หน้าแรก / Visa KB / วีซ่าธุรกิจ / APEC
Visa — วีซ่าธุรกิจ / APEC

APEC card ยื่นเองได้ไหม?
ยื่นเองได้ ผู้ขอบัตร APEC ของไทยต้องเป็นนักธุรกิจที่มีบริษัทหรือนิติบุคคลรองรับตามเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐที่ดูแลโครงการ และยื่นผ่านช่องทางที่หน่วยงานนั้นกำหนด หลังอนุมัติในไทยแล้ว แต่ละเขตเศรษฐกิจสมาชิกจะพิจารณาอนุญาตเข้าประเทศของตนแยกกัน จึงใช้เวลาได้หลายเดือน บริการตัวแทนช่วยเรื่องเตรียมเอกสาร แต่ผลอนุมัติเป็นของหน่วยงานรัฐ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง ตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
คำถามในหมวดนี้ (45)
- Q11. APEC card ยื่นเองได้ไหม?
ยื่นเองได้ ผู้ขอบัตร APEC ของไทยต้องเป็นนักธุรกิจที่มีบริษัทหรือนิติบุคคลรองรับตามเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐที่ดูแลโครงการ และยื่นผ่านช่องทางที่หน่วยงานนั้นกำหนด หลังอนุมัติในไทยแล้ว แต่ละเขตเศรษฐกิจสมาชิกจะพิจารณาอนุญาตเข้าประเทศของตนแยกกัน จึงใช้เวลาได้หลายเดือน บริการตัวแทนช่วยเรื่องเตรียมเอกสาร แต่ผลอนุมัติเป็นของหน่วยงานรัฐ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- Q12. APEC สามารถใช้กับกี่ประเทศ?
APEC มี 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิก ผู้ถือบัตรเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าในเขตที่อนุมัติสิทธิ์ให้แล้ว (แสดงบนบัตรหรือในระบบ) สหรัฐฯ และแคนาดาอยู่ในสถานะ transitional คือให้ใช้ช่องทางด่วนที่สนามบินได้ แต่ยังต้องมีวีซ่าหรือเอกสารเข้าประเทศตามปกติ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- Q13. วีซ่าธุรกิจ B1 ต่างจาก B2 อย่างไร?
B-1 ใช้สำหรับกิจกรรมธุรกิจระยะสั้น เช่น ประชุม เจรจา เข้าร่วมสัมมนา ส่วน B-2 ใช้ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือรักษาพยาบาล ทั้งสองแบบห้ามทำงานรับค่าจ้างในสหรัฐฯ และสถานทูตมักออกเป็นวีซ่ารวม B1/B2 ในใบเดียว ให้เลือกตอบจุดประสงค์ใน DS-160 ตามการเดินทางจริงของทริปนั้น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- Q14. หนังสือเชิญจากต่างประเทศต้องรับรองอย่างไร?
ขึ้นกับประเทศ หลายประเทศรับหนังสือเชิญบนหัวจดหมายบริษัทพร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจโดยไม่ต้องรับรอง บางประเทศกำหนดให้ผู้เชิญทำเรื่องกับหน่วยงานในประเทศตน เช่น จดหมายเชิญที่ผ่านการอนุมัติของรัสเซีย หรือหนังสือค้ำประกันของเยอรมนี หนังสือควรระบุชื่อผู้ถูกเชิญตรงพาสปอร์ต วันเดินทาง จุดประสงค์ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- Q15. วีซ่าธุรกิจจีน M ต้องใช้เอกสารอะไร?
วีซ่า M ใช้สำหรับการค้าและธุรกิจ เอกสารหลักคือหนังสือเชิญจากบริษัทหรือหน่วยงานในจีนที่ระบุข้อมูลผู้ถูกเชิญ จุดประสงค์ วันเดินทาง และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย พร้อมหนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทในไทย แบบฟอร์มออนไลน์ และรูปถ่ายตามข้อกำหนด ถ้าทริปธุรกิจไม่เกิน 30 วัน อาจเข้าได้ด้วยสิทธิยกเว้นวีซ่า แต่ต้องตรวจเงื่อนไขกิจกรรมที่ทำได้ก่อน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- Q16. วีซ่าธุรกิจเยอรมนีต้องมีสัญญาไหม?
ไม่จำเป็นต้องมีสัญญา สิ่งที่สถานทูตเยอรมนีดูคือหนังสือเชิญจากบริษัทในเยอรมนีที่ระบุวัตถุประสงค์และผู้ออกค่าใช้จ่าย กับหนังสือจากนายจ้างไทยที่ยืนยันตำแหน่งและการส่งไปทำธุระ ถ้ามีเอกสารการค้าที่ผ่านมา เช่น ใบสั่งซื้อหรืออีเมลติดต่อ จะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ทางธุรกิจชัดขึ้น การไปทำงานจริงต้องใช้วีซ่าทำงาน ไม่ใช่วีซ่าธุรกิจ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- Q17. วีซ่าดูงาน trade show ต้องมีตั๋วงานไหม?
ควรมี หลักฐานการลงทะเบียนเข้างานหรือบัตรผู้เข้าชมที่มีชื่อผู้ยื่น ช่วยยืนยันจุดประสงค์ได้ดีที่สุด ถ้าไปออกบูธ ให้แนบสัญญาเช่าบูธและหนังสือจากบริษัท ถ้าผู้จัดงานส่งหนังสือเชิญมาให้ใช้ประกอบด้วย จองที่พักใกล้สถานที่จัดงานและกำหนดวันเดินทางให้สอดคล้องกับวันจัดงาน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- Q18. วีซ่าเซ็นสัญญาต้องระบุในหนังสือเชิญไหม?
ควรระบุ หนังสือเชิญที่เขียนว่ามาเพื่อลงนามสัญญา ประชุมเจรจา หรือตรวจรับสินค้า ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นว่ากิจกรรมอยู่ในขอบเขตวีซ่าธุรกิจ ไม่ใช่การทำงาน ควรระบุชื่อคู่สัญญา วันและสถานที่ และแนบหนังสือจากบริษัทไทยที่มอบหมายให้ผู้ยื่นมีอำนาจลงนาม ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- Q388. วีซ่าธุรกิจไทย (Non-B) ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
วีซ่า Non-Immigrant B สำหรับทำงานหรือประกอบธุรกิจในไทย เอกสารหลัก 2 ส่วน: (1) จากผู้สมัคร — หนังสือเดินทาง ใบสมัคร รูปถ่าย ประวัติการทำงาน/การศึกษา (2) จากบริษัทในไทย — หนังสือเชิญ หนังสือรับรองบริษัท งบการเงิน ภ.พ.20 หรือหลักฐานภาษี แผนที่ที่ตั้ง และหนังสืออนุญาตประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง สำหรับตำแหน่งที่ต้องมี Work Permit บริษัทต้องมีสัดส่วนทุนจดทะเบียนและอัตราส่วนพนักงานไทยต่อชาวต่างชาติตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทที่ได้รับส่งเสริม BOI ใช้ช่องทางและเงื่อนไขต่างออกไป วีซ่า Non-B เป็นเพียงสิทธิ์เข้าและพำนัก การทำงานจริงต้องมีใบอนุญาตทำงานแยกต่างหาก ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนยื่นทุกครั้ง
- Q391. วีซ่าลงทุนในไทยมีแบบไหนบ้าง?
