไขกลุ่มกิจการ จัดโครงสร้างผู้ถือหุ้น และเตรียมชุดเอกสารภาษาไทย-อังกฤษสำหรับยื่น BOI ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือสำนักงาน คปภ. ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  36. Q453. ขั้นตอนยื่นขอส่งเสริมการลงทุน BOI ทำอย่างไรบ้าง?

    ขั้นตอนโดยทั่วไป: (1) ศึกษาว่ากิจการอยู่ในกลุ่มที่ BOI ส่งเสริมหรือไม่ และระดับสิทธิใด (2) เตรียมแผนธุรกิจและเอกสารประกอบ เช่น ข้อมูลผู้ถือหุ้น เงินลงทุน เทคโนโลยี การจ้างงาน (3) ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ BOI (4) นัดสัมภาษณ์ชี้แจงโครงการกับเจ้าหน้าที่ BOI (5) รอการพิจารณาอนุมัติ ซึ่งระยะเวลาขึ้นกับขนาดเงินลงทุนและความซับซ้อนของโครงการ (6) เมื่อได้รับอนุมัติ ต้องตอบรับและจดทะเบียนนิติบุคคลภายในกำหนด (7) ขอรับใบส่งเสริมและเริ่มดำเนินการตามเงื่อนไข ข้อควรระวัง: เอกสารต้องครบและสอดคล้องกัน การแก้ไขย้อนหลังทำให้ล่าช้า และหลังได้ใบส่งเสริมยังมีหน้าที่รายงานต่อเนื่อง ทีมงานช่วยเตรียมเอกสาร ชี้แจงร่วม และดูแลหน้าที่หลังได้รับการส่งเสริม ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือสำนักงาน คปภ. ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  37. Q462. ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในไทยได้ไหม มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?

    ชาวต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมในไทยได้ภายใต้ พ.ร.บ.อาคารชุด โดยเงื่อนไขหลัก: (1) สัดส่วนห้องชุดที่ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ได้รวมกันไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคารนั้น (2) เงินค่าซื้อต้องโอนจากต่างประเทศเข้ามาเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ และต้องมีหลักฐานการโอนเงิน (FET/หนังสือรับรองธนาคาร) สำหรับยื่นโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน (3) ต้องเตรียมเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง หลักฐานการโอนเงิน และเอกสารจากนิติบุคคลอาคารชุด ข้อควรระวัง: ตรวจโควตาต่างชาติของอาคารก่อนจ่ายเงินมัดจำ ระวังการใช้นอมินีถือแทนซึ่งผิดกฎหมาย และค่าธรรมเนียมการโอนมีหลายส่วน ทีมงานช่วยตรวจสัญญา ตรวจโควตา ประสานธนาคารเรื่องหลักฐานโอนเงิน และไปโอนกรรมสิทธิ์พร้อมคุณ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  38. Q463. ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในไทยได้ไหม มีทางเลือกอะไรบ้าง?

    โดยหลักการ กฎหมายที่ดินไทยไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ยกเว้นกรณีพิเศษที่กฎหมายกำหนด เช่น การลงทุนขนาดใหญ่ที่ได้รับอนุญาตตามมาตราเฉพาะ หรือกิจการที่ได้รับส่งเสริม BOI ซึ่งอาจถือที่ดินเพื่อประกอบกิจการได้ ทางเลือกที่นิยมและถูกกฎหมาย: (1) เช่าระยะยาว (Lease) สูงสุด 30 ปีต่อรอบ จดทะเบียนที่กรมที่ดินได้ (2) สิทธิการเช่าแบบ superficies หรือ usufuct ตามแต่โครงสร้าง (3) ซื้อคอนโดมิเนียมในโควตาต่างชาติ (4) จัดตั้งนิติบุคคลไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย — ต้องไม่ใช่นอมินี ข้อควรระวัง: การใช้คนไทยถือแทน (นอมินี) ผิดกฎหมายและเสี่ยงฟ้องร้อง สัญญาเช่า 30+30 ปีที่โฆษณากัน ส่วนต่ออายุเป็นเพียงข้อตกลง ไม่ใช่สิทธิจดทะเบียนอัตโนมัติ ทีมงานช่วยออกแบบโครงสร้างที่ถูกกฎหมายและร่างสัญญาเช่าที่คุ้มครองคุณ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  39. Q464. ค่าโอนและภาษีตอนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในไทยมีอะไรบ้าง?

