สัญญาร่วมทุน + Shareholders Agreement (SHA)

ภาพประกอบการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่หลักฐานทีมงาน เอกสารลูกค้าหรือผลอนุมัติของหน่วยงาน
Joint Venture + Shareholders Agreement (SHA) · § Instrument
สรุปก่อนตัดสินใจดำเนินการ
SHA เป็นข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นเรื่องการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่เอกสารที่ให้อำนาจเหนือกฎหมายหรือข้อบังคับทุกเรื่อง กำหนดเรื่องสงวน การให้ข้อมูล การเพิ่มทุนและวิธีแก้ทางตันให้เหมาะกับจำนวนผู้ถือหุ้น สิทธิขายตาม บังคับขายหรือซื้อคืนต้องตรวจว่าใช้ได้จริง รวมถึงผู้ซื้อหุ้นที่กฎหมายอนุญาต อย่าใช้คำว่า vesting แทนขั้นตอนโอนหุ้นของบริษัทไทย
กรอบเวลาและจุดที่ต้องรอหน่วยงาน: ขึ้นกับข้อที่ต้องเจรจา เอกสารบริษัทและมติหรือการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง แผนก่อตั้งกับการแก้กติกาบริษัทเดิมอาจมีขั้นตอนต่างกัน ไม่รับประกันเวลาดำเนินการหน่วยงาน
ค่าธรรมเนียมทางการ: หากต้องแก้ข้อมูลหรือข้อบังคับ ตรวจค่าธรรมเนียมและขั้นตอนล่าสุดกับ DBD ภาษีหรืออากรของการโอนตรวจแยกกับ RD ไม่เรียกค่ารับรองเอกสารบริษัทเป็นค่าราชการ ค่าบริการบริษัท: สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา
กรอบเวลาไม่ใช่คำรับประกันผลหรือนัดศาล โปรดตรวจหมาย กำหนดอายุความ และประกาศล่าสุดของหน่วยงานในคดีของคุณ
ข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคา
แจ้งปัญหาที่ต้องแก้ เช่น เพิ่มทุนไม่ได้ เสียงเท่ากัน หรือผู้ลงทุนต้องการออก ส่งข้อบังคับ SHA เดิมและโครงสร้างหุ้น สอบถามเบื้องต้นฟรีเพื่อขอบเขตและใบเสนอราคา ไม่รวมคำปรึกษาหรือวิเคราะห์กฎหมายฟรี
- ข้อบังคับ สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและเอกสารบริษัทล่าสุด
- SHA เดิมหรือรายการเงื่อนไขที่ตกลงกัน
- ข้อมูลผู้ลงทุนและโครงสร้างหุ้นก่อน–หลังลงทุน
ฐานทางกฎหมาย
สัญญาผู้ถือหุ้นต้องสอดคล้องกับกฎหมายบริษัทไทย ข้อบังคับและมติที่กฎหมายกำหนด การเลือกกฎหมายต่างประเทศไม่ยกเลิกข้อบังคับกฎหมายไทยเรื่องบริษัทหรือการโอนหุ้น หากมีต่างชาติร่วมลงทุนต้องตรวจการประกอบธุรกิจและผู้ถือหุ้นจริง ไม่เหมารวมว่าทุกธุรกิจบัญชีสามใช้ BOI แทนใบอนุญาตได้ หรือเพียงจัดสัดส่วนหุ้นแล้วถูกต้อง
📚 แหล่งอ้างอิงทางการ — ตรวจตัวบทและประกาศล่าสุดก่อนดำเนินการ
เหมาะกับใคร
ผู้ถือหุ้นเดิม ผู้ก่อตั้ง ผู้ลงทุนใหม่หรือสมาชิกครอบครัวที่ต้องกำหนดสิทธิร่วมกันในบริษัท โดยเฉพาะการเพิ่มทุน อำนาจตัดสินใจ การขายหุ้นและการออกจากกิจการ
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ข้อบังคับ สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและเอกสารบริษัทล่าสุด
- SHA เดิมหรือรายการเงื่อนไขที่ตกลงกัน
- ข้อมูลผู้ลงทุนและโครงสร้างหุ้นก่อน–หลังลงทุน
- แผนเพิ่มทุน อำนาจกรรมการและเรื่องสงวนที่ต้องการ
- ข้อจำกัดโอนหุ้น ใบอนุญาตและกลไกออกจากกิจการ
ข้อควรระวัง (Pitfalls)
- สิทธิใน SHA ไม่สอดคล้องกับข้อบังคับและมติ
- ไม่มีขั้นตอนเมื่อฝ่ายหนึ่งไม่เพิ่มทุนตามแผน
- ใช้วิธีซื้อคืนหุ้นโดยไม่ตรวจข้อจำกัดกฎหมายบริษัท
- คิดว่ามี deadlock แล้วต้องเลิกบริษัททุกกรณี
สถานการณ์ตรวจเอกสาร (ไม่ใช่ประวัติลูกค้า)
- ผู้ก่อตั้งรับผู้ลงทุนใหม่และต้องกำหนดเรื่องสงวน
- ผู้ถือหุ้นครอบครัวต้องตกลงสิทธิข้อมูลและโอนหุ้น
- คู่ลงทุนเสียงเท่ากันต้องกำหนดลำดับเจรจาและทางออก
คำถามที่พบบ่อย
- SHA ใช้แทนข้อบังคับบริษัทได้ไหม?