มีหลายเส้นทางขึ้นกับขนาดและรูปแบบการลงทุน: (1) Non-Immigrant IM สำหรับผู้ลงทุนตามเงื่อนไขที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด (2) Non-B ธุรกิจ สำหรับผู้ตั้งหรือบริหารบริษัทในไทย (3) LTR Wealthy Investor วีซ่า 10 ปีสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ตามเกณฑ์ BOI (4) Smart Visa I สำหรับนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (5) การลงทุนผ่าน BOI ที่ให้สิทธิ์วีซ่าและใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ OSOS แต่ละแบบมีเงื่อนไขเงินลงทุน ประเภทธุรกิจ และสิทธิ์ต่างกันมาก และการซื้อคอนโดหรือที่ดินเพียงอย่างเดียวโดยทั่วไปไม่ได้ให้สิทธิ์วีซ่าโดยอัตโนมัติ ควรปรึกษาทนายเพื่อเลือกโครงสร้างที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนยื่นทุกครั้ง
- Q403. เอกสารบริษัทไทยจะใช้กับคู่ค้าต่างประเทศ ต้องรับรองอะไรบ้าง?
เอกสารนิติบุคคลไทยที่คู่ค้าหรือหน่วยงานต่างประเทศขอดูบ่อย ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท (Company Affidavit) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) หนังสือบริคณห์สนธิ และงบการเงิน ขั้นตอนโดยทั่วไป: (1) ขอเอกสารฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (บางฉบับขอออนไลน์ได้) (2) แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทาง (3) รับรองฉบับแปลและต้นฉบับที่กรมการกงสุล (4) รับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทาง หรือใช้ Apostille เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทย ข้อควรระวัง: หนังสือรับรองบริษัทมีอายุใช้งานจำกัดตามที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งยอมรับเฉพาะฉบับที่ออกไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด) จึงควรขอฉบับใหม่ใกล้วันยื่น และตรวจกับคู่ค้าปลายทางก่อนว่าต้องการเอกสารฉบับใด รับรองระดับใด เพื่อไม่ให้เสียเวลาทำเกินหรือขาด ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรมสรรพากร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q421. จดทะเบียนบริษัทจำกัดในไทย ต้องทำอย่างไรบ้าง?
ขั้นตอนหลักของการจดบริษัทจำกัด: (1) จองชื่อบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ทำออนไลน์ได้) (2) จัดประชุมตั้งบริษัท กำหนดผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน และกรรมการ (3) จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รับเลขทะเบียนและหนังสือรับรอง (4) จดทะเบียนภาษีกับกรมสรรพากร (เลขผู้เสียภาษี และ VAT หากเข้าเกณฑ์หรือต้องการออกใบกำกับภาษี) (5) เปิดบัญชีธนาคารบริษัท (6) หากจ้างพนักงาน ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม เอกสารสำคัญ: สำเนาบัตรประชาชน/หนังสือเดินทางของผู้ถือหุ้นและกรรมการ ที่ตั้งสำนักงาน และหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อควรระวัง: ชื่อบริษัทที่จองมีอายุจำกัด ต้องจดให้ทัน และหากมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการชาวต่างชาติ เอกสารบางส่วนต้องแปลและรับรอง ทีมงานช่วยได้ตั้งแต่จองชื่อจนถึงจดภาษีและเปิดบัญชี ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q422. ชาวต่างชาติถือหุ้นบริษัทไทยได้กี่เปอร์เซ็นต์?
โดยหลัก พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กำหนดให้ธุรกิจบางประเภท (บัญชีท้ายกฎหมาย) ชาวต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินสัดส่วนที่กำหนด (อ้างอิงทั่วไปไม่เกิน 49%) เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) หรือได้รับสิทธิ์พิเศษ เช่น การส่งเสริมการลงทุน BOI หรือสนธิสัญญาเฉพาะประเทศ ข้อควรระวังสำคัญ: (1) การใช้ 'นอมินี' (คนไทยถือหุ้นแทน) เป็นความผิดทางกฎหมาย ทั้งผู้ถือแทนและผู้ให้ถือแทนมีโทษ (2) บางธุรกิจเปิดให้ชาวต่างชาติถือหุ้นได้มากกว่าหรือทั้งหมด ขึ้นกับประเภทกิจการ (3) การวางโครงสร้างสิทธิ์ เช่น หุ้นประเภทต่างๆ ต้องทำให้ถูกต้องและโปร่งใส (4) ธุรกิจบางอย่าง เช่น ที่ดิน มีข้อจำกัดเฉพาะ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตั้งบริษัท เพราะโครงสร้างที่ผิดแก้ย้อนหลังยาก ทีมทนายของเราช่วยวางโครงสร้างที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q423. ทุนจดทะเบียนบริษัทควรตั้งเท่าไร?
กฎหมายไทยกำหนดทุนขั้นต่ำเพียงระดับสัญลักษณ์สำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป แต่ในทางปฏิบัติทุนจดทะเบียนควรสอดคล้องกับ: (1) ความจำเป็นทางธุรกิจจริง เงินทุนต้องเพียงพอต่อการดำเนินงาน (2) เกณฑ์การจ้างคนต่างด้าว หากต้องการขอใบอนุญาตทำงานให้ชาวต่างชาติ มีเกณฑ์ทุนจดทะเบียนต่อตำแหน่งที่หน่วยงานกำหนด (อัตราล่าสุดตรวจกับกรมการจัดหางาน) (3) เกณฑ์ใบอนุญาตเฉพาะ ธุรกิจบางประเภท เช่น นำเที่ยว หรือธุรกิจที่ขอ FBL มีทุนขั้นต่ำเฉพาะ (4) ความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้าและธนาคาร ข้อควรระวัง: ทุนที่ตั้งสูงเกินจำเป็นต้องมีหลักฐานการชำระจริงเมื่อถูกตรวจสอบ และการลดทุนภายหลังมีขั้นตอนทางกฎหมาย ควรกำหนดตัวเลขจากแผนธุรกิจจริง ทีมงานช่วยประเมินตัวเลขที่เหมาะสมจากวัตถุประสงค์ของบริษัท ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q424. บริษัทต่างประเทศจะมาตั้งสาขาหรือสำนักงานตัวแทนในไทยได้ไหม?
ได้ มีหลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์: (1) สำนักงานตัวแทน (Representative Office) ทำได้เฉพาะกิจกรรมที่ไม่หารายได้ เช่น หาแหล่งสินค้า ตรวจสอบคุณภาพ ให้คำแนะนำแก่สำนักงานใหญ่ รายงานข่าว (2) สาขา (Branch Office) ประกอบธุรกิจหารายได้ได้ แต่ต้องขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวสำหรับกิจการที่จำกัด (3) บริษัทย่อยในไทย จดเป็นนิติบุคคลไทยใหม่ มีความยืดหยุ่นสูงสุด (4) สำนักงานภูมิภาค สำหรับบริษัทข้ามชาติตามเงื่อนไขเฉพาะ แต่ละรูปแบบต่างกันเรื่องภาษี ความรับผิด และขั้นตอน เอกสารจากบริษัทแม่ต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรอง งบการเงิน หนังสือมอบอำนาจ ต้องรับรองในประเทศต้นทางและแปลเป็นไทย ทีมงานช่วยทั้งเลือกรูปแบบ เตรียมเอกสารแปลรับรอง และยื่นจดทะเบียน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q425. ห้างหุ้นส่วนกับบริษัทจำกัดต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน?