    การโอนอสังหาริมทรัพย์ที่กรมที่ดินมีค่าใช้จ่ายหลักหลายส่วน: (1) ค่าธรรมเนียมการโอนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (มีมาตรการลดหย่อนเป็นช่วงๆ ตามประกาศรัฐบาล) (2) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากผู้ขาย (3) ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ ขึ้นกับระยะเวลาถือครองและเงื่อนไข (4) ค่าจดจำนองหากมีการกู้ ข้อตกลงว่าใครจ่ายส่วนใดเป็นเรื่องเจรจาในสัญญาจะซื้อจะขาย ข้อควรระวัง: อัตราและมาตรการลดหย่อนเปลี่ยนตามประกาศ ควรคำนวณจากอัตราล่าสุดของกรมที่ดินก่อนนัดโอน และสำหรับชาวต่างชาติต้องเตรียมหลักฐานโอนเงินจากต่างประเทศเพิ่ม ทีมงานช่วยประเมินภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ตรวจสัญญา และเตรียมเอกสารวันโอนให้ครบ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  40. Q465. ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย ต้องตรวจสอบอะไรก่อนจ่ายเงินมัดจำ?

    ก่อนจ่ายเงินมัดจำควรตรวจอย่างน้อย: (1) โฉนดที่ดินตัวจริงที่กรมที่ดิน — ประเภทโฉนด เจ้าของ ภาระผูกพัน (จำนอง สิทธิเก็บกิน คำสั่งศาล) และประวัติการโอน (2) ผู้ขายคือเจ้าของตัวจริงหรือมีอำนาจโดยชอบ (3) สำหรับคอนโด: โควตาต่างชาติ หนี้ค่าส่วนกลางค้างชำระ และงบการเงินนิติบุคคลอาคารชุด (4) สำหรับที่ดิน/บ้าน: การรุกล้ำ ทางเข้าออก และข้อจำกัดกฎหมายเมือง (5) เงื่อนไขสัญญาจะซื้อจะขาย โดยเฉพาะเงื่อนไขคืนมัดจำ ข้อควรระวัง: อย่าโอนเงินก้อนใหญ่ก่อนตรวจโฉนด และควรให้ทนายอ่านสัญญาก่อนเซ็น โดยเฉพาะโครงการที่ขายระหว่างก่อสร้าง ทีมงานทำ due diligence ตรวจโฉนด รีวิวสัญญา และประสานวันโอนที่สำนักงานที่ดิน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  41. Q467. บริษัททัวร์ต่างชาติอยากเปิดธุรกิจนำเที่ยวในไทยต้องทำอย่างไร?

    ธุรกิจนำเที่ยวเป็นธุรกิจที่จำกัดสำหรับชาวต่างชาติตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว ขั้นตอนโดยทั่วไป: (1) จัดตั้งนิติบุคคลไทยที่มีคนไทยถือหุ้นตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด (ธุรกิจนำเที่ยวมักต้องมีคนไทยถือหุ้นส่วนใหญ่) (2) มีกรรมการ/ผู้จัดการที่มีคุณสมบัติตามที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด (3) วางเงินประกันความเสียหายตามเกณฑ์ (4) ยื่นขอใบอนุญาตพร้อมเอกสารบริษัทและแผนธุรกิจ (5) ปฏิบัติตามหน้าที่ต่อเนื่อง เช่น ต่ออายุใบอนุญาตและรายงาน ข้อควรระวัง: การใช้นอมินีถือหุ้นแทนผิดกฎหมาย และการทำธุรกิจทัวร์โดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษทั้งบุคคลและนิติบุคคล ทีมงานช่วยจัดโครงสร้างบริษัทที่ถูกต้อง เตรียมชุดขอใบอนุญาต และดูแล compliance ต่อเนื่อง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  42. Q468. เช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี ต่ออายุได้จริงไหม ควรระวังอะไร?