- ไม่ได้ ต้องตรวจเอกสารทั้งสองกับกฎหมายบริษัท การมี SHA ไม่ทำให้ข้ามมติหรือขั้นตอนจดทะเบียนที่จำเป็นได้
- ต่างชาติถือเกินกึ่งหนึ่งทำได้ทุกธุรกิจไหม?
- ไม่ทุกธุรกิจ ต้องตรวจนิยามคนต่างด้าว กิจกรรมที่จำกัด กฎหมายเฉพาะและสิทธิที่มีจริง ไม่ใช้ BOI หรือสัดส่วนหุ้นเป็นคำตอบเดียว
- ให้บริษัทซื้อหุ้นคืนตาม vesting ได้เลยไหม?
- ไม่ควรเขียนเช่นนั้นโดยไม่ตรวจข้อจำกัดการถือหุ้นตนเองและขั้นตอนโอน ต้องระบุผู้ซื้อที่กฎหมายอนุญาตและกลไกที่ทำได้จริง
- deadlock ต้องจบด้วยเลิกบริษัทไหม?
- ไม่เสมอไป อาจกำหนดการเจรจา ยกระดับผู้ตัดสินใจหรือทางออกที่ชอบด้วยกฎหมาย การเลิกบริษัทต้องตรวจเหตุและขั้นตอน ไม่เกิดอัตโนมัติเพราะคะแนนเท่ากัน
บริการกฎหมายอื่นๆ
สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา
ขอใบเสนอราคาทาง LINEคำถามที่พบบ่อย
- จดทะเบียนบริษัทจำกัดในไทยต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คน?
- ตั้งแต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 มีผลใช้บังคับ บริษัทจำกัดสามารถจัดตั้งได้โดยผู้เริ่มก่อการเพียง 2 คนขึ้นไป (เดิมกำหนด 3 คน) และต้องมีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ทุนจดทะเบียนไม่มีขั้นต่ำตามกฎหมายทั่วไป แต่จะมีเงื่อนไขขั้นต่ำเมื่อเกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าธุรกิจ
- ชาวต่างชาติถือหุ้นในบริษัทไทยได้กี่เปอร์เซ็นต์?
- ถือได้ไม่เกิน 49% หากบริษัทประกอบธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หากต้องการถือเกิน 49% ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business License) ขอหนังสือรับรองภายใต้สนธิสัญญา เช่น Treaty of Amity สำหรับผู้ถือสัญชาติอเมริกัน หรือได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งอนุญาตให้ถือหุ้นได้ 100% ในกิจการที่ได้รับส่งเสริม
- ใช้เวลาจดทะเบียนบริษัทกี่วัน?
- หากเอกสารครบและจองชื่อผ่านแล้ว การจดทะเบียนจัดตั้งที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเสร็จได้ภายใน 1 วันทำการ ส่วนขั้นตอนรวมตั้งแต่จองชื่อ จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ ลงนามเอกสาร และรับหนังสือรับรองพร้อมตรายาง ปกติ ตามคิวของหน่วยงาน (แจ้งกรอบเวลาหลังตรวจเอกสาร) การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและขึ้นทะเบียนประกันสังคมเป็นขั้นตอนแยกอีก ตามคิวของหน่วยงาน (แจ้งกรอบเวลาหลังตรวจเอกสาร)
- ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เมื่อไร?
- ต้องจดทะเบียนเมื่อรายรับจากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยยื่นคำขอภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ ผู้ประกอบการที่ยังไม่ถึงเกณฑ์สามารถขอจดทะเบียนโดยสมัครใจได้ ซึ่งมักจำเป็นเมื่อต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าองค์กร หรือเมื่อใช้ประกอบการขอใบอนุญาตทำงานให้พนักงานต่างชาติ
ดูคำถามหมวด จดทะเบียนธุรกิจ บัญชี ภาษี BOI ทั้งหมด →คลังคำถามทั้งหมด