ความต่างสำคัญ: (1) ความรับผิด — ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหุ้นส่วนผู้จัดการที่รับผิดไม่จำกัด ส่วนบริษัทจำกัดผู้ถือหุ้นรับผิดเท่ามูลค่าหุ้น (2) สถานะนิติบุคคล — บริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคลแยกชัดเจน เหมาะกับการทำสัญญา กู้ยืม และขยายกิจการ (3) ภาษี — อัตราและวิธีคำนวณต่างกัน ห้างหุ้นส่วนบางแบบเสียภาษีแบบบุคคลธรรมดาในบางส่วน (4) ความต่อเนื่อง — บริษัทจำกัดอยู่ต่อได้แม้เปลี่ยนผู้ถือหุ้น ห้างหุ้นส่วนอาจสิ้นสุดเมื่อหุ้นส่วนผู้จัดการเปลี่ยน (5) ภาพลักษณ์ — คู่ค้าต่างประเทศและธนาคารมักยอมรับบริษัทจำกัดมากกว่า โดยทั่วไปธุรกิจที่ต้องการขยาย จ้างชาวต่างชาติ หรือทำสัญญากับองค์กรใหญ่ เหมาะกับบริษัทจำกัด ส่วนกิจการครอบครัวขนาดเล็กอาจพิจารณาห้างหุ้นส่วน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินตามแผนธุรกิจจริง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q426. เปลี่ยนกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือย้ายที่ตั้งบริษัท ต้องแจ้งใครบ้าง?
การเปลี่ยนแปลงสำคัญของบริษัทต้องจดทะเบียนแก้ไขกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า: (1) เปลี่ยนกรรมการหรืออำนาจกรรมการ — ต้องมีมติที่ประชุมและจดทะเบียนภายในกำหนด (2) เปลี่ยนผู้ถือหุ้น — โอนหุ้นและปรับบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) (3) ย้ายสำนักงาน — จดทะเบียนเปลี่ยนที่ตั้ง และหากข้ามจังหวัดมีขั้นตอนเพิ่ม (4) เพิ่ม/ลดทุน เปลี่ยนชื่อ แก้หนังสือบริคณห์สนธิ — ต้องมีมติวิสามัญและจดทะเบียน นอกจากนี้ต้องแจ้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง: กรมสรรพากร (ทะเบียนภาษี/VAT) ประกันสังคม ธนาคาร และหน่วยงานออกใบอนุญาตเฉพาะที่บริษัทถืออยู่ ข้อควรระวัง: การไม่จดทะเบียนแก้ไขมีค่าปรับ และเอกสารล่าสุดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงอาจทำให้ธุรกรรมอื่น เช่น การขอใบอนุญาตทำงาน สะดุด ทีมงานดูแลการจดทะเบียนแก้ไขครบทุกหน่วยงาน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q427. เลิกบริษัทในไทยต้องทำอย่างไร ไม่เลิกแต่ปล่อยไว้ได้ไหม?
การเลิกบริษัทอย่างถูกต้องมี 2 ขั้นตอนหลัก: (1) จดทะเบียนเลิกกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยต้องมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (2) ชำระบัญชี (liquidation) — แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี จ่ายหนี้ คืนทุน และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี พร้อมปิดทะเบียนภาษีกับกรมสรรพากรและประกันสังคม การปล่อยบริษัทไว้เฉยๆ โดยไม่เลิกมีความเสี่ยง: ยังต้องยื่นงบการเงินและแบบภาษีทุกปี หากไม่ยื่นมีค่าปรับสะสม กรรมการอาจมีความรับผิด และหน่วยงานอาจดำเนินการตามกฎหมาย ข้อควรระวัง: หากบริษัทมีหนี้ภาษีหรือหนี้ประกันสังคมค้าง ต้องชำระให้ครบก่อนปิด และหากมีใบอนุญาตเฉพาะหรือคนต่างด้าวทำงานอยู่ ต้องจัดการส่วนนั้นด้วย ทีมงานช่วยประเมินและดำเนินการเลิกบริษัทครบทุกขั้นตอน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q428. จดเครื่องหมายการค้าในไทย ทำอย่างไร และใช้เวลานานไหม?
การจดเครื่องหมายการค้ายื่นที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ขั้นตอนโดยรวม: (1) ค้นคว้าเบื้องต้นว่ามีเครื่องหมายเหมือนหรือคล้ายที่จดไว้แล้วหรือไม่ (2) ยื่นคำขอระบุเครื่องหมายและจำพวกสินค้า/บริการ (3) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ความจำเพาะ และความคล้าย (4) ประกาศรับคำขอให้สาธารณชนคัดค้านได้ตามระยะเวลาที่กำหนด (5) จดทะเบียนและออกใบสำคัญ ระยะเวลาโดยรวมขึ้นกับภาระงานของหน่วยงานและว่ามีคำคัดค้านหรือข้อแก้ไขหรือไม่ ไม่สามารถระบุตายตัวได้ ข้อควรระวัง: (1) การค้นคว้าก่อนยื่นช่วยลดโอกาสถูกปฏิเสธ (2) เครื่องหมายที่เป็นชื่อทั่วไป อธิบายสินค้า หรือขัดศีลธรรมมักถูกปฏิเสธ (3) ควรจดครอบคลุมจำพวกที่ใช้จริงและที่จะขยายในอนาคต ทีมงานช่วยค้นคว้า วางแผนจำพวก และยื่นติดตามจนจดทะเบียน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q429. จำพวกสินค้าและบริการ (Nice Classification) ในการจดเครื่องหมายคืออะไร?
เครื่องหมายการค้าจดแยกตาม 'จำพวก' ของสินค้าและบริการตามการจำแนกนานาชาติ (Nice Classification) ซึ่งแบ่งเป็น 45 จำพวก (สินค้า 34 จำพวก บริการ 11 จำพวก) การคุ้มครองมีผลเฉพาะจำพวกที่จดไว้ ตัวอย่างที่พบบ่อย: ร้านอาหารอยู่จำพวก 43 แต่ถ้าขายกาแฟถุงต้องจดจำพวก 30 ด้วย เสื้อผ้าอยู่จำพวก 25 เครื่องหนังจำพวก 18 การขายปลีก/ออนไลน์เกี่ยวกับจำพวก 35 เครื่องสำอางจำพวก 3 ข้อควรระวัง: (1) จดน้อยเกินไป เสี่ยงคนอื่นจดเครื่องหมายเดียวกันในจำพวกที่เราไม่ได้จด (2) จดกว้างเกินจริง เปลืองค่าธรรมเนียมและอาจถูกเพิกถอนจากการไม่ใช้ (3) ค่าธรรมเนียมคิดตามจำนวนจำพวกและรายการสินค้า (4) รายละเอียดรายการสินค้าในคำขอมีผลต่อขอบเขตการคุ้มครอง ทีมงานช่วยวางแผนจำพวกให้ครอบคลุมธุรกิจจริงและแผนขยายในอนาคต ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q430. จดเครื่องหมายการค้าต่างประเทศจากไทยทำได้ไหม (Madrid Protocol)?
ได้ ไทยเป็นสมาชิกระบบมาดริด (Madrid Protocol) ทำให้ผู้มีถิ่นหรือกิจการในไทยยื่นคำขอเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญหาไทย เพื่อขอคุ้มครองในประเทศสมาชิกที่เลือกได้ในคำขอเดียว ข้อดี: ประหยัดกว่ายื่นแยกแต่ละประเทศ จัดการต่ออายุและเปลี่ยนแปลงรวมศูนย์ เงื่อนไขสำคัญ: (1) ต้องมีคำขอหรือเครื่องหมายที่จดในไทยเป็นฐาน (2) การคุ้มครองในแต่ละประเทศยังขึ้นกับการตรวจสอบของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาประเทศนั้น อาจถูกปฏิเสธเฉพาะประเทศได้ (3) ช่วงระยะเวลาตามกฎหมายแรก เครื่องหมายระหว่างประเทศผูกกับเครื่องหมายฐานในไทย หากฐานถูกเพิกถอนอาจกระทบทั้งหมด (4) ประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกมาดริดต้องยื่นแยกโดยตรง ทีมงานช่วยวางแผนว่าประเทศเป้าหมายของคุณควรใช้มาดริดหรือยื่นตรง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q431. เครื่องหมายการค้ามีอายุกี่ปี และต่ออายุอย่างไร?