    การเช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวในไทยจดทะเบียนได้สูงสุด 30 ปีต่อรอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ทรัพย์เชิงพาณิชย์บางประเภทอาจยาวกว่าตามกฎหมายเฉพาะ) ประเด็นสำคัญเรื่องการต่ออายุ: (1) สัญญาเช่า 30 ปีที่จดทะเบียนแล้วมีผลบังคับตามกฎหมาย แต่ข้อตกลงต่ออายุอีก 30 ปีเป็นเพียงสัญญาส่วนตัวระหว่างคู่สัญญา ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสิทธิติดตัวทรัพย์ (2) หากที่ดินขายต่อ ผู้ซื้อใหม่ยังผูกพันกับสัญญาเช่าที่จดทะเบียน แต่ไม่จำเป็นต้องผูกพันกับสัญญาต่ออายุส่วนตัว (3) ควรใส่เงื่อนไขคุ้มครอง เช่น สิทธิซื้อคืน ค่าชดเชย และการจดทะเบียนภาระผูกพันเพิ่มเติม ข้อควรระวัง: โครงสร้าง 30+30+30 ที่โฆษณากันมีความเสี่ยงทางกฎหมาย ควรให้ทนายออกแบบสัญญาเฉพาะราย ทีมงานช่วยร่างสัญญาเช่า จดทะเบียนที่กรมที่ดิน และออกแบบกลไกคุ้มครองการต่ออายุ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  43. Q471. ผู้ถือวีซ่า DTV ต้องเสียภาษีในไทยไหม?

    ประเด็นภาษีของผู้ถือ DTV ขึ้นกับ 2 ปัจจัยหลักตามกฎหมายภาษีไทย: (1) สถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยทางภาษี — โดยทั่วไปผู้ที่อยู่ในไทยรวมกันถึงเกณฑ์วันที่กฎหมายกำหนดในปีภาษีนั้น ถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย (2) แหล่งเงินได้และการนำเข้า — เงินได้จากงานที่ทำในไทยอาจถือเป็นเงินได้เกิดในไทย และเงินได้ต่างประเทศที่นำเข้าไทยอาจเข้าเงื่อนไขต้องเสียภาษีตามหลักเกณฑ์ที่สรรพากรประกาศ ข้อควรระวัง: การทำงานระยะไกลจากไทยให้นายจ้างต่างประเทศเป็นเรื่องที่หลายประเทศกำลังปรับกฎ แนวทางเก็บภาษีจริงขึ้นกับข้อเท็จจริงรายบุคคล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีก่อนพำนักยาว ทีมงานบัญชีของเราช่วยประเมินสถานะภาษี วางแผนการนำเงินเข้า และยื่นภาษีให้ถูกต้อง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง หรือกระทรวงมหาดไทย ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  44. Q488. บัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ (FCD) ในไทยคืออะไร ใครเปิดได้?

    บัญชี FCD (Foreign Currency Deposit) คือบัญชีเงินฝากที่เก็บเงินเป็นสกุลต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร หรือเยน โดยไม่ต้องแปลงเป็นบาท ประโยชน์หลัก: (1) ลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับผู้มีรายได้/ภาระเป็นสกุลนั้น (2) รับเงินโอนจากต่างประเทศและถอนเป็นสกุลเดิมได้ (3) ใช้ประกอบธุรกรรมนำเข้า-ส่งออก ผู้เปิดได้โดยทั่วไป: นิติบุคคลไทยที่มีธุรกรรมต่างประเทศ ชาวต่างชาติที่พำนักในไทย และผู้มีเงินได้จากต่างประเทศ ตามเงื่อนไขธนาคารและหลักเกณฑ์ควบคุมเงินตราต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย ข้อควรระวัง: วงเงินและเงื่อนไขการถอน/โอนมีข้อจำกัดตามประกาศ และการโอนออกต่างประเทศบางรายการต้องมีหลักฐานประกอบ ทีมงานช่วยเตรียมเอกสารเปิดบัญชีและหลักฐานการโอนเงินสำหรับธุรกรรมธุรกิจ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานประกันสังคม ธนาคารที่ทำธุรกรรม หรือกรมการขนส่งทางบก ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