เครื่องหมายการค้าที่จดในไทยมีอายุคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด (อ้างอิงทั่วไป 10 ปีนับจากวันจดทะเบียน) และต่ออายุได้เรื่อยๆ ครั้งละระยะเวลาเท่าเดิม โดยยื่นคำขอต่ออายุกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนหมดอายุภายในช่วงที่กำหนด (มีช่วงผ่อนผันหลังหมดอายุพร้อมค่าธรรมเนียมเพิ่มตามกฎหมาย) ข้อควรระวัง: (1) หากไม่ต่ออายุภายในกำหนด เครื่องหมายจะสิ้นสุดและคนอื่นอาจจดเครื่องหมายเดียวกันได้ (2) เครื่องหมายที่ไม่ได้ใช้จริงต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจถูกผู้อื่นขอเพิกถอนได้ (3) หากเปลี่ยนชื่อหรือที่อยู่ผู้ถือ ควรจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ข้อมูลตรง (4) การโอนหรืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรและจดทะเบียนตามกฎหมาย ทีมงานช่วยเฝ้าระวังกำหนดต่ออายุและจัดการเอกสารให้ตรงเวลา ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q432. มีโลโก้แล้ว จำเป็นต้องจดเครื่องหมายการค้าไหม?
การออกแบบโลโก้เองหรือใช้มานาน ไม่ได้ให้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวโดยอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ลิขสิทธิ์คุ้มครอง 'งานออกแบบ' แต่ไม่ได้ห้ามคนอื่นใช้ชื่อหรือเครื่องหมายที่คล้ายกันในทางการค้า สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดคือการจดเครื่องหมายการค้า ซึ่งให้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในจำพวกที่จด และใช้เป็นหลักฐานเมื่อมีผู้ละเมิด ความเสี่ยงหากไม่จด: (1) คนอื่นจดเครื่องหมายคล้ายก่อน แล้วเราอาจถูกฟ้องกลับแม้ใช้มาก่อน (2) เปิดสาขาหรือขยายธุรกิจแล้วชนกับเครื่องหมายคนอื่น (3) ขายสินค้าออนไลน์ข้ามประเทศโดยไม่มีสิทธิ์ในประเทศปลายทาง (4) ต้องรีแบรนด์ทั้งระบบ ป้าย บรรจุภัณฑ์ เว็บไซต์ หากมีข้อพิพาท คำแนะนำ: ค้นคว้าและจดตั้งแต่ก่อนเปิดตัวหรือเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะก่อนสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก ทีมงานช่วยค้นคว้าและยื่นจดทั้งในไทยและต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือกรมสรรพากรก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q433. PDPA คืออะไร และธุรกิจของฉันต้องปฏิบัติตามหรือไม่?
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) เป็นกฎหมายที่คุ้มครองข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ เช่น ชื่อ เบอร์โทร อีเมล ที่อยู่ ข้อมูลสุขภาพ โดยมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 ธุรกิจเกือบทุกประเภทที่เก็บข้อมูลลูกค้า พนักงาน หรือผู้ติดต่อ (แม้แต่ร้านค้าเล็กๆ ที่เก็บเบอร์ลูกค้า) อยู่ในข่ายต้องปฏิบัติตาม หน้าที่หลักของผู้ควบคุมข้อมูล: (1) มีฐานทางกฎหมายในการเก็บใช้ข้อมูล เช่น ความยินยอมหรือความจำเป็นตามสัญญา (2) แจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลให้เจ้าของข้อมูลทราบ (3) เก็บรักษาอย่างปลอดภัย (4) เปิดช่องทางให้เจ้าของข้อมูลใช้สิทธิ เช่น ขอเข้าถึง ขอลบ ขอแก้ไข (5) แจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหลต่อสำนักงาน PDPC เมื่อมีความเสี่ยงสูง ข้อยกเว้นมีเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น การใช้ส่วนตัวในครัวเรือน ทีมงานช่วยทบทวนแผนการเก็บข้อมูล จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัว และเอกสารความยินยอมให้ครบตามกฎหมาย ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q434. ธุรกิจเล็กๆ หรือร้านค้าออนไลน์ต้องทำ PDPA ด้วยหรือไม่?
ต้องทำ PDPA ไม่ได้แบ่งตามขนาดธุรกิจ แต่แบ่งตามว่ามีการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ ร้านค้าออนไลน์ที่เก็บชื่อ ที่อยู่จัดส่ง เบอร์โทร หรือประวัติการสั่งซื้อของลูกค้า ถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลตามกฎหมาย สิ่งที่ควรเริ่มทำ: (1) จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) แจ้งลูกค้าว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร เก็บนานแค่ไหน (2) ขอความยินยอมในกรณีที่จำเป็น เช่น การตลาดหรือส่งโปรโมชั่น (3) จำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่จำเป็น (4) มีช่องทางให้ลูกค้าติดต่อใช้สิทธิ (5) ลบข้อมูลเมื่อหมดความจำเป็น ข้อควรระวัง: การส่งข้อมูลลูกค้าให้บริษัทขนส่งหรือแพลตฟอร์มต่างๆ ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูล ควรมีข้อตกลงกับผู้ประมวลผลข้อมูล ทีมงานช่วยจัดทำเอกสาร PDPA ฉบับเรียบง่ายที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กโดยเฉพาะ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q435. ความยินยอม (Consent) ตาม PDPA ต้องขออย่างไรให้ถูกต้อง?
ความยินยอมที่ถูกต้องตาม PDPA ต้องมีคุณสมบัติ: (1) ชัดแจ้ง แยกจากข้อความหรือเอกสารอื่น ไม่ซ่อนอยู่ในข้อกำหนดยาวๆ (2) ระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ว่าจะเอาข้อมูลไปทำอะไร (3) ให้เจ้าของข้อมูลเลือกตอบรับโดยสมัครใจ ห้ามบังคับหรือผูกเงื่อนไขให้บริการเกินความจำเป็น (4) สามารถถอนความยินยอมได้ง่ายพอๆ กับตอนให้ (5) ต้องพิสูจน์ได้ว่าได้รับความยินยอมจริง จึงควรเก็บหลักฐานการให้ความยินยอม ข้อควรระวัง: ช่องติ๊กที่ติ๊กไว้ล่วงหน้า (pre-ticked box) ไม่ถือเป็นความยินยอมที่ถูกต้อง และข้อมูลอ่อนไหว เช่น สุขภาพ เชื้อชาติ ศาสนา ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งแยกต่างหาก เว้นแต่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย ทีมงานช่วยร่างแบบฟอร์มความยินยอมทั้งภาษาไทยและอังกฤษให้ถูกหลัก ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q436. ลูกค้าหรือพนักงานมีสิทธิอะไรบ้างตาม PDPA?
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิหลักตาม PDPA ดังนี้: (1) สิทธิขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลของตนที่ธุรกิจเก็บไว้ (2) สิทธิขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ทันสมัย (3) สิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อหมดความจำเป็น หรือเมื่อถอนความยินยอม (4) สิทธิขอระงับการใช้ข้อมูลในบางกรณี (5) สิทธิคัดค้านการเก็บใช้ข้อมูล เช่น เพื่อการตลาด (6) สิทธิขอโอนย้ายข้อมูลไปยังผู้ควบคุมรายอื่น (7) สิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ (8) สิทธิร้องเรียนต่อสำนักงาน PDPC หากธุรกิจไม่ปฏิบัติตาม ธุรกิจต้องตอบคำขอภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และต้องมีช่องทางรับคำขอที่สะดวก การเตรียมระบบรองรับสิทธิเหล่านี้ล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงถูกร้องเรียน ทีมงานช่วยออกแบบขั้นตอนรับ-ตอบคำขอสิทธิให้เป็นระบบ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q437. DPO คือใคร และธุรกิจต้องแต่งตั้งเมื่อไร?
DPO (Data Protection Officer) คือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติตาม PDPA ภายในองค์กร ให้คำแนะนำ และเป็นจุดติดต่อกับสำนักงาน PDPC และเจ้าของข้อมูล กฎหมายกำหนดให้แต่งตั้ง DPO เมื่อ: (1) เป็นหน่วยงานสาธารณะ (2) กิจกรรมหลักต้องติดตามข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากอย่างสม่ำเสมอ เช่น ธุรกิจที่เก็บพฤติกรรมลูกค้าขนาดใหญ่ (3) กิจกรรมหลักเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว เช่น สุขภาพ ธุรกิจทั่วไปที่ไม่เข้าเกณฑ์ไม่บังคับแต่งตั้ง แต่ควรมีผู้รับผิดชอบเรื่องข้อมูลอย่างน้อยหนึ่งคน DPO อาจเป็นพนักงานภายในหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่ว่าจ้าง ทีมงานให้บริการที่ปรึกษา DPO ภายนอกสำหรับธุรกิจที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญโดยไม่ต้องจ้างประจำ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q438. ถ้าไม่ปฏิบัติตาม PDPA มีโทษอะไรบ้าง?
PDPA กำหนดโทษ 3 ระดับ: (1) โทษทางปกครอง ค่าปรับปกครองตามอัตราที่กฎหมายกำหนดต่อความผิดแต่ละประเภท โดยกรณีร้ายแรง เช่น เก็บข้อมูลอ่อนไหวโดยไม่มีฐานกฎหมาย มีอัตราปรับสูงสุดตามที่ พ.ร.บ. กำหนด (อัตราล่าสุดตรวจกับสำนักงาน PDPC) (2) โทษทางอาญา บางความผิด เช่น เปิดเผยข้อมูลโดยไม่มีสิทธิเพื่อแสวงหาประโยชน์ มีโทษทั้งจำและปรับ (3) ความรับผิดทางแพ่ง เจ้าของข้อมูลที่ได้รับความเสียหายฟ้องเรียกค่าชดเชยได้ และศาลอาจกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีความเสียหายต่อชื่อเสียงธุรกิจเมื่อข้อมูลรั่วไหล ข้อควรระวัง: กรรมการหรือผู้บริหารอาจรับผิดร่วมในบางกรณี การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าถูกกว่าแก้ปัญหาหลังถูกปรับมาก ทีมงานช่วยประเมินช่องว่าง (gap assessment) และวางแผนปรับปรุงตามลำดับความเสี่ยง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q442. อยากทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง?
ขั้นตอนหลักสำหรับผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกในไทย: (1) จดทะเบียนนิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (2) จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร (3) ลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกกับกรมศุลกากร และลงทะเบียนใช้ระบบ e-Customs เพื่อยื่นใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (4) หากนำเข้าสินค้าที่กฎหมายควบคุม เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง ต้องขอใบอนุญาตเฉพาะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. หรือกรมการค้าต่างประเทศ (5) สินค้าบางประเภทต้องผ่านการตรวจมาตรฐาน มอก. ข้อควรระวัง: ชาวต่างชาติที่ตั้งบริษัทนำเข้า-ส่งออกในไทยต้องพิจารณาข้อจำกัดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วย เอกสารที่ใช้กับหน่วยงานต่างประเทศมักต้องแปลและรับรอง ทีมงานช่วยได้ตั้งแต่จดบริษัท ลงทะเบียนศุลกากร จนถึงแปลและรับรองเอกสารการค้า ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q443. พิธีการศุลกากรนำเข้าสินค้าทำอย่างไร และใช้เอกสารอะไรบ้าง?
พิธีการศุลกากรนำเข้าโดยทั่วไป: (1) ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าผ่านระบบ e-Customs ของกรมศุลกากร (ทำเองได้หรือว่าจ้างตัวแทนออกของ/ชิปปิ้ง) (2) เอกสารประกอบหลัก: ใบแจ้งราคาสินค้า (Commercial Invoice), ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading/Air Waybill), บัญชีรายการบรรจุภัณฑ์ (Packing List), หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) หากใช้สิทธิ์ลดอากรตาม FTA (3) เสียอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตามพิกัดศุลกากรของสินค้า (4) สินค้าบางประเภทต้องตรวจปล่อยจากหน่วยงานเฉพาะก่อน เช่น อย. กรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร (5) เมื่อผ่านพิธีการแล้วจึงเบิกสินค้าออกจากท่าได้ ข้อควรระวัง: การแจ้งพิกัดหรือราคาผิดมีโทษปรับ อัตราอากรและเงื่อนไขตรวจสอบได้จากกรมศุลกากรโดยตรง ทีมงานช่วยเตรียมและแปลเอกสารการค้าให้ตรงตามที่กรมศุลกากรและคู่ค้าต่างประเทศต้องการ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q444. สินค้าอะไรบ้างที่นำเข้า-ส่งออกต้องมีใบอนุญาตพิเศษ?
สินค้าควบคุมที่ต้องขอใบอนุญาตหรือมาตรฐานเพิ่มเติม ได้แก่: (1) อาหาร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง วัตถุเสพติด — ต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) (2) สินค้าเกษตร พืช สัตว์ และผลิตภัณฑ์ — ต้องผ่านการตรวจพิสูจน์จากกรมวิชาการเกษตรหรือกรมปศุสัตว์ (3) วัตถุอันตราย สารเคมี — อยู่ภายใต้กรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานเฉพาะ (4) สินค้าที่ติดบัญชีควบคุมการนำเข้า-ส่งออกของกรมการค้าต่างประเทศ เช่น สินค้าบางประเภทที่ต้องขอใบอนุญาตล่วงหน้า (5) เครื่องวิทยุและอุปกรณ์โทรคมนาคม — ต้องผ่านมาตรฐาน สทช. (6) สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือสินค้าต้องห้าม นำเข้าไม่ได้เลย ข้อควรระวัง: บัญชีสินค้าควบคุมปรับปรุงเป็นระยะ ตรวจสอบล่าสุดกับกรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรก่อนสั่งสินค้า ทีมงานช่วยตรวจว่าสินค้าของคุณต้องใช้ใบอนุญาตใด และประสานงานเอกสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ETDA กรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q450. BOI คืออะไร และธุรกิจแบบไหนขอส่งเสริมการลงทุนได้?
BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) เป็นหน่วยงานรัฐที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มกิจการที่รัฐต้องการส่งเสริม ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน กลุ่มกิจการที่มีโอกาสได้รับการส่งเสริม เช่น อุตสาหกรรมเป้าหมาย (อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ดิจิทัล ชีวการแพทย์) เกษตรแปรรูป โลจิสติกส์ และบริการบางประเภท เงื่อนไขพื้นฐานโดยทั่วไป: (1) จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไทย (ชาวต่างชาติถือหุ้นได้ตามเงื่อนไข BOI ซึ่งมักผ่อนปรนกว่ากฎหมายธุรกิจคนต่างด้าวทั่วไป) (2) มีเงินลงทุนขั้นต่ำตามที่แต่ละกิจการกำหนด (3) มีแผนธุรกิจและความเป็นไปได้ชัดเจน (4) ปฏิบัติตามเงื่อนไขเฉพาะกิจการ เช่น สัดส่วนการจ้างงานไทย เทคโนโลยีที่ใช้ ข้อควรระวัง: รายการกิจการและเงื่อนไขปรับตามประกาศ BOI เป็นระยะ ทีมงานช่วยประเมินว่าธุรกิจของคุณเข้าเกณฑ์กลุ่มใด และเตรียมเอกสารยื่นขอส่งเสริม ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือสำนักงาน คปภ. ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q451. ได้รับการส่งเสริม BOI แล้วได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?
สิทธิประโยชน์ BOI แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่: (1) สิทธิทางภาษี ได้แก่ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามจำนวนปีที่กำหนดในแต่ละกลุ่มกิจการ ยกเว้นหรือลดอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ และยกเว้นภาษีเงินปันผลในบางกรณี (2) สิทธิที่ไม่ใช่ภาษี ได้แก่ อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือหุ้นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดได้ อนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการ และอำนวยความสะดวกวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติผ่านช่องทางพิเศษ ข้อควรระวัง: สิทธิแต่ละข้อมีเงื่อนไขและหน้าที่ติดตัว เช่น ต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อ BOI เป็นระยะ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสิทธิอาจถูกเพิกถอน ระดับสิทธิ (A1–A4, B) ต่างกันตามกลุ่มกิจการ ทีมงานช่วยวางแผนโครงสร้างให้ได้สิทธิสูงสุดตามเกณฑ์ และดูแลการรายงานต่อเนื่อง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือสำนักงาน คปภ. ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q452. ชาวต่างชาติขอ BOI ได้ไหม ต้องมีคนไทยถือหุ้นร่วมไหม?
ชาวต่างชาติขอรับการส่งเสริม BOI ได้ และนี่คือข้อได้เปรียบสำคัญของเส้นทาง BOI: กิจการที่ได้รับการส่งเสริมส่วนใหญ่สามารถให้ชาวต่างชาติถือหุ้นได้ 100% โดยไม่ต้องมีคนไทยถือหุ้นร่วม ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจทั่วไปที่ถูกจำกัดโดย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวัง: (1) กิจการบางกลุ่มยังกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นไทยขั้นต่ำ ต้องตรวจเงื่อนไขเฉพาะกลุ่ม (2) ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไทยก่อนหรือหลังได้รับอนุมัติตามขั้นตอน (3) เงินทุนจดทะเบียนและเงินลงทุนขั้นต่ำต้องเป็นไปตามเกณฑ์ (4) แหล่งเงินทุนต้องชัดเจนและโอนเข้าตามหลักฐานที่ BOI ยอมรับ ทีมงานช่วยตรวจเงื่อนไขกลุ่มกิจการ จัดโครงสร้างผู้ถือหุ้น และเตรียมชุดเอกสารภาษาไทย-อังกฤษสำหรับยื่น BOI ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือสำนักงาน คปภ. ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q453. ขั้นตอนยื่นขอส่งเสริมการลงทุน BOI ทำอย่างไรบ้าง?
ขั้นตอนโดยทั่วไป: (1) ศึกษาว่ากิจการอยู่ในกลุ่มที่ BOI ส่งเสริมหรือไม่ และระดับสิทธิใด (2) เตรียมแผนธุรกิจและเอกสารประกอบ เช่น ข้อมูลผู้ถือหุ้น เงินลงทุน เทคโนโลยี การจ้างงาน (3) ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ BOI (4) นัดสัมภาษณ์ชี้แจงโครงการกับเจ้าหน้าที่ BOI (5) รอการพิจารณาอนุมัติ ซึ่งระยะเวลาขึ้นกับขนาดเงินลงทุนและความซับซ้อนของโครงการ (6) เมื่อได้รับอนุมัติ ต้องตอบรับและจดทะเบียนนิติบุคคลภายในกำหนด (7) ขอรับใบส่งเสริมและเริ่มดำเนินการตามเงื่อนไข ข้อควรระวัง: เอกสารต้องครบและสอดคล้องกัน การแก้ไขย้อนหลังทำให้ล่าช้า และหลังได้ใบส่งเสริมยังมีหน้าที่รายงานต่อเนื่อง ทีมงานช่วยเตรียมเอกสาร ชี้แจงร่วม และดูแลหน้าที่หลังได้รับการส่งเสริม ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือสำนักงาน คปภ. ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q462. ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในไทยได้ไหม มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?
ชาวต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมในไทยได้ภายใต้ พ.ร.บ.อาคารชุด โดยเงื่อนไขหลัก: (1) สัดส่วนห้องชุดที่ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ได้รวมกันไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคารนั้น (2) เงินค่าซื้อต้องโอนจากต่างประเทศเข้ามาเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ และต้องมีหลักฐานการโอนเงิน (FET/หนังสือรับรองธนาคาร) สำหรับยื่นโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน (3) ต้องเตรียมเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง หลักฐานการโอนเงิน และเอกสารจากนิติบุคคลอาคารชุด ข้อควรระวัง: ตรวจโควตาต่างชาติของอาคารก่อนจ่ายเงินมัดจำ ระวังการใช้นอมินีถือแทนซึ่งผิดกฎหมาย และค่าธรรมเนียมการโอนมีหลายส่วน ทีมงานช่วยตรวจสัญญา ตรวจโควตา ประสานธนาคารเรื่องหลักฐานโอนเงิน และไปโอนกรรมสิทธิ์พร้อมคุณ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q463. ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในไทยได้ไหม มีทางเลือกอะไรบ้าง?
โดยหลักการ กฎหมายที่ดินไทยไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ยกเว้นกรณีพิเศษที่กฎหมายกำหนด เช่น การลงทุนขนาดใหญ่ที่ได้รับอนุญาตตามมาตราเฉพาะ หรือกิจการที่ได้รับส่งเสริม BOI ซึ่งอาจถือที่ดินเพื่อประกอบกิจการได้ ทางเลือกที่นิยมและถูกกฎหมาย: (1) เช่าระยะยาว (Lease) สูงสุด 30 ปีต่อรอบ จดทะเบียนที่กรมที่ดินได้ (2) สิทธิการเช่าแบบ superficies หรือ usufuct ตามแต่โครงสร้าง (3) ซื้อคอนโดมิเนียมในโควตาต่างชาติ (4) จัดตั้งนิติบุคคลไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย — ต้องไม่ใช่นอมินี ข้อควรระวัง: การใช้คนไทยถือแทน (นอมินี) ผิดกฎหมายและเสี่ยงฟ้องร้อง สัญญาเช่า 30+30 ปีที่โฆษณากัน ส่วนต่ออายุเป็นเพียงข้อตกลง ไม่ใช่สิทธิจดทะเบียนอัตโนมัติ ทีมงานช่วยออกแบบโครงสร้างที่ถูกกฎหมายและร่างสัญญาเช่าที่คุ้มครองคุณ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q464. ค่าโอนและภาษีตอนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในไทยมีอะไรบ้าง?