  45. Q526. ส่งเงินจากต่างประเทศกลับไทยอย่างไรให้ถูกต้องและคุ้มที่สุด?

    ช่องทางส่งเงินกลับไทย: (1) โอนผ่านธนาคาร (SWIFT) — ปลอดภัยแต่ค่าธรรมเนียมหลายต่อ (2) บริการโอนเงินออนไลน์ที่ได้รับอนุญาต — อัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมมักดีกว่า เปรียบเทียบได้ (3) แอปของธนาคารไทยที่รับโอนจากต่างประเทศ (4) ระบบ promptpay ข้ามประเทศในบางเส้นทาง เรื่องภาษี: เงินได้จากการทำงานต่างประเทศของผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยอาจมีประเด็นภาษีเมื่อนำเข้าไทย ขึ้นกับสถานะภาษีและปีที่ได้เงิน ตามหลักเกณฑ์สรรพากร ข้อควรระวัง: ใช้เฉพาะช่องทางที่ได้รับอนุญาต หลีกเลี่ยงระบบนอกระบบ (อันเดอร์กราวด์) เสี่ยงทั้งโดนโกงและผิดกฎหมายฟอกเงิน เก็บหลักฐานการโอนทุกครั้ง และโอนก้อนใหญ่ควรแจ้งธนาคารล่วงหน้า ทีมงานช่วยวางแผนการโอนและประเมินประเด็นภาษีให้เหมาะกับสถานะของคุณ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต กระทรวงแรงงาน หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

คำค้นในหมวดนี้ (40)

แต่ละคำค้นลิงก์ไปยังหน้าที่ตอบคำถามนั้นโดยตรง เช่น หน้าประเทศ หน้าประเภทวีซ่าของประเทศนั้น หรือหน้าบริการที่เกี่ยวข้อง

โทร 083-2494999 · LINE @NYC168 · contact@nyclegal.co.th

คลังความรู้นี้เขียนจากงานจริงที่ทีมเรายื่นทุกวัน ต่อยอดเป็นการสั่งงานได้ทันทีทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล — ไม่มีระบบตะกร้า ไม่ต้องสมัครสมาชิก

สอบถามเบื้องต้นฟรี: 083-2494999 · LINE @NYC168 · contact@nyclegal.co.th

แหล่งอ้างอิงทางการ — วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบจากหน่วยงานทางการด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนดำเนินการ

บริการที่เกี่ยวข้อง

งานเอกสารส่วนใหญ่ต้องทำต่อเนื่องหลายขั้น — เลือกขั้นถัดไปที่คุณต้องใช้ได้เลย

สอบถามเบื้องต้นฟรีทางโทรศัพท์ / LINE / อีเมล เพื่อรับขอบเขตงานและใบเสนอราคาหลังตรวจเอกสาร ระยะเวลาขึ้นกับงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลทั่วไปก่อนดำเนินการ: โปรดตรวจข้อกำหนดปัจจุบันกับหน่วยงานผู้รับก่อนใช้เอกสาร เนื้อหานี้ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะราย — ดูทีมงาน · นโยบายความถูกต้องของเนื้อหา

ยังเลือกไม่ถูก? อ่านคู่มือแนะนำบริการ

คู่มือแต่ละหมวดเขียนแบบตอบก่อน-อธิบายทีหลัง มีเกณฑ์ตัดสินใจ ตารางเปรียบเทียบ ขั้นตอนจริง และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เพื่อให้เลือกบริการได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก

ปรึกษาก่อนตัดสินใจ: 083-2494999 · LINE @NYC168 · contact@nyclegal.co.th