การโอนอสังหาริมทรัพย์ที่กรมที่ดินมีค่าใช้จ่ายหลักหลายส่วน: (1) ค่าธรรมเนียมการโอนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (มีมาตรการลดหย่อนเป็นช่วงๆ ตามประกาศรัฐบาล) (2) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากผู้ขาย (3) ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ ขึ้นกับระยะเวลาถือครองและเงื่อนไข (4) ค่าจดจำนองหากมีการกู้ ข้อตกลงว่าใครจ่ายส่วนใดเป็นเรื่องเจรจาในสัญญาจะซื้อจะขาย ข้อควรระวัง: อัตราและมาตรการลดหย่อนเปลี่ยนตามประกาศ ควรคำนวณจากอัตราล่าสุดของกรมที่ดินก่อนนัดโอน และสำหรับชาวต่างชาติต้องเตรียมหลักฐานโอนเงินจากต่างประเทศเพิ่ม ทีมงานช่วยประเมินภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ตรวจสัญญา และเตรียมเอกสารวันโอนให้ครบ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q465. ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย ต้องตรวจสอบอะไรก่อนจ่ายเงินมัดจำ?
ก่อนจ่ายเงินมัดจำควรตรวจอย่างน้อย: (1) โฉนดที่ดินตัวจริงที่กรมที่ดิน — ประเภทโฉนด เจ้าของ ภาระผูกพัน (จำนอง สิทธิเก็บกิน คำสั่งศาล) และประวัติการโอน (2) ผู้ขายคือเจ้าของตัวจริงหรือมีอำนาจโดยชอบ (3) สำหรับคอนโด: โควตาต่างชาติ หนี้ค่าส่วนกลางค้างชำระ และงบการเงินนิติบุคคลอาคารชุด (4) สำหรับที่ดิน/บ้าน: การรุกล้ำ ทางเข้าออก และข้อจำกัดกฎหมายเมือง (5) เงื่อนไขสัญญาจะซื้อจะขาย โดยเฉพาะเงื่อนไขคืนมัดจำ ข้อควรระวัง: อย่าโอนเงินก้อนใหญ่ก่อนตรวจโฉนด และควรให้ทนายอ่านสัญญาก่อนเซ็น โดยเฉพาะโครงการที่ขายระหว่างก่อสร้าง ทีมงานทำ due diligence ตรวจโฉนด รีวิวสัญญา และประสานวันโอนที่สำนักงานที่ดิน ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q467. บริษัททัวร์ต่างชาติอยากเปิดธุรกิจนำเที่ยวในไทยต้องทำอย่างไร?
ธุรกิจนำเที่ยวเป็นธุรกิจที่จำกัดสำหรับชาวต่างชาติตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว ขั้นตอนโดยทั่วไป: (1) จัดตั้งนิติบุคคลไทยที่มีคนไทยถือหุ้นตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด (ธุรกิจนำเที่ยวมักต้องมีคนไทยถือหุ้นส่วนใหญ่) (2) มีกรรมการ/ผู้จัดการที่มีคุณสมบัติตามที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด (3) วางเงินประกันความเสียหายตามเกณฑ์ (4) ยื่นขอใบอนุญาตพร้อมเอกสารบริษัทและแผนธุรกิจ (5) ปฏิบัติตามหน้าที่ต่อเนื่อง เช่น ต่ออายุใบอนุญาตและรายงาน ข้อควรระวัง: การใช้นอมินีถือหุ้นแทนผิดกฎหมาย และการทำธุรกิจทัวร์โดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษทั้งบุคคลและนิติบุคคล ทีมงานช่วยจัดโครงสร้างบริษัทที่ถูกต้อง เตรียมชุดขอใบอนุญาต และดูแล compliance ต่อเนื่อง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q468. เช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี ต่ออายุได้จริงไหม ควรระวังอะไร?
การเช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวในไทยจดทะเบียนได้สูงสุด 30 ปีต่อรอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ทรัพย์เชิงพาณิชย์บางประเภทอาจยาวกว่าตามกฎหมายเฉพาะ) ประเด็นสำคัญเรื่องการต่ออายุ: (1) สัญญาเช่า 30 ปีที่จดทะเบียนแล้วมีผลบังคับตามกฎหมาย แต่ข้อตกลงต่ออายุอีก 30 ปีเป็นเพียงสัญญาส่วนตัวระหว่างคู่สัญญา ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสิทธิติดตัวทรัพย์ (2) หากที่ดินขายต่อ ผู้ซื้อใหม่ยังผูกพันกับสัญญาเช่าที่จดทะเบียน แต่ไม่จำเป็นต้องผูกพันกับสัญญาต่ออายุส่วนตัว (3) ควรใส่เงื่อนไขคุ้มครอง เช่น สิทธิซื้อคืน ค่าชดเชย และการจดทะเบียนภาระผูกพันเพิ่มเติม ข้อควรระวัง: โครงสร้าง 30+30+30 ที่โฆษณากันมีความเสี่ยงทางกฎหมาย ควรให้ทนายออกแบบสัญญาเฉพาะราย ทีมงานช่วยร่างสัญญาเช่า จดทะเบียนที่กรมที่ดิน และออกแบบกลไกคุ้มครองการต่ออายุ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการท่องเที่ยว หรือกรมที่ดิน ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q471. ผู้ถือวีซ่า DTV ต้องเสียภาษีในไทยไหม?
ประเด็นภาษีของผู้ถือ DTV ขึ้นกับ 2 ปัจจัยหลักตามกฎหมายภาษีไทย: (1) สถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยทางภาษี — โดยทั่วไปผู้ที่อยู่ในไทยรวมกันถึงเกณฑ์วันที่กฎหมายกำหนดในปีภาษีนั้น ถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย (2) แหล่งเงินได้และการนำเข้า — เงินได้จากงานที่ทำในไทยอาจถือเป็นเงินได้เกิดในไทย และเงินได้ต่างประเทศที่นำเข้าไทยอาจเข้าเงื่อนไขต้องเสียภาษีตามหลักเกณฑ์ที่สรรพากรประกาศ ข้อควรระวัง: การทำงานระยะไกลจากไทยให้นายจ้างต่างประเทศเป็นเรื่องที่หลายประเทศกำลังปรับกฎ แนวทางเก็บภาษีจริงขึ้นกับข้อเท็จจริงรายบุคคล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีก่อนพำนักยาว ทีมงานบัญชีของเราช่วยประเมินสถานะภาษี วางแผนการนำเงินเข้า และยื่นภาษีให้ถูกต้อง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง หรือกระทรวงมหาดไทย ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q488. บัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ (FCD) ในไทยคืออะไร ใครเปิดได้?
บัญชี FCD (Foreign Currency Deposit) คือบัญชีเงินฝากที่เก็บเงินเป็นสกุลต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร หรือเยน โดยไม่ต้องแปลงเป็นบาท ประโยชน์หลัก: (1) ลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับผู้มีรายได้/ภาระเป็นสกุลนั้น (2) รับเงินโอนจากต่างประเทศและถอนเป็นสกุลเดิมได้ (3) ใช้ประกอบธุรกรรมนำเข้า-ส่งออก ผู้เปิดได้โดยทั่วไป: นิติบุคคลไทยที่มีธุรกรรมต่างประเทศ ชาวต่างชาติที่พำนักในไทย และผู้มีเงินได้จากต่างประเทศ ตามเงื่อนไขธนาคารและหลักเกณฑ์ควบคุมเงินตราต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย ข้อควรระวัง: วงเงินและเงื่อนไขการถอน/โอนมีข้อจำกัดตามประกาศ และการโอนออกต่างประเทศบางรายการต้องมีหลักฐานประกอบ ทีมงานช่วยเตรียมเอกสารเปิดบัญชีและหลักฐานการโอนเงินสำหรับธุรกรรมธุรกิจ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานประกันสังคม ธนาคารที่ทำธุรกรรม หรือกรมการขนส่งทางบก ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
- Q526. ส่งเงินจากต่างประเทศกลับไทยอย่างไรให้ถูกต้องและคุ้มที่สุด?
ช่องทางส่งเงินกลับไทย: (1) โอนผ่านธนาคาร (SWIFT) — ปลอดภัยแต่ค่าธรรมเนียมหลายต่อ (2) บริการโอนเงินออนไลน์ที่ได้รับอนุญาต — อัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมมักดีกว่า เปรียบเทียบได้ (3) แอปของธนาคารไทยที่รับโอนจากต่างประเทศ (4) ระบบ promptpay ข้ามประเทศในบางเส้นทาง เรื่องภาษี: เงินได้จากการทำงานต่างประเทศของผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยอาจมีประเด็นภาษีเมื่อนำเข้าไทย ขึ้นกับสถานะภาษีและปีที่ได้เงิน ตามหลักเกณฑ์สรรพากร ข้อควรระวัง: ใช้เฉพาะช่องทางที่ได้รับอนุญาต หลีกเลี่ยงระบบนอกระบบ (อันเดอร์กราวด์) เสี่ยงทั้งโดนโกงและผิดกฎหมายฟอกเงิน เก็บหลักฐานการโอนทุกครั้ง และโอนก้อนใหญ่ควรแจ้งธนาคารล่วงหน้า ทีมงานช่วยวางแผนการโอนและประเมินประเด็นภาษีให้เหมาะกับสถานะของคุณ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูต กระทรวงแรงงาน หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง
คำค้นในหมวดนี้ (40)
แต่ละคำค้นลิงก์ไปยังหน้าที่ตอบคำถามนั้นโดยตรง เช่น หน้าประเทศ หน้าประเภทวีซ่าของประเทศนั้น หรือหน้าบริการที่เกี่ยวข้อง
- วีซ่าธุรกิจ
- วีซ่านักธุรกิจ
- APEC Business Travel Card
- business visa USA
- B1 visa
- invitation letter business
- วีซ่าประชุมงาน
- Trade show visa
- วีซ่าไปเซ็นสัญญา
- วีซ่าไปดูงาน
- วีซ่าออกงาน exhibition
- วีซ่าเยอรมนีธุรกิจ
- วีซ่าจีนธุรกิจ M
- วีซ่า UAE ธุรกิจ
- วีซ่าซาอุฯ business
- Business visitor UK
- Australia Subclass 400
- Canada business visitor
- Japan business visa
- Korea C-3-4
- letterhead company
- หนังสือรับรองบริษัท
- หนังสือเชิญจากต่างประเทศ
- translation invitation letter
- Notary invitation letter
- business visa agency
- APEC card การต่ออายุ
- APEC eligibility
- APEC economies 21 ประเทศ
- business visa สัมภาษณ์
- business visa — visa fee
- business visa — interview tips
- business visa — checklist
- business visa — required documents
- business visa — appointment booking
- business visa — biometrics
- business visa — processing time
- business visa — refusal reasons
- business visa — refund policy
- business visa — urgent processing
โทร 083-2494999 · LINE @NYC168 · contact@nyclegal.co.th
อ่านแล้วพร้อมสั่งงาน — บริการที่เกี่ยวข้อง
คลังความรู้นี้เขียนจากงานจริงที่ทีมเรายื่นทุกวัน ต่อยอดเป็นการสั่งงานได้ทันทีทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล — ไม่มีระบบตะกร้า ไม่ต้องสมัครสมาชิก
- วีซ่าประเทศไทยทุกประเภท
Non-B, O, ED, LTR, DTV, Retirement
- ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
ยื่นใหม่ ต่ออายุ เปลี่ยนนายจ้าง
- แปลเอกสารประกอบวีซ่า
ทะเบียนบ้าน สมรส งบการเงิน
- ใบตรวจประวัติอาชญากรรม
เอกสารบังคับของวีซ่าถาวรเกือบทุกประเทศ
- แคตตาล็อกงานยื่นวีซ่ารายประเภท
แยกตามปลายทางและประเภทวีซ่า
- คัดเอกสารราชการประกอบวีซ่า
ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส
สอบถามเบื้องต้นฟรี: 083-2494999 · LINE @NYC168 · contact@nyclegal.co.th
แหล่งอ้างอิงทางการ — วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบจากหน่วยงานทางการด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนดำเนินการ
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — วีซ่า รายงานตัว 90 วัน TM.30— Immigration Bureau
- Thai e-Visa Official Portal— MFA Thailand
- Thailand Digital Arrival Card (TDAC)— Immigration Bureau
- กรมการจัดหางาน — ใบอนุญาตทำงานคนต่างด้าว— Department of Employment
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) / LTR Visa— Thailand Board of Investment
- กรมการกงสุล — บริการรับรองเอกสาร (นิติกรณ์)— กระทรวงการต่างประเทศ
บริการที่เกี่ยวข้อง
งานเอกสารส่วนใหญ่ต้องทำต่อเนื่องหลายขั้น — เลือกขั้นถัดไปที่คุณต้องใช้ได้เลย
- วีซ่าประเทศไทย
- ใบอนุญาตทำงาน
- หนังสือรับรองความประพฤติ
- แปลเอกสารรับรอง
- บริการ Expat / VIP
- ดัชนีบริการทั้งหมด
สอบถามเบื้องต้นฟรีทางโทรศัพท์ / LINE / อีเมล เพื่อรับขอบเขตงานและใบเสนอราคาหลังตรวจเอกสาร ระยะเวลาขึ้นกับงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลทั่วไปก่อนดำเนินการ: โปรดตรวจข้อกำหนดปัจจุบันกับหน่วยงานผู้รับก่อนใช้เอกสาร เนื้อหานี้ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะราย — ดูทีมงาน · นโยบายความถูกต้องของเนื้อหา
ยังเลือกไม่ถูก? อ่านคู่มือแนะนำบริการ
คู่มือแต่ละหมวดเขียนแบบตอบก่อน-อธิบายทีหลัง มีเกณฑ์ตัดสินใจ ตารางเปรียบเทียบ ขั้นตอนจริง และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เพื่อให้เลือกบริการได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
- แนะนำร้านแปลเอกสารรับรอง
เกณฑ์เลือกผู้แปลให้ผ่านกงสุล สถานทูต และหน่วยงานปลายทาง
- แนะนำบริการสำหรับชาวต่างชาติในไทย
รับรองลายมือชื่อ เอกสารถิ่นที่อยู่ สมรส และงานราชการที่ใช้บ่อย
- แนะนำ Notary Public และนิติกรณ์กงสุล
ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องก่อนส่งเอกสารออกนอกประเทศ
- แนะนำการเลือกวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
เทียบเงื่อนไขแต่ละประเภทและเอกสารที่ต้องแปล
- แนะนำการแปลรายภาษา
อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ยุโรป อาหรับ รัสเซีย และข้อกำหนดรายสถานทูต
- แนะนำงานแปลเฉพาะทาง
สัญญา งบการเงิน MSDS ISO และเอกสารยื่น BOI
ปรึกษาก่อนตัดสินใจ: 083-2494999 · LINE @NYC168 · contact@nyclegal.co.th